เอ็ดดี้ ลั่นการด่าใครเป็นสลิ่ม ไม่ทำให้ข้อเท็จจริงหายไป หลังเอฟซีบ่นพรรคส้มโดนเล่น
เมื่อวันที่ 25 เม.ย.2569 นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือ เอ็ดดี้ อัษฎางค์ นักวิชาการอิสระ ได้โพสต์ภาพข้อความของบุคคลหนึ่ง ที่มีเนื้อหาระบุว่า "ที่เล่นพรรคส้มมากสุดก็เพราะคุณคือสลิ่มไง การตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญที่ผ่านมามันค้านสายตาผู้คนส่วนใหญ่ของประเทศมาก คุณไม่คิดบ้างเลยหรือว่าอาจมีใบสั่งมีธง องค์กรอิสระทุกวันนี้มันอิสระจริงหรือไม่มี พรรคการเมืองใดคุมอยู่ ที่มาขององค์กรอิสระไทยมาจากไหนเชื่อถือได้กี่%ในคำตัดสินชื้อนาคตของคนในประเทศนี้" โดยนายอัษฎางค์ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า "การด่าว่าใครว่าเป็นสลิ่ม ไม่ได้ทำให้ข้อเท็จจริงหายไป
คำว่า ‘ค้านสายตาคนส่วนใหญ่ของประเทศ’ ถ้าจะอ้าง ก็ต้องมีข้อมูลรองรับ ไม่ใช่ตั้งตัวเองเป็นตัวแทนคนทั้งประเทศ
ส่วนเรื่องความสงสัยองค์กรอิสระได้ วิจารณ์องค์กรอิสระได้ วิจารณ์ศาลได้ แต่จะอธิบายทุกอย่างด้วยคำว่า ‘ใบสั่ง’ หรือ ‘รัฐพันลึก’ หรือ “มือที่มองไม่เห็น” อย่างเดียว มันง่ายเกินไป และข้ามข้อเท็จจริงสำคัญในโลกประชาธิปไตยไปข้อหนึ่ง นั่นคือ ประชาธิปไตยไม่จำเป็นต้องยืนเฉย ๆ รอให้ตัวเองถูกใช้เสรีภาพมาบ่อนทำลายจากภายใน
หลักนี้มีอยู่จริงในกฎหมายรัฐธรรมนูญเปรียบเทียบ และถูกเรียกว่า ‘ประชาธิปไตยที่ป้องกันตัวเองได้’”
และในแนวคำพิพากษายุโรปก็ยอมรับว่ารัฐมีสิทธิปกป้องสถาบันของตน หากสมาคมหรือพรรคการเมืองนั้นเป็นภัยต่อสถาบันของรัฐได้
“ศาลสิทธิมนุษยชนยุโรปวางหลักไว้ชัดว่า พรรคการเมืองสามารถเสนอให้แก้กฎหมายหรือเปลี่ยนโครงสร้างรัฐได้ แต่ะสิ่งที่เสนอจะต้องสอดคล้องกับหลักประชาธิปไตยพื้นฐานด้วย ถ้าผู้นำพรรคเสนอแนวทางที่มุ่งทำลายประชาธิปไตย รัฐย่อมมีสิทธิเข้าแทรกแซงได้” นี่ไม่ใช่ตรรกะเฉพาะของไทย แต่เป็นหลักที่ ECHR ใช้อธิบายคดีเกี่ยวกับพรรคการเมืองและเสรีภาพในการสมาคมโดยตรง
“ตัวอย่างคลาสสิกที่สุดคือเยอรมนี มาตรา 21 ของกฎหมายพื้นฐานเยอรมนีเขียนตรง ๆ ว่า พรรคที่มุ่งบ่อนทำลายหรือยกเลิกหรือเป็นภัยต่อการดำรงอยู่ของสหพันธ์ อาจถูกวินิจฉัยว่าเป็นพรรคขัดรัฐธรรมนูญได้
ทางการเยอรมนียังอธิบายว่าการแบนพรรคไม่ใช่เพียงเพราะมีท่าทีไม่ชอบรัฐธรรมนูญ แต่ต้องมีท่าทีเชิงรุกแบบเป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบด้วย จึงเห็นได้ว่าระบอบประชาธิปไตยจำนวนมากยอมรับ ‘สิทธิในการป้องกันตัวเอง’
“เพราะฉะนั้น ถ้าจะเถียงกรณีพรรคส้มอย่างมีระดับ การปัดทุกอย่างทิ้งด้วยคำว่า ‘มีใบสั่ง’ ตั้งแต่ต้น เท่ากับข้ามทั้งทฤษฎี ทั้งกฎหมายเปรียบเทียบ และทั้งข้อเท็จจริงของระบอบประชาธิปไตยสมัยใหม่ไปหมด”
คดีพรรคก้าวไกลเองก็ถูกอธิบายในกรอบนี้ โดยศาลรัฐธรรมนูญไทยวินิจฉัยว่าการรณรงค์แก้ ม.112 เสี่ยงบ่อนทำลายระบบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ก่อนจะมีคำสั่งยุบพรรคในปี 2024 ไม่ว่าคนจะเห็นด้วยหรือไม่ นี่คือเหตุผลเชิงกฎหมายที่รัฐใช้ ไม่ใช่คำอธิบายแบบลอย ๆ ว่า “ไม่ชอบเลยยุบ”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี