วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
อ้างเรือเสีย-อุทกศาสตร์
9บริษัทดิ้นสู้
คดีลอบตุนน้ำมัน
ดีเอสไอยังไม่เชื่อ
ดึงศรชล.ให้ข้อมูล
บี้สอบประวิงเวลา
ดีเอสไอเดินหน้าลุยสางปมไอ้โม่งกักตุนน้ำมันเผยสอบครบ 9 บริษัทเรือ พอพิรุธ 20 เที่ยวส่งไปสุราษฎร์ อ้างเหตุผลติดปัญหาอุทกศาสตร์-เรือเสีย แต่ยังไม่ปักใจเชื่อ เตรียมเชิญศรชล.ให้ข้อมูลทางเทคนิค ไขปมประวิงเวลา –กักตุน พร้อมตรวจบิลน้ำมันผิดปกติอีก166ฉบับ หลังทีมสุดซอยส่งมาให้
เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกหนังสือเรียก 8 บริษัทเจ้าของเรือขนส่งน้ำมัน ในฐานะพยาน และพบเพิ่มอีก 1 บริษัท ซึ่งเป็นบริษัทให้เช่าซื้อเรือ (Leasing) ไม่ใช่บริษัทเจ้าของเรือ รวมเป็น 9 บริษัท หลังจากพบความผิดปกติ 20 เที่ยวเรือ จากเรือ 12 ลำ เข้ารับน้ำมันจากโรงกลั่นในพื้นที่ภาคตะวันออก แล้วพบว่ามีน้ำมันหายกลางทะเล จ.สุราษฎร์ธานี ประมาณ 57-60 ล้านลิตร โดยเฉพาะเรื่องการลักลอบกักตุนน้ำมัน การประวิงเวลา การขนส่งน้ำมัน การกักตุนน้ำมัน การปฏิเสธจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ตามความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542โดยให้ทั้ง 9 บริษัท เข้าพบพนักงานสอบสวนดีเอสไอ ภายในวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา ว่า พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ดีเอสไอ ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 59/2569กล่าวว่า ขณะนี้ผู้แทนบริษัทเจ้าของเรือทั้ง 9 บริษัท ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อสอบปากคำเรียบร้อยแล้ว
พ.ต.ต.วรณัน กล่าวต่อว่า ขณะนี้พบข้อมูลการว่าจ้างบริษัทเรือ 2 รูปแบบ ได้แก่ 1.บริษัทต้นทาง คือ โรงกลั่นน้ำมันและมีการส่งปลายทางคลังน้ำมันเป็นบริษัทเดียวกัน ส่วนใหญ่โรงกลั่นจัดหาเรือให้เป็นตามแผนการขนส่ง และ 2.กรณีบริษัทปลายทางเป็นคนละบริษัทกับโรงกลั่นจะมีการจัดหาเรือเข้ามาเอง หรือขอให้โรงกลั่นเป็นผู้จัดหาเรือมาให้ก็ได้
ส่วนการใช้ระยะเวลาเดินเรือนานกว่าปกติมี 3 รูปแบบตามคำให้การของบริษัทเรือนั้น ได้แก่1.กรณีเกี่ยวข้องกับเรื่องอุทกศาสตร์ เรื่องร่องน้ำ คือน้ำขึ้น-น้ำลง ทำให้เรือไม่สามารถเข้าเทียบท่าได้ตามกำหนด 2.กรณีการแจ้งเหตุว่ามีเรือเสียจึงต้องใช้เวลาซ่อมแซมก่อนจะเดินเรือเข้าท่า และเมื่อซ่อมแซมเสร็จก็มาติดปัญหาเรื่องร่องน้ำ คือน้ำขึ้น-น้ำลง เช่นกัน และ 3.กรณีมีเรือลำอื่นยังลอยลำอยู่ระหว่างถ่ายน้ำมันหรือน้ำมันยังมีอยู่ในคลัง ทำให้ไม่สามารถขนถ่ายน้ำมันลงได้
นอกจากนี้ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ได้ส่งมอบรายงานการวิเคราะห์การเดินเรือให้คณะพนักงานสอบสวนแล้ว
พ.ต.ต.วรณันกล่าวอีกว่า หลังจากนี้พนักงานสอบสวนดีเอสไอ จะเทียบข้อมูลการสอบปากคำบริษัทเจ้าของเรือทั้งหมดและรายงานของ ศรชล.ที่ส่งมอบให้มา ซึ่งอาจต้องเดินทางไปยัง ศรชล.เพื่อขอรายละเอียดอุปกรณ์เทคนิคประกอบในประเด็นการใช้เวลาเดินเรือนานกว่าปกติ คาดว่าดำเนินการได้ภายในสัปดาห์หน้า ส่วนจะเรียกหน่วยงานอื่นๆ เพิ่มเติมหรือไม่ต้องรอให้ได้ข้อสรุปทีละประเด็นเสียก่อน
สำหรับกรณี น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ อดีต สส.กทม.ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบอย่างเข้มข้นเพื่อการปฏิรูปพลังงาน (ทีมสุดซอย) พร้อมฝ่ายกฎหมาย นำเอกสารใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางเรือที่พบความผิดปกติ 166 ฉบับ ไม่เป็นไปตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน ช่วงเดือนมีนาคม 2569 จากบริษัทคลังน้ำมัน จ.ระยอง และ จ.ชลบุรี ส่งยังปลายทางคลังน้ำมันที่ จ.สุราษฎร์ธานี ชุมพร และสงขลา อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าอยู่ภายใต้มติหรือเข้าเงื่อนไขที่จะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ หรือมีเหตุสงสัยสามารถตั้งเลขสืบสวนได้ แต่หากไม่อยู่ภายใต้มติ ก็ต้องส่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) รับไปดำเนินการ
อย่างไรก็ตาม สำหรับคดีพิเศษที่ 66/2569 กรณีการปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่ จ.อ่างทอง โดย อธิบดีดีเอสไอ มอบหมายให้ พ.ต.ท.นิรุติ พัฒนรัฐ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานต่อไปเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงทุกมิติ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี