533.jpg
ศุภจี ลุย ไทยช่วยไทย Plus ส่งรถพุ่มพวงกว่าหมื่นคันกระจายสินค้าลดค่าครองชีพทั่วประเทศ

ศุภจี ลุย ไทยช่วยไทย Plus ส่งรถพุ่มพวงกว่าหมื่นคันกระจายสินค้าลดค่าครองชีพทั่วประเทศ

วันอังคาร ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.02 น.

ศุภจี ลุย ไทยช่วยไทย Plus ส่งรถพุ่มพวงกว่าหมื่นคันกระจายสินค้าลดค่าครองชีพทั่วประเทศ พร้อมอัดฉีดบัตรน้ำมันช่วยผู้ประกอบการรายย่อย ชง ขอเงิน พ.ร.ก.เงินกู้เพิ่ม เดินหน้าโครงการลดค่าครองชีพต่อเนื่อง 

เมื่อวันที่ 12 พ.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้ามาตรการลดภาระค่าครองชีพประชาชนผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย” ว่าโครงการดังกล่าวได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. และมีการขยายผลอย่างเป็นลำดับ ล่าสุดเตรียมเสนอใช้แหล่งเงินทุนจากพระราชบัญญัติ (พ.ร.ก.) เงินกู้ เพื่อดำเนินโครงการไทยช่วยไทย Plus ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในราคาประหยัดได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น กระทรวงพาณิชย์ได้บูรณาการร่วมกับกระทรวงมหาดไทย เปิดจุดจำหน่ายสินค้าในพื้นที่กว่า 800 อำเภอทั่วประเทศ พร้อมร่วมมือกับไปรษณีย์ไทยเพื่อเป็นจุดกระจายสินค้าและเพิ่มช่องทางสั่งซื้อผ่านระบบออนไลน์, นอกจากนี้ ในวันนี้จะมีการแถลงข่าวเปิดตัวโครงการไทยช่วยไทย รถเร่ หรือ รถพุ่มพวง โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อกระจายสินค้าเข้าถึงชุมชนห่างไกลที่เข้าถึงลำบาก ปัจจุบันมีผู้ประกอบการรถเร่สมัครเข้าร่วมโครงการผ่านกรมการปกครองแล้วกว่า 10,000 ราย ซึ่งรัฐบาลจะสนับสนุนสินค้าเบื้องต้น (Start Kit) และมอบบัตรเติมน้ำมันเพื่อลดต้นทุนการขนส่งเป็นรายเดือน” นางศุภจีระบุ โดยมีรายละเอียดการสนับสนุนได้แก่ รถกระบะ ช่วยเหลือบัตรเติมน้ำมัน 3,000 บาทต่อเดือน รถสามล้อ ช่วยเหลือบัตรเติมน้ำมัน 1,500 บาทต่อเดือน และรถจักรยานยนต์พ่วงข้างช่วยเหลือบัตรเติมน้ำมัน 1,000 บาทต่อเดือน


เมื่อถามถึงราคาอาหารปรุงสุก ที่ปรับตัวสูงขึ้นจนส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อ นางศุภจี กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ได้เร่งควบคุมราคาสินค้าที่เป็นวัตถุดิบต้นทาง เช่น น้ำมันพืช น้ำปลา ซอสปรุงรส น้ำตาล ไข่ไก่ และข้าวสาร เพื่อลดภาระต้นทุนให้ร้านอาหาร พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการร้านค้าให้คงราคาจำหน่ายในระดับที่เหมาะสม แม้จะเข้าใจถึงปัจจัยด้านค่าขนส่งและราคาน้ำมันที่ปรับตัวตามกลไกตลาดก็ตาม

เมื่อถามถึงแผนการระยะกลางและระยะยาว นางศุภจี กล่าวว่า จะมุ่งเน้นการดึงสินค้า SME, วิสาหกิจชุมชน และสินค้าเกษตร เข้ามาอยู่ในโครงข่ายการกระจายสินค้าของโครงการ เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน โดยจะร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ในการยกระดับมาตรฐานสินค้า พร้อมมอบหมายให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าช่วยพัฒนาทักษะผู้ประกอบการ และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศผลักดันสินค้า SME ที่มีศักยภาพให้สามารถส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศหรือ “โกอินเตอร์” ได้ต่อไป
 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top