วันพฤหัสบดี ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569
สอบ2บริษัทเรือยอมรับ
ส่งนํ้ามันช้า
DSIเร่งพิสูจน์เชิงลึก
ต้องจอดซ่อม-คิวเต็ม
ดีเอสไอแย้มผลสอบ 2 บริษัทเรือน้ำมัน ยอมรับต้องจอดซ่อม รอคิวเทียบท่าขนถ่ายน้ำมันเข้าคลังใหญ่สุราษฎร์ธานี ทำให้เสียเวลาในการเดินทาง รอพิสูจน์ในเชิงลึกต่อไป ขณะที่คลังใหญ่อ่างทอง ลุ้นขึ้นเป็นคดีพิเศษโดยอัตโนมัติในเร็วๆ นี้
จากกรณี 8 บริษัท ซึ่งเป็นเจ้าของเรือ 12 ลำ (วิ่ง 20 เที่ยวเรือ) อาจโยงกับเรื่องน้ำมันเกือบ 60 ล้านลิตร ล่องหนกลางทะเลจังหวัดสุราษฎร์ธานี นั้น โดยเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 กรรมการผู้มีอำนาจลงนามของ 2 บริษัทเรือ คือบริษัทบิ๊กซี จำกัด - BIG SEA CO.,LTDและบริษัท ทรานส์โอเชี่ยน ซัพพลาย (1992) จำกัด - TRANS OCEAN SUPPLY (1992) COMPANY LIMITED ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อให้ปากคำในฐานะพยานนั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยผลการสอบปากคำกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของ 2 บริษัทเจ้าของเรือ ได้แก่ บริษัท บิ๊กซี จำกัด -BIG SEA CO.,LTD และบริษัท ทรานส์โอเชี่ยน ซัพพลาย (1992) จำกัด - TRANS OCEAN SUPPLY (1992) COMPANY LIMITED ในฐานะพยาน ว่า วันที่ 21 เม.ย. 2569 คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ดำเนินการสอบปากคำกรรมการของบริษัทเจ้าของเรือทั้ง 2 แห่ง ซึ่งได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
โดยทางกรรมการบริษัทฯ ได้มีการนำเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันมาชี้แจงกับพนักงานสอบสวน อีกทั้งยังได้ให้ข้อมูลสาเหตุที่เรือของบริษัทฯไม่สามารถขนส่งน้ำมันไปยังบริษัทคลังน้ำมันที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ตามกำหนด ซึ่งมีข้อเท็จจริงที่ตรงกัน คือ การใช้ระยะเวลาการเเล่นเรือในน่านน้ำทะเลนานกว่าปกติจริง
ส่วนรายละเอียดเชิงลึกเพราะปัจจัยเรื่องเรือเสียต้องจอดชะลอไว้ก่อน หรือเพราะคิวเต็มและต้องต่อคิวเพื่อรอเข้าส่งน้ำมันกับบริษัทคลังน้ำมันนั้น ตรงนี้ต้องขอสงวนไว้เพื่อใช้ขยายผลสืบสวนรวบรวมข้อมูลสอบสวนต่อไป อย่างไรก็ตามข้อมูลการให้ปากคำในฐานะพยานของทั้ง 2 บริษัทเรือที่ได้ให้ไว้นั้นคณะพนักงานสอบสวนรับฟังเต็มที่ และจะได้นำรายละเอียดไปประมวลเปรียบเทียบกับพยานหลักฐานอื่นๆ และใช้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง
ทั้งนี้ ในวันที่ 23 เมษายน จะมีบริษัทเรือขนส่งน้ำมันอีก 3 ราย ที่จะเดินทางเข้าพบคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษเพื่อให้การชี้แจงในฐานะพยานตามนัดหมายต่อไป
“ประเด็นที่ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ คือ รายละเอียดในการประกอบธุรกิจ เพื่อพิสูจน์ทราบว่าข้อมูลการดำเนินธุรกิจที่ได้รับมานั้นสอดคล้องกับข้อเท็จจริงหรือไม่ ส่วนในด้านพฤติการณ์การเดินเรือก็ให้ความสำคัญไม่แพ้กัน ต้องตรวจสอบหาสาเหตุและแรงจูงใจกรณีการเดินเรือล่าช้าผิดปกติ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปใช้เป็นฐานข้อมูลสำคัญในการขยายผลสืบสวนสอบสวนเพื่อหาข้อสรุปทางคดีต่อไป โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ จะมุ่งเน้นการตรวจสอบในส่วนของเส้นทางเดินเรือเป็นหลัก” พ.ต.ต.วรณันกล่าว
พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า ส่วนการขยายผลนอกเส้นทางเดินเรือ ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษได้ทำงานเชิงบูรณาการร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรอื่นๆ เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล(ศรชล.) รวมถึงหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องตลอดการทำงานก็ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสืบสวนและเร่งนำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้เร็วที่สุด
ส่วนกรณีการรับโอนสำนวนคดีบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จ.อ่างทอง ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคบ. ได้ทำการอายัดไว้ 2 ถังน้ำมันไปตรวจสอบ หลังจากนั้น 17 เมษายน 2569กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 1 ดีเอสไอ ได้สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง เจ้าหน้าที่กรมธุรกิจพลังงาน พลังงานจังหวัดอ่างทอง พาณิชย์จังหวัดอ่างทอง ร่วมกันเข้าตรวจสอบรวบรวมข้อมูลและสุ่มเก็บตัวอย่างน้ำมันอีก 2 ถัง เพื่อใช้ขยายผลกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องหากการกระทำความผิดซึ่งจะได้หารือรับโอนสำนวนจาก บก.ปคบ.มาสอบสวนไว้เป็นคดีพิเศษเพิ่มอีกหนึ่งคดีนั้น พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า กรณีนี้ไม่ต้องเสนอรายละเอียดไปให้คณะกรรมการคดีพิเศษ หรือ กคพ. พิจารณาว่าจะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่อีกแล้ว
เพราะถ้าพฤติการณ์ทางคดีเข้าข่ายตามมติของประกาศคณะกรรมการคดีพิเศษ โดยอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ สามารถใช้อำนาจลงนามรับเป็นคดีพิเศษได้ทันที อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ตนได้ตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองขึ้นมาเพื่อตรวจสอบรายละเอียดทางคดีแล้ว เบื้องต้นพบว่าเข้าหลักเกณฑ์ในการรับเป็นคดีพิเศษ ขณะนี้จึงอยู่ระหว่างให้คณะกรรมการกลั่นกรองเสนอเรื่องขึ้นมาให้ตนเองลงนามอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นขั้นตอนทางธุรการคดี แต่ในข้อเท็จจริงแล้วพนักงานสอบสวนได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลเพื่อเตรียมทำคดีแล้ว โดยจะแยกเป็นคดีพิเศษอีกคดีซึ่งการรับกรณีที่จังหวัดอ่างทองเป็นคดีพิเศษจะมีความชัดเจนในเร็วๆ นี้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี