วันจันทร์ ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2569
สส.กมลศักดิ์โร่แจ้งความ
ซัด2นายทหาร
อ้างโยงเอี่ยวคดีลอบสังหาร
‘ทวี’ปูดยังมีตัวใหญ่บงการ
“ทวี”ซัดเดือดกลางที่ประชุมพรรค แฉขบวนการจ้างวานฆ่า สส.มีตัวบงการใหญ่ ฝากถึงหน่วยความมั่นคงหลังแจ้งจับ2นายทหารประจำการ ลั่นหลักฐานชัดเป็นวิทยาศาสตร์
เมื่อวันที่ 26เม.ย.2569 ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (มอ.ปัตตานี) พรรคประชาชาติ จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี2569 โดยมีแกนนำพรรค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และสมาชิกพรรคเข้าร่วมอย่างหนาตา ท่ามกลางกระแสการเมืองที่ร้อนระอุและการจับตาถึงทิศทางของพรรคต่อสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
โดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวเปิดประชุมโดยให้น้ำหนักกับประเด็นการคุกคามสมาชิกพรรค โดยเฉพาะเหตุการณ์จ้างวานฆ่าหรือทำร้ายร่างกาย นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ซึ่งเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ แม้ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 5 ราย แต่จากการสืบสวนพบว่าเป็นเพียงกลุ่มผู้รับจ้างที่ทำหน้าที่ตามคำสั่งที่ส่งต่อกันมาเป็นทอดๆ ในคดีจ้างวานนั้น พยานหลักฐานหาได้ยากเพราะเป็นเรื่องลึกลับ แต่เราจะปล่อยให้เหตุการณ์นี้จบลงโดยไม่รู้ถึงผู้บงการหรือผู้ใช้จ้างวานไม่ได้ เพราะนี่คือการทำลายพรรคการเมือง ท่านกมลศักดิ์เป็น สส. ด้านกฎหมายและสิทธิมนุษยชน หากพรรคไม่สามารถดำเนินการให้ถึงที่สุดได้ ประชาชนจะขาดความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม
พ.ต.อ.ทวี ยังกล่าวยอีกว่า มีพยานหลักฐานที่บ่งชี้ว่า “มีผู้บงการ ที่ใหญ่กว่า5คน”ที่ถูกจับกุม โดยได้รับข้อมูลจากผู้กระทำผิดที่สื่อสารผ่านญาติและที่ปรึกษากฎหมายในระหว่างการควบคุมตัว พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบระบบการสื่อสารและเส้นทางการเงินอย่างละเอียด เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่เตรียมการมานาน“ระบบคิด”ของหน่วยงานความมั่นคงบางกลุ่มที่ยังมองการรวมตัวทางการเมืองเป็นภัยต่อความมั่นคง โดยระบุว่าความคิดดังกล่าวขัดต่อหลักประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญ มาตรา 45 ที่คุ้มครองเสรีภาพในการจัดตั้งพรรคการเมือง มีความคิดอีกกลุ่มหนึ่งที่มองว่าพรรคการเมืองที่เกิดจากการรวมตัวของคนในพื้นที่เป็นศัตรูกับความมั่นคง ความคิดนี้ใช้ไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญคือกฎหมายสูงสุด อะไรที่ขัดกับรัฐธรรมนูญย่อมตกไป ผมอยากฝากไปถึงหน่วยงานความมั่นคงว่า ใครก็ตามที่เดินเข้าสู่วิถีทางรัฐสภา ให้ประชาชนเลือกตั้งมา นั่นคือความงดงามของระบบ
นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีบุคคลออกมาให้ข่าวในเชิงบิดเบือนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดีนี้ โดยตั้งข้อสังเกตว่าผู้ที่ออกมาให้ข่าวอาจมีความ “ร้อนตัว” หรือเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายผู้กระทำผิดหรือไม่ โดยเน้นย้ำว่าพยานหลักฐานทุกอย่างเป็นวิทยาศาสตร์และตรวจสอบได้
ด้าน นายกมลศักดิ์ เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลากว่าหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ทีมงานไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่ได้เร่งวิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีและรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด จนพบข้อบ่งชี้ว่าผู้ร่วมกระทำความผิดในคดีนี้อาจมีจำนวนมากกว่า 5รายตามที่มีการระบุตัวตนไว้ในเบื้องต้น เราได้ข้อมูลมาและนำมาวิเคราะห์เกี่ยวกับพฤติกรรมต่างๆ ในการก่อเหตุ หลายอย่างน่าเชื่อว่าคนที่ร่วมกระทำความผิดไม่ใช่แค่ 5 คนนี้ แต่สำคัญที่สุดคือเราไม่ต้องการกล่าวหาใครโดยปราศจากพยานหลักฐานที่ชัดเจน
สส.นราธิวาส กล่าวอีกว่า คดีนี้มีความซับซ้อนสูง เนื่องจากมีลักษณะเป็น“คดีจ้างวาน”ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีในวงการกฎหมายว่าการจะสาวไปให้ถึง “ตัวการใหญ่” หรือผู้บงการนั้นทำได้ยากยิ่ง หากไม่ได้ข้อมูลจากปากคำของผู้ร่วมขบวนการด้วยกันเอง พยานหลักฐานชิ้นสำคัญจึงอยู่ที่การซักถามและคำให้การของผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ ซึ่งเริ่มมีการซัดทอดและให้ข้อมูลที่เชื่อมโยงไปถึงบุคคลอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ประเด็นที่สร้างความฮือฮาที่สุดในการแถลงครั้งนี้ คือความคืบหน้าล่าสุดในการดำเนินคดีทางอาญา โดยนายกมลศักดิ์ยืนยันว่า ขณะนี้ได้มีการดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษบุคคลเพิ่มเติมแล้ว ซึ่งเป็น นายทหารที่ยังรับราชการอยู่ในปัจจุบัน จำนวน 2นาย ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวน โดย นายกมลศักดิ์ ปฏิเสธที่จะระบุชื่อและสังกัดที่ชัดเจน โดยระบุสั้นๆ ว่า “ให้ไปสอบถามรายละเอียดจากทางฝ่ายพนักงานสอบสวนเอง”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี