533.jpg
เลขาฯ พระปกเกล้า แจงดรามา กรรมการหลักสูตร TopForm  001 ชี้ต้องสะท้อนทุกฝ่าย อยู่ร่วมกันได้แม้แตกต่าง

เลขาฯ พระปกเกล้า แจงดรามา กรรมการหลักสูตร TopForm 001 ชี้ต้องสะท้อนทุกฝ่าย อยู่ร่วมกันได้แม้แตกต่าง

วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.31 น.

วันที่ 25 เมษายน 2569 นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า ว่าด้วยหลักสูตร TopForm 001

หลายวันที่ผ่านมา ชื่อของหลักสูตร TopForm และสถาบันพระปกเกล้าถูกกล่าวถึงทั้งในสื่อและโลกออนไลน์ มีทั้งความคาดหวัง ความสมหวังและผิดหวังมีทั้งความรู้สึกจากผู้สมัคร กรรมการ และการตั้งคำถามจากสังคมผมขอใช้โอกาสนี้ ชี้แจงในสองประเด็นสำคัญ ที่ยาวเกิน 8 บรรทัด แน่นอน หากเปิดใจค่อยอ่านก็ได้ครับ จะได้ไม่เสียเวลา


1.ประเด็นแรก — หลักสูตรนี้คืออะไร ?

TopForm 001 เป็นหลักสูตรใหม่ที่เกิดจากการตั้งคำถามกับรูปแบบเดิมของการพัฒนาผู้นำ ที่ผ่านมา เรามักนำ “คนที่มีตำแหน่งแล้ว” มาอบรมแต่ในความเป็นจริง การเปลี่ยนแปลงจากคนที่มีอำนาจ มีภาระ และมีสถานะ ย่อมเป็นเรื่องท้าทาย และประสิทธิภาพของการเรียนรู้ก็มีข้อจำกัดโดยธรรมชาติ ผมจึงตัดสินใจปิดบางหลักสูตรลดจำนวนผู้เข้าอบรมในหลายหลักสูตรและปรับแนวคิดจาก “พัฒนาผู้นำ” มาเป็น “สร้างผู้นำ”แทนที่จะให้เฉพาะคนมีตำแหน่งมาเรียนเราจะเปลี่ยนมาสร้าง “วัตถุดิบชั้นดี” ที่พร้อมจะเข้าสู่ระบบการเมืองหลักสูตรนี้คัดเลือก 63 คนที่มีความสนใจทางการเมือง หรือมีศักยภาพจะเป็นผู้นำหรือแม้กระทั่งผู้ที่มีตำแหน่งแล้ว แต่ยังต้องการพัฒนาตนเองอย่างจริงจังมาร่วมกันเรียนรู้และแลกเปลี่ยน ตั้งแต่การสื่อสารในที่สาธารณะกฎหมายเลือกตั้งข้อบังคับการประชุมสภาการยื่นบัญชีทรัพย์สินไปจนถึงธรรมเนียมพิธีการของรัฐและการต่างประเทศเป้าหมายไม่ใช่เพียง “ให้ความรู้”แต่คือการ “ปรับวิธีคิด” และ “เตรียมความพร้อม”เพื่อให้พรรคการเมือง และสังคมมีตัวเลือกของคนรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพสูงหากใน 63 คนนี้มีเพียงบางส่วนที่ได้เข้าสู่ตำแหน่งและช่วยทำให้การเมืองดีขึ้นได้จริงผมเชื่อว่า การลงทุนนี้ก็คุ้มค่าครับ

2.ประเด็นที่สอง — กระบวนการคัดเลือกและกรรมการ

เราตั้งใจให้กระบวนการคัดเลือกสะท้อน “โลกความเป็นจริงของการเมือง”ผู้สมัครมีเวลา 3 นาทีในการนำเสนอตัวเองและทราบผลทันทีในห้องเพราะในโลกจริงประชาชนตัดสินใจเลือกผู้แทนภายในเวลาไม่กี่นาทีในคูหาเลือกตั้ง สำหรับคำถามว่า “ทำไมกรรมการจึงมาจากหลากหลายภาคส่วน รวมถึงผู้ที่ไม่ได้อยู่ในสายวิชาการ”

คำตอบคือ

การได้รับเลือกเข้าสู่อำนาจไม่เคยขึ้นอยู่กับ “ความรู้” เพียงอย่างเดียวแต่อยู่ที่“ความสามารถในการสื่อสาร”“การเข้าถึง” และ “ความน่าเชื่อถือในสายตาสาธารณะ”ด้วยเหตุนี้เราจึงเชิญสื่อมวลชน และผู้ทำงานด้านการสื่อสารสาธารณะ เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการคัดเลือกเพราะนี่คือทักษะที่ไม่มีในตำราแต่มีผลอย่างยิ่งในสนามจริง

ในขณะเดียวกันองค์ประกอบของกรรมการก็สะท้อน“ความหลากหลายของสังคมไทย”จากทุกภาคส่วน ทุกแนวคิด ทุกประสบการณ์ ทุกสี ทุกขั้วเราไม่ได้ต้องการ “กรรมการที่ถูกใจทุกฝ่าย”แต่ต้องการ “กรรมการที่สะท้อนทุกฝ่าย”เพราะประชาธิปไตยไม่ใช่การเห็นตรงกันทั้งหมดแต่คือการอยู่ร่วมกันท่ามกลางความแตกต่างแน่นอนว่า ทุกความพยายามย่อมมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยแต่เสียงวิจารณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงความคาดหวัง ความกังวลและความท้าทายของระบบการเมืองไทยและบางทีนั่นคือเหตุผลที่หลักสูตรนี้ “จำเป็น”แม้หลักสูตรยังไม่เริ่มแต่การถกเถียงที่เกิดขึ้นก็เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ของสังคมแล้วผมหวังว่า63 คนที่จะผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายจะไม่ใช่เพียง “ผู้ผ่านการคัดเลือก”แต่จะเป็น “ผู้เข้าใจความซับซ้อนของสังคมไทย”และพร้อมจะเป็นส่วนหนึ่งของคำตอบTopForm 001อาจไม่ใช่คำตอบทั้งหมดแต่คือ “จุดเริ่มต้นของคำตอบ”

ขอบคุณครับ
อิสระ

เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า

อ่านข่าวที่เก่ยวข้อง : สมมงตัวแม่ ม้า อรนภา นั่งแท่นกรรมการคัดเลือกนักศึกษา สถาบันพระปกเกล้า

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top