วันพฤหัสบดี ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569
ปชป.ชิงผู้ว่ากทม.
ทาบบิ๊กเนมลงสนาม
อภิสิทธิ์โวลั่นว้าวแน่
“มาร์ค”แย้มทาบ“บิ๊กเนม”ชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.อุบชื่อเป็นความลับ แต่รับรองสังคมรู้จักดีเผยคำใบ้ปริศนา “เคยร่วมงานกันแบบเฉี่ยวๆ”เตรียมเคาะสก.ชุดใหญ่สัปดาห์หน้า พร้อมลุยศึกเมืองหลวงเต็มสูบ ด้าน “ป.ป.ช.” เผย 23 เม.ย. ออกข้อชี้แจงเคลียร์ครหา 2 มาตรฐาน เหตุวินิจฉัยทรัพย์สินรมต.สวนคำตัดสินศาลรัฐธรรมนูญ ย้ำต้องดูข้อเท็จจริง-ข้อกฎหมาย เตือนสส.ใหม่ ทำบัญชียื่นฯต้องยึดรอบคอบ ทั้งหุ้น-ทรัพย์สินสามี ภรรยา
เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เปิดเผยความคืบหน้าการส่งบุคคลลงสมัครผู้ว่าฯกทม.ว่า ขณะนี้พรรคเร่งดำเนินการจัดสรรตัวผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ให้ครบถ้วนที่สุด โดยคาดว่าภายในวันอังคารหน้า (28 เม.ย. 2569) จะมีการอนุมัติรายชื่อผู้สมัครกลุ่มใหญ่ออกมา สำหรับตำแหน่งผู้ว่าฯกทม.ว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพูดคุยกับบุคคลที่พรรคได้ทาบทามไว้ แม้จะยังไม่ได้ข้อสรุปในทันที แต่ยืนยันว่า หากเปิดตัวออกมาจะสร้างความตื่นเต้นได้อย่างแน่นอน
“เรายังอยู่ในช่วงพูดคุยกับคนที่ไปทาบทามไว้ หากเรียบร้อยเมื่อไหร่จะรีบแจ้งให้ทราบทันที รับรองว่า เปิดชื่อมาแล้วต้อง “ว้าว” และเป็นคนที่สังคมรู้จักกันดี ส่วนว่าเป็นคนใหม่ที่ไม่เคยร่วมงานกับพรรคเลยหรือไม่นั้น อาจจะใช้คำว่าเคยร่วมงานกันแบบเฉี่ยวๆ มาบ้างก็ได้”นายอภิสิทธิ์กล่าวด้วยอารมณ์ดี
ส่วนการประชุมใหญ่พรรค หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จะมีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีในวันเสาร์ที่ 25 เม.ย.นี้ โดยจะเป็นการประชุมผ่านระบบออนไลน์ และไม่มีวาระพิเศษใดๆ รวมถึงยังไม่มีการพิจารณาเลือกบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งที่ว่างลง (กรณีเลือกแทนคุณ) โดยระบุว่าตำแหน่งดังกล่าวยังคงว่างไว้ก่อนในขณะนี้
ด้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ตอนนี้ยังคงทำงานเหมือนปกติ แต่จะมีงานที่ค้างอยู่ ซึ่งต้องขมวดให้เสร็จหลายเรื่อง เช่น ทางเดินสวนลุมพินี หรือทางยกระดับลาดกระบัง ถนนทางด่วนลาดกระบัง ในทุกเรื่องก็ทำงานหนักเต็มที่จนวินาทีสุดท้าย โครงการที่ค้างที่ยังไม่เสร็จก็ต้องเร่ง “การตัดสินใจในใจมีอยู่แล้ว แต่การประกาศอย่างเป็นทางการก็คงไม่ต้องรีบ เพราะจริงๆ แล้ว ประกาศก่อนหรือไม่ประกาศก่อนก็ไม่ได้มีประโยชน์กับใคร ใกล้จะหมดเทอมวันที่ 21 พฤษภาคม อีก 1 เดือน คงประกาศอย่างเป็นทางการ แต่ในใจเราก็มีการคิดคำนึงอยู่ตลอด แต่ผมว่าถึงเวลาที่จะประกาศอย่างเป็นทางการ ก็คงประมาณปลายเทอม”
เมื่อถามว่า โซเชียลเชียร์ให้ลงอีกนายชัชชาติกล่าวว่า จริงๆ แล้วคนที่ไม่อยากให้ลง แต่ไม่ลงโซเชียลก็มี ก็ไม่แน่ ผมว่าเราเอาใจเราเป็นหลักว่าเราอยากทำไหม เรามีอะไรที่จะเสนอหรือเปล่า แต่อย่างที่บอก ไม่ได้จำเป็นที่เราต้องไปรีบประกาศอะไร พอประกาศปุ๊บ คำพูดเป็นนายเรา แต่ไม่ใช่ว่าเราไม่เตรียมตัว เราก็คิดตลอด เราพยายามหานโยบายตลอด แต่เชื่อว่าพอประกาศแล้ว คำพูดเป็นนายเราไปกลับอะไรไม่ได้ ก็ไม่มีเหตุผลที่เราต้องรีบประกาศก่อน
นายประภาศ คงเอียด กรรมการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (กรรมการ ป.ป.ช.) กล่าวปาฐกถาพิเศษตอนหนึ่งในหัวข้อ“บัญชีทรัพย์สิน”ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและความเสี่ยงทางกฎหมาย ภายในงานสัมมนาวิชาการ เรื่อง “สส.101 : start strong” ที่จัดโดยสถาบันพระปกเกล้าร่วมกับเดลินิวส์ ว่า เรื่องบัญชีทรัพย์สินในกฎหมายป.ป.ช.เป็นเครื่องมือป้องกัน เพราะคนที่เข้ามาในตำแหน่งแล้วมีความเสี่ยงทำทุจริตได้ ดังนั้น เมื่อเปิดเผยก็จะทำให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ว่าผู้เข้ามาดำรงตำแหน่งมีทรัพย์สินก่อนเข้ามาเท่าไหร่ พ้นตำแหน่งแล้วมีทรัพย์สินเท่าไหร่ นอกจากนี้บัญชีทรัพย์สินยังช่วยเรื่องการปราบปรามการทุจริต เพราะถ้ามีความไม่ชอบหรือผิดปกติ ก็จะมีการดำเนินการตามกฎหมาย
“ขณะนี้มีการพูดถึง 2 มาตรฐาน หรืออะไรต่างๆ ผมขอยืนยันว่า เราสามารถอธิบายข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายได้อย่างชัดแจ้ง ในวันพรุ่งนี้ (23 เม.ย.) ป.ป.ช. จะออกข้อชี้แจงในเรื่องนี้ ซึ่งองค์กร ป.ป.ช และผมจะมีจุดอ่อนอย่างหนึ่ง คือไม่ค่อยได้ทำงานเชิงรุก คล้ายกับศาล คือตัดสินไปแล้วบนพื้นฐานของข้อมูล สำนวนข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย อย่าลืมว่าข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย คือตัวบ่งชี้ถึงการวินิจฉัย ไม่ว่าจะเป็นศาลหรือป.ป.ช. บางเรื่องเราจะเอา เรื่องหนึ่งไปเปรียบเทียบกับเรื่องหนึ่งไม่ได้เสมอไป โดยเฉพาะคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องอะไรคือเรื่องคุณสมบัติของรัฐมนตรี การวินิจฉัยของป.ป.ช. คือการวินิจฉัยเรื่องจงใจหรือเจตนายื่นบัญชีทรัพย์สินหรือปกปิดบัญชีทรัพย์สินหรือไม่ ซึ่งมันไม่ใช่ว่าจะต้องเอาข้อเท็จจริง หรือคำวินิจฉัยมาใช้เสมอไป ก็ต้องดูว่าประเด็นอะไรด้วย ในรายละเอียดจะมีการชี้แจงต่อไป เราเคารพความคิดความเห็นของทุกคน แต่ความเห็น มีสิทธิ์ที่จะให้ความคิดเห็นอย่างไรก็ได้ แต่พื้นฐานคือข้อมูลข้อกฎหมายครบถ้วนหรือไม่ เป็นเรื่องที่จะต้องตระหนัก“ นายประภาส กล่าว
นายประภาสยังกล่าวถึงการตรวจสอบทรัพย์สินว่า ขอให้ สส.และผู้ช่วยสส.มีความรอบคอบในการจัดทำบัญชีทรัพย์สิน หนี้สินที่จะยื่นต่อป.ป.ช. แน่นอนว่าท่านอยู่ในฝ่ายการเมือง ก็มีฝั่งตรงข้าม หรือผู้ไม่หวังดีอยู่เสมอเพราะฉะนั้นถ้าพลาดนิดเดียว บางครั้งความผิดพลาดนั้นอาจไม่ได้เกิดจากเจตนาของท่านแต่ท่านก็ถูกนำไปเป็นประเด็นดราม่า และการใช้เพื่อประโยชน์ทางการเมืองได้ โดยที่ต้องระมัดระวัง คือ เรื่องหุ้น เรื่องทรัพย์สินคู่สมรส ซึ่งปัจจุบันครอบคลุมไปถึงการอยู่กินฉันสามีภรรยาแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ซึ่งหากมีการร้องเรียนเข้ามา ป.ป.ช.ต้องเข้าไปตรวจสอบ จนถึงขั้นส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเชิงลึกเพื่อดูพฤติการณ์ถึงบ้านด้วยเรื่องนี้ขอฝาก สส.ด้วยความห่วงใย
นายนิติพล ผิวเหมาะ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ออกมาประกาศลาออกจากพรรคประชาชน ผ่านบัญชีเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า “ทุกท่านครับ ผมได้ทบทวนเส้นทางทางการเมืองของตัวเองอย่างจริงจัง และตัดสินใจว่า ถึงเวลาแล้วที่ผมต้องก้าวออกจากพรรคประชาชน เพราะผมเชื่อว่า ผมสามารถทำงานเพื่อประชาชนได้มากกว่านี้ ผมยังคงเคารพพรรคประชาชนและเพื่อนร่วมงานทุกคนที่เราเคยร่วมกันทำงานมาตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกล ผมจึงขอลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาชนนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จากนี้ไป ผมจะเดินหน้าทำงานการเมืองต่อ พร้อมเปิดรับความร่วมมือจากทุกฝ่าย”
ทั้งนี้ นายนิติพล มีชื่อ 1 ใน 44 สส.อดีตพรรคก้าวไกล ที่ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดในกรณีร่วมเข้าชื่อเสนอแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี