533.jpg
เรียกอธิบดีเรียงแถวขอดูงบ  ‘ราเชน’แฉแหลก  เก็บหลักฐาน-ไม่ได้โง่

เรียกอธิบดีเรียงแถวขอดูงบ ‘ราเชน’แฉแหลก เก็บหลักฐาน-ไม่ได้โง่

วันศุกร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เรียกอธิบดีเรียงแถวขอดูงบ

‘ราเชน’แฉแหลก

เก็บหลักฐาน-ไม่ได้โง่

ชี้รู้ทันเล่ห์นักการเมือง

สุริยะลั่นหลานไม่เกี่ยว

ขู่ฟ้องถ้ายังไม่ยอมหยุด

เปิดหนังสือลาออก “อธิบดีกรมฝนหลวงฯ” ระบุ “ไม่สามารถสนองนโยบายฝ่ายการเมืองได้” เปิดใจแจงปมร้อนลั่นรู้ช่องโหว่นักการเมือง เล็งโยกงบ-ขอซ่อมอากาศยาน ยันมีคลิปหลักฐานภาพเสียงชัดเจน นายกฯโยนสื่อถาม รมว.เกษตรฯ ขณะที่ “สุริยะ”ยืนยันเรื่องนี้ไม่เกี่ยวหลาน ปัดล้างบางคนของพรรคเก่า บอกถึงหลานได้พบ ก็ย้ายอยู่ดี ลั่นอยากได้คนมีกำลังทำงาน ไม่ใช่ใกล้เกษียณ แล้วเกียร์ว่าง ขู่ฟ้องหากยังไม่หยุด

จากกรณี นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ยื่นหนังสือลาออกที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จากกรณีถูกโยกย้ายและมีการเชื่อมโยงกับบุคคลใกล้ชิดนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์นั้น


เมื่อวันที่ 30 เมษายน2569เพจเฟซบุ๊กเรื่องเล่าข่าวเกษตร ได้โพสต์หนังสือลาออกจากราชการ ของนายราเชน ลงวันที่ 28 เมษายน 2569 มีผลในวันที่ 23 มิถุนายน 2569 โดยระบุเหตุผลการลาออกว่า เนื่องจากไม่สามารถสนองนโยบายของฝ่ายการเมืองได้

สำหรับรายละเอียดหนังสือขอลาออกจากราชการ เป็นดังนี้ เขียนที่ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เรื่อง ขอลาออกจากราชการเรียน ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วยข้าพเจ้า นายราเชน ศิลปะรายะ ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมกรมฝนหลวงและการบินเกษตรมีความประสงค์ขอลาออกจากราชการเพราะ เนื่องจากไม่สามารถสนองนโยบายของฝ่ายการเมืองได้ข้าพเจ้ามีภาระผูกพันกับทางราชการและผู้ที่เกี่ยวข้องตามเอกสารแนบจึงเรียนมาเพื่อขอลาออกจากราชการตั้งแต่วันที่ 23 เดือน มิถุนายน พ.ศ. 2569

เผยมีบันทึกหลักฐานชัดเจน

ล่าสุด นายราเชน ศิลปะรายะ อดีตอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตรให้สัมภาษณ์เปิดใจผ่านรายการ“เปิดโต๊ะข่าว” ทางช่อง PPTVHD36 ตอนหนึ่งว่าวันที่มีการเชิญตนไปพบที่อาคารแถววิภาวดี ในวันที่ 31มี.ค. โดยมีการขอดูข้อมูลการจัดทำคำของบประมาณปี 2570 ก็สามารถดูได้ ตนก็เอาไปให้ดู หลังจากนั้น ก็มีการติดต่อแบบรัวๆตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย.-24 เม.ย. เพราะในส่วนของนักการเมือง จะรู้อยู่แล้วว่าสำนักงบประมาณสามารถให้เปลี่ยนแปลงรายการคำของบประมาณได้ สามารถเพิ่มหรือลดรายการได้ แต่วงเงินภายในกำหนด ไม่เกิน 20%ซึ่งการที่ตนไม่ได้ตอบรับ ก็คิดว่าทำให้ไม่เป็นที่พอใจ และเมื่อวานนี้ที่ตนไปยื่นหนังสือลาออกจากราชการแล้ว ตนก็ได้ประชุมหารือการจัดทำงบประมาณปี 2570 ร่วมกับสำนักงานประมาณ และตนก็ยืนยันว่าในส่วนของกรมฝนหลวงฯจะไม่เพิ่มอะไร เพราะการทำงานของกรมฝนหลวงมีแผนงานที่ชัดเจน อย่างการซ่อมอากาศยานก็เป็นไปตามวงรอบอยู่แล้ว

นายราเชน ตั้งข้อสังเกตว่า ในวันที่ 31 มี.ค. ที่ตนได้ไปพบคนใกล้ชิดของ รมว.เกษตรฯ นั้น รมว.เกษตรฯยังไม่ได้เข้าเฝ้าเพื่อรับการโปรดเกล้าเลย แต่มีการเรียกอธิบดีเรียงแถวเข้าไปพบ เพื่อเอาคำของบประมาณไปดู ซึ่งตนมีการบันทึกไว้หมด

รู้ช่องโหว่นักการเมือง

เมื่อถามว่าในการหารือวันนั้นมีการขอให้เปลี่ยนแปลงรายการงบประมาณอะไรหรือไม่ นายราเชน บอกว่า วันนั้นเขาขอดูรายการคำของบประมาณตนก็ส่งให้ 1 ชุด ก็ไม่ได้คุยกันมากมายอะไร แต่ตนมองออกว่ามันเป็นช่องทางหนึ่งที่กรมฯสามารถไปเพิ่มหรือลดรายการโดยอยู่ในวงเงินเดิมที่กำหนด ถ้าฝ่ายการเมืองจะสอดแทรกได้ก็คือตรงนี้แหละ สามารถทำในงบปี 70 ได้เลย อาจจะไปตัดลดหรือเพิ่มอะไรได้ ดังนั้นหลังสงกรานต์จึงมีความพยายามในการขอพบตน

เมื่อถามว่าการที่อธิบดีฯไม่ได้รับนัดกับกลุ่มคนที่ขอนัดพบในช่วงหลังสงกรานต์เพราะเล็งเห็นว่าอาจจะมีความพยายามขอให้ปรับเพิ่มหรือลดงบประมาณบางส่วนใช่หรือไม่ นายราเชน บอกว่า แน่นอน ตนเป็นระดับอธิบดี ตนรู้ว่า มีช่องว่างที่ทำได้

หลังพิงฝา-ขอเรียกร้อศักดิ์ศรีขรก.

“ผมอ่านออกอยู่แล้ว ผมไม่ใช่คนโง่ คนโง่เขาคงมาถึงขนาดนี้ไม่ได้มั้ง แต่ผมไม่พูดเพราะว่าผมให้เกียรติ ผมให้เกียรติท่านผู้บริหาร ในเมื่อให้ผมหลังพิงฝา ผมก็ต้องออกมาเรียกร้องศักดิ์ศรีของข้าราชการและโดยเฉพาะบอกว่าผมจะเกษียณแล้ว ทำงานไม่ได้ ต้องเอาคนหนุ่มมาขับเคลื่อน แต่ปลัดกระทรวงก็เกษียณพร้อมผม เลขาส.ป.ก.ก็เกษียณพร้อมผม อธิบดีกรมปศุสัตว์ ก็เกษียณพร้อมผม ทำไมต้องย้ายผมคนเดียว ก็บอกดีๆผมพร้อมไป”นายราเชน กล่าว

เมื่อถามว่าแสดงว่าคำสั่งย้ายเป็นคำสั่งที่อธิบดีฯไม่รู้มาก่อนเลยใช่หรือไม่ นายราเชน กล่าวว่าไม่รู้เลย เรื่องดังกล่าวเสนอเข้าที่ประชุมครม.เป็นวาระจร หลังจากนั้นตนถึงรู้ว่าโดนย้ายสลับไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง ทั้งที่กรมฝนหลวงฯเป็นกรมด้านเทคนิค ไม่ใช่ว่าใครจะมาบริหารก็ได้ เพราะก่อนที่ตนจะมาเป็นอธิบดียังต้องเรียนรู้เรื่องการทำฝนหลวง เรื่องสภาพเมฆและต้องประชุมกับนักวิทยาศาสตร์ นักบิน ประชุมปฏิบัติงานร่วมกัน

ชะลอร้องขอความเป็นธรรมที่สภา

ล่าสุด นายราเชน เปิดเผยว่าวันนี้ยังไม่ได้เดินทางไปยื่นเรื่องร้องขอความเป็นธรรมที่รัฐสภา ตามที่ได้ประสานไว้โดยได้มีการพูดคุยกับนายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร เลขาธิการพรรคกล้าธรรมเบื้องต้นจริง แต่จากภาวะความเครียดที่เกิดขึ้นส่งผลให้ระบบทางเดินอาหารแปรปรวน จึงขอชะลอการดำเนินการออกไปก่อนแนวทางการยื่นร้องขอความเป็นธรรมกรณีถูกโยกย้ายตำแหน่งนั้นยังอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยจะขอหารือและรับฟังความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่าย เพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างรอบคอบ

นายราเชน ระบุว่าแม้จะเคยทำงานกับฝ่ายการเมืองหลายยุค แต่ไม่ได้เป็นเด็กของใครหรือสังกัดพรรคการเมืองใด โดยยึดหลักข้าราชการมืออาชีพที่ต้องสนองนโยบายของผู้บริหารทุกคนอย่างเท่าเทียมหากกระทำผิดก็พร้อมให้ตรวจสอบแต่หากไม่ได้กระทำผิดและไม่สามารถทำงานภายใต้หลักการได้ การลาออกถือเป็นทางเลือกหนึ่งเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของตนเองและความเป็นข้าราชการ

นายกฯโยนสื่อถาม“สุริยะ”

วันเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายราเชน ประกาศลาออกก่อนหมดอายุราชการ หลังถูกโยกไปนั่งผู้ตรวจราชการ โดยให้เหตุผลว่าไม่สามารถตอบสนองนโยบายฝ่ายการเมืองได้ โดยนายกรัฐมนตรี ระบุว่าต้องไปถาม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เพราะท่านรับผิดชอบและดูงานกระทรวงนี้อยู่

เมื่อถามว่าตอนนี้เป็นดรามาใหญ่โตระหว่างอธิบดีและ รมว.เกษตรฯ นายกฯตอบย้ำว่า “ต้องไปถาม นายสุริยะว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร” เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามถามว่ามีบุคคลที่สามเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยนั้นนายกฯไม่ตอบคำถามก่อนเดินทางกลับทันที

‘สุริยะ’แจงปมย้าย‘ราเชน’อีกรอบ

ด้านนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าวว่า นายราเชนได้พยายามพูดถึงสาเหตุของการถูกโยกย้ายในหลายเรื่อง โดยพยายามสื่อให้เห็นว่าสาเหตุเนื่องจากว่าหลานของตน ซึ่งเป็นผู้บริหารสายการบินแห่งหนึ่งพยายามติดต่อขอเข้าพบนายราเชน แต่ไม่ได้พบ โดยมีการย้อนไปตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ซึ่งทุกคนก็รู้ว่าช่วงเวลานั้นตนไม่ได้เกี่ยวข้อง และอยู่คนละกระทรวง จากนั้น นายราเชน บอกว่าจะแฉ โดยว่ามีบันทึกการสนทนาไว้ ว่ามีการโทรหานายราเชน ตั้งแต่ 30 มีนาคม 2569 ในช่วงเย็น ใช้เวลา 1 นาที,ในวันที่ 31 มีนาคม 2569 เวลา 10.30 น. ใช้เวลา 54 นาที, วันที่ 16 เมษายน 2569 ช่วง เวลา 13.00 น. 2 Miss Call ,วันที่ 19 เมษายน 2569 ช่วงเที่ยง ใช้เวลา 16 นาที และวันเดียวกันเวลา 13.00 น. ใช้เวลา 54 วินาที ซึ่งจะเห็นว่าในข้อเท็จจริงตนไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อนว่าหลานจะติดต่อไปขอพบนายราเชน หลังจากมีข่าวตนได้สอบถามหลาน ซึ่งก็ยอมรับว่าเป็นข้อเท็จจริงที่เขาติดต่อไป

ยังไงก็ย้ายอยู่ดี-ไม่เกี่ยวกับหลาน

นายสุริยะ กล่าวว่า ลองคิดดูถ้าตนรู้ว่าหลานติดต่อไป คงจะบอกนายราเชนว่าหลานอยากขอพบ แสดงว่าตนไม่ได้รับการติดต่อจากหลาน หลานพยายามติดต่อโดยตรง ซึ่งถ้าตนรู้ก็คงบอกนายราเชนว่าให้มีการพบกันหน่อย อาจจะมีเรื่องอะไรที่เสนอเป็นประโยชน์หรือไม่ แต่แม้ว่านายราเชนให้พบ ยังไงก็ย้ายอยู่ดี เพราะการย้ายไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องของหลาน แต่เป็นเรื่องที่ว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำกับดูแลเกษตรกรเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งมีจำนวนมากกว่าภาคธุรกิจอื่น และผลผลิตขณะนี้ก็ตกต่ำดังนั้น ตนอยากได้คนมีกำลังวังชาที่จะทำงาน เพื่อสนองนโยบายผม ซึ่งสื่อมวลชนก็คงทราบดีว่ามีการกล่าวกันไปว่าข้าราชการพอใกล้เกษียณคล้ายว่าค่อนข้างจะเกียร์ว่าง ไม่ใช่ผมพูดเองนะ แต่สื่อมวลชนก็รู้ว่าเป็นอย่างนั้น ผมก็เลยเสนอเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นไม่มีเรื่องอื่นเลย

นายสุริยะ กล่าวอีกว่า มีข่าวออกมาว่าหลานของตนจะไปของานที่กระทรวงเป็นเงินจำนวนมาก แต่ตนจำตัวเลขไม่ได้ แต่ในเมื่อนายราเชน ไม่ยอมให้หลานของตนพบเลย แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าหลานไปของาน มันขัดกับข้อเท็จจริง จึงอยากทำความเข้าใจว่าตนยึดถือความโปร่งใสเป็นหลัก

ยอมรับหลานชายติดต่อไปจริง

ผู้สื่อข่าวถามว่าได้สอบถามหลานว่ามีการติดต่อนายราเชนไปจริงหรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า หลังเกิดเรื่องได้ถามหลานชายว่าได้ติดต่อไปจริงหรือไม่ ซึ่งหลานยอมรับว่าได้ขอติดต่อจริง แต่หากย้อนไปปี 2568 ซึ่งนายราเชน พูดว่าหลานได้นัดไปและปรากฎตัวกัน 3 คน แต่หลานชายตนไม่ไป กลัวถูกหลอกจึงไม่ให้พบ พอมาถึงในช่วงนี้หลานชายได้ติดต่อไปจริงแต่ไม่ให้พบ ซึ่งหากเขาต้องการจะพบคงมาบอกตนแล้ว แต่ไม่ได้มาบอก เพราะเป็นกิจการธุรกิจของเขาเองไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับตนเลย จึงอยากเรียนว่าแม้ครอบครัวตนจะเป็นญาติพี่น้องกันแต่ครอบครัวต่างคนต่างแยกกันไป อยู่มีธุรกิจของตัวเอง ตนมาอยู่การเมือง

ขู่หากยังไม่หยุดจะยื่นฟ้อง

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะชี้แจงอย่างไรที่หลายคนมองว่าการโยกย้ายครั้งนี้ไม่เป็นธรรมต่อข้าราชการ นายสุริยะ ย้อนถามว่า ข้าราชการตรงไหนบ้างตั้งแต่ตอนตนย้ายมาก็ไม่มีใครมาพูดถึงเรื่องนี้ ให้มาถึงหู มีแค่อธิบดีราเชนคนเดียวเท่านั้นที่พูดอยู่ ขอย้ำว่าตนทำงานการเมืองมาตั้งแต่ปี 2544 มาถึงตอนนี้เกือบ 30 ปีแล้วถูกโยกย้ายมาแล้วหลายกระทรวง แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่เจ้าหน้าที่ถูกย้ายแล้วมาว่าตนไม่ให้ความเป็นธรรม ในครั้งนี้การที่อ้างว่าถูกโยกย้ายเพราะไม่เอื้อประโยชน์ให้หลานชายตนไม่เป็นความจริง ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของการเมืองแต่เป็นเรื่องการบริหารเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของกระทรวงเกษตรฯ

เมื่อถามว่ากรณีที่นายราเชนให้เหตุผลในเอกสารลาออกว่าไม่สามารถตอบสนองนโยบายฝ่ายการเมืองได้ นายสุริยะ กล่าวว่า มีอะไรที่สนองฝ่ายการเมืองไม่ได้ ตนไปบีบอะไรท่าน ขอให้ท่านชี้แจงมา แต่ถ้าเสนอสิ่งที่เป็นเท็จตนถือว่าได้รับความเสียหาย หลังจากตนแถลงครั้งนี้แล้วท่านยังไม่หยุดจะดำเนินการฟ้องคดี และถ้าหากท่านเห็นว่าไม่เป็นธรรมก็สามารถฟ้องดำเนินคดีกับตนได้

ไม่มีการล้างบางคนของพรรคเก่า

ผู้สื่อข่าวถามว่าการโยกย้ายครั้งนี้เป็นการล้างคนเก่าของพรรคการเมืองเดิมหรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า ตอนที่ไปดำรงตำแหน่งเป็น รมว.คมนาคม ก็มีคนที่รัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยแต่งตั้งไว้อยู่ เช่น อธิบดีกรมทางหลวง และอธิบดีกรมทางหลวงชนบท ตนก็ไม่เคยโยกย้าย ดังนั้นจึงไม่มีเรื่องการล้างบาง ข้าราชการทุกคนทำตามนโยบายของผู้บริหารและรัฐมนตรีอยู่แล้วเพราะเขาเป็นมืออาชีพ ฉะนั้นตนไม่จำเป็นต้องไปย้ายใครเพราะเป็นคนของพรรคนั้นพรรค

เมื่อถามว่ากรณีที่นายราเชนเตรียมจะไปขอความเป็นธรรมจากพรรคกล้าธรรม จะทำให้เรื่องนี้ถูกนำไปโยงกับเรื่องการเมืองหรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า นายราเชนพูดเองว่าที่ถูกสั่งย้ายเพราะไม่ให้หลานชายพบ ไปสรุปตรงนั้นเอง จึงไม่ใช่เรื่องของการเมือง ใครจะทำเป็นเรื่องการเมืองก็แล้วแต่ แต่ตนยืนยันว่าการโยกย้ายครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวกับทางพรรคกล้าธรรม

ย้ำไม่สบายใจก็เข้ามาคุยได้ตลอดเวลา

เมื่อถามว่า กรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า มีการเรียกนายราเชนไปพบเพื่อพูดคุยเรื่องงบประมาณก่อนโปรดเกล้าฯแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี นายสุริยะ กล่าวว่า ก่อนที่ตนจะเข้ามาเป็น รมว.เกษตรฯ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ คนเดิมได้จัดทำนโยบายเพื่อเสนองบประมาณฯของท่านอยู่ พอตนเข้ารับตำแหน่งสำนักงบประมาณจึงให้ไปดูว่ามีความจำเป็นหรือไม่อย่างไร หรือต้องมีการปรับปรุงส่วนไหนหรือไม่ ซึ่งตนก็ยืนยันไปตามเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนเลย

เมื่อถามว่า วันที่ 29 เมษายน ที่มีการประชุมงบประมาณกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งนายราเชนได้เข้าประชุมด้วยได้มีโอกาสพูดคุยเคลียร์ใจกันเบื้องต้นหรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า เมื่อวานการประชุมมีเจ้าหน้าที่มาจำนวนมาก และตนเคยพูดต่อสื่อมวลชนแล้วหากนายราเชนมีอะไรไม่สบายใจห้องตนก็เปิดตลอดเวลา

‘อรรถกร’รับเสียดาย‘ราเชน’

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา โฆษกพรรคกล้าธรรม อดีตรมว.เกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องดังกล่าวว่า วานนี้(29 เม.ย.) ตนได้รับการประสานจากนายราเชน จึงได้คุยกับนายไผ่ เพื่อให้เข้ามาพูดคุยในเรื่องของความไม่สบายใจของเจ้าตัว ที่อยากจะเข้ามาพูดคุยกับคนที่เคยรู้จัก ในฐานะพี่ในฐานะน้อง ซึ่งในส่วนของรายละเอียดในระดับหนึ่งแต่ยังไม่ได้ลงลึก จากประสบการณ์ส่วนตัวมองว่าการโยกย้ายนอกฤดูกาล ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก และการโยกย้ายเกิดขึ้นรวดเร็วพอสมควรและสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในรัฐบาลก่อนหน้านี้ ในสมัยที่ร.อ.ธรรมมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม เป็นรัฐมนตรีว่าการฯ ต่อเนื่องมาจนถึง นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ เหรัญญิกพรรคกล้าธรรม รวมถึงช่วงสั้นๆ ที่ตนได้เป็น ก็ไม่มีการโยกย้ายอธิบดีในลักษณะนี้ เมื่อคิดถึงอายุราชการของนายราเชน ก็เป็นเรื่องน่าเสียดาย และในฐานะที่ตนได้พบปะและร่วมงานกับนายราเชนก็เห็นว่าผลงานเป็นที่ประจักษ์และจับต้องได้

“แต่เท่าที่ดูจากสื่อนายราเชน ได้ยื่นใบลาออกจากราชการแล้ว ด้วยเหตุผลว่าไม่สามารถตอบสนองทางการเมืองได้ ผมถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย กับการที่ประเทศไทยจะต้องสูญเสียบุคลากรที่มีความรู้ แต่จากรายงานข่าวบุคคลที่จะเข้ามารับหน้าที่อธิบดีกรมฝนหลวงฯคนใหม่ก็เป็นคนรุ่นใหม่ ที่มีประสบการณ์โดยเฉพาะในเรื่องของน้ำ ดังนั้นจะดีกว่าหรือไม่ดีกว่าก็เป็นเรื่องของอนาคต” นายอรรถกร กล่าว

หากเกิดจากอคติก็ต้องตรวจสอบ

เมื่อถามว่า ในฐานะที่เคยเป็นอดีต รมว.เกษตรฯมาก่อน เหตุผลในการสั่งย้ายอธิบดีเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการทำงาน ถือว่าฟังขึ้นหรือไม่ นายอรรถกร กล่าวว่า เรื่องความต่อเนื่องอาจจะเป็นมุมที่ผู้บริหารคิด แต่ในกรมอธิบดีไม่ได้เก่งเพียงคนเดียว ดังนั้นความต่อเนื่องอย่างไรก็ต้องมีอยู่แล้ว และทราบดีว่าภารกิจเป็นอย่างไร ดังนั้นส่วนตัวมองว่าเรื่องความต่อเนื่องรอได้ แล้วอีก 5 เดือนค่อยไปแก้ไขปัญหา

“หากการโยกย้ายครั้งนี้เป็นไปตามครรลองคลองธรรมคงไม่ติดใจอะไร แต่หากการโยกย้ายครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะอคติหรือเพื่อแก้แค้น ก็คงจะใช้กระบวนการของสภาผู้แทนราษฎรในการตรวจสอบเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหากับข้าราชการไม่ใช่แค่ ซี10 และ ซี11 แต่ต้องเป็นข้าราชการผู้น้อยด้วย แต่อย่างไรก็ต้องรอการพูดคุยกับนายราเชนก่อน” นายอรรถกร กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top