533.jpg
สีหศักดิ์ เผยคุย หวัง อี้ หวังดันสัมพันธ์ การค้าการลงทุนก้าวหน้า ชี้จีนสอดรับไทย มุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียว-ดิจิทัล

สีหศักดิ์ เผยคุย หวัง อี้ หวังดันสัมพันธ์ การค้าการลงทุนก้าวหน้า ชี้จีนสอดรับไทย มุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียว-ดิจิทัล

วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.45 น.

“สีหศักดิ์” เผย คุย “หวัง อี้” หวังดันความสัมพันธ์-การค้าการลงทุนให้ก้าวหน้า ชี้ จีนเป็นตลาดสำคัญและมีบทบาทในภูมิภาค สอดคล้องความต้องการไทย มุ่งเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจสีเขียว-ดิจิทัล พร้อมดึงเมียนมากลับสู่กระบวนการสันติภาพ เดินหน้าแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5

วันที่ 25 เมษายน 2569 เวลา 11.40 น. ที่โรงแรมดุสิตธานี กระบี่ บีช รีสอร์ท อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงความคาดหวังของไทย ภายหลังได้พบหารือกับ นายหวัง อี้ สมาชิกกรมการเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกลางด้านกิจการต่างประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 24 เมษายน ที่ผ่านมา ว่า มีหลายส่วน ทั้งความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศและการค้าการลงทุน เนื่องจากจีนเป็นตลาดที่สำคัญที่สุดของไทย อีกทั้งยังเป็นประเทศที่เข้ามาลงทุนมากยิ่งขึ้น ซึ่งขณะนี้ถือเป็นอันดับ 2 และในอีกไม่ช้าก็อาจจะขึ้นมาเป็นอันดับ 1 แต่ที่สำคัญคือการลงทุนของจีนเป็นการลงทุนที่สอดคล้องกับสิ่งที่ไทยต้องการ เช่น การเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจสีเขียว เศรษฐกิจดิจิทัล รถยนต์อีวี รวมถึงพลังงานสะอาด


ขณะที่ อีกส่วนหนึ่งคือจีนเป็นหุ้นส่วนสำคัญในระดับภูมิภาคและมีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคง จึงได้มีการพูดคุยกันเกี่ยวกับเมียนมาเป็นส่วนใหญ่ เพราะในแถบตะวันตกหลายประเทศเรียกร้องในเรื่องของประชาธิปไตยและการปรองดอง ทำให้เรื่องนี้มีเป้าหมายที่ตรงกับไทย แต่อย่างไรก็ตามทุกฝ่ายในเมียนมาก็ต้องหาทางปรองดองกันให้ได้ ดังนั้นการที่ตนและนายหวัง อี้ เดินทางไป คืออยากจะให้เขาเข้าสู่กระบวนการสันติภาพและกระบวนการปรองดองหลังเลือกตั้ง เพราะไทยในฐานะประเทศที่มีพรมแดนติดกันคงเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีปฏิสัมพันธ์กันกับรัฐบาลเมียนมา ขณะเดียวกันปัญหาชายแดนก็รอไม่ได้จึงต้องทำควบคู่กันไปด้วย เช่น ปัญหาการค้าชายแดนที่ด่านถูกปิดอันเป็นผลมาจากสถานการณ์ภายใน ออนไลน์สแกม ขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ ยาเสพติด และมลพิษ เป็นต้น ฉะนั้นประเทศไทยจะต้องร่วมมือกับทั้งรัฐบาลเมียนมาและคนกลุ่มน้อยในพื้นที่ด้วย

ส่วนกรอบความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 สามฝ่าย ระหว่าง ไทย-เมียนมา- ลาว นั้น นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ตนอยากให้กรอบความร่วมมือนี้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น เพราะถือเป็นเรื่องที่สำคัญไม่ใช่แค่ในระดับทวิภาคี แต่ยังเป็นการแสดงบทบาทของเราในภูมิภาคด้วย ตนจึงเรียนนายหวัง อี้ ไปว่าที่ผ่านมาการเมืองไทยอาจจะไม่ค่อยนิ่ง แต่คิดว่ารัฐบาลนี้น่าจะมีเสถียรภาพที่จะสามารถดำเนินนโยบายเชิงรุก โดยเฉพาะด้านการต่างประเทศที่หายไปจากจอเรดาร์มานาน ให้กลับมาและมีผลประโยชน์อีกครั้ง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top