วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569
หมอวรงค์ ยื่น ป.ป.ช. สอบ TH-AI PASSPORT ชี้ ให้จับตาเนื้อหาสัญญาแนบท้าย ฝากถึง ไชยชนก เลิกทำตัวเป็นเด็ก ต้องลงมาตรวจสอบ เพราะสุดท้ายหนีรับผิดไม่พ้น
เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี ยื่น ป.ป.ช.ขอให้ตรวจสอบข้อสงสัยการทุจริต เอื้อประโยชน์ หรือมีการล็อกสเปคในโครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย หรือ TH-AI PASSPORT วงเงิน 1,650 ล้านบาท โดยได้มีการนำหลักฐาน TOR ของโครงการดังกล่าวจำนวน 33 แผ่น เอกสารที่ใช้ประกอบในการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงหลักฐานที่ส่อว่าบริษัทรับผลิตสื่อมีศักยภาพครบถ้วนตามเงื่อนไข และขอให้ตรวจสอบว่าเงื่อนไขใน TOR ของโครงการกำหนดคุณสมบัติหรือรายละเอียดของงานที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของโครงการหรือมีลักษณะเป็นการกำหนดเงื่อนไขเฉพาะที่ทำให้เอกชนบางรายหรือบางกลุ่มได้เปรียบผู้ประกอบการรายอื่น โดยเฉพาะเงื่อนไขด้านการประชาสัมพันธ์ผ่านทางจอดิจิทัล เครือข่ายสื่อ การกำหนดจำนวนสาขาร้านสะดวกซื้อ จำนวนจอ รวมถึงองค์ประกอบอื่นที่อาจไม่เป็นสาระสำคัญในการยกระดับทักษะด้าน AI โดยตรง แต่กลับกำหนดให้เป็นส่วนสำคัญของโครงการ
รวมถึงประเด็นการจัดทำราคากลาง ว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์ กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องหรือไม่ ตรวจสอบแหล่งที่มาของราคากลาง การเปรียบเทียบราคา การประเมินต้นทุนและเหตุผลประกอบการกำหนดวงเงิน มีความชัดเจนโปร่งใส และตรวจสอบได้หรือไม่ พร้อมขอให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน ครอบคลุมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับโครงการทุกระดับ ตั้งแต่ผู้กำกับดูแลกระทรวง อย่างนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ และบุคคลที่เกี่ยว ข้องรวมถึงนิติบุคคล และภาคเอกชนที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องได้รับผลประโยชน์จากโครงการ
นพ.วรงค์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกพบมีการล็อคสเปคพุ่งเป้าไปที่กำหนดพื้นที่หรือจอดิจิทัลในการประชาสัมพันธ์ โดยบริษัทแพลนบี ระบุว่าสามารถประชาสัมพันธ์ผ่านร้านสะดวกซื้อไม่น้อยกว่า 2,000 สาขา ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับเงื่อนไขใน TOR ที่ระบุว่าจะต้องมีการประชาสัมพันธ์ทางร้านสะดวกซื้อไม่น้อยกว่า 1,500 สาขา ไม่น้อยกว่า 6,000 จอ
นพ.วรงค์ กล่าวว่า ส่วนตัวสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงการใช้ AI ในระดับโปรหรือพรีเมี่ยมแบบฟรี แต่สิ่งที่ปฏิเสธคือกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างหรือ E-Bidding ที่มีการล็อคสเปคหรือเอื้อประโยชน์เกิดขึ้น
"จากการเขียนเอกสารแนบท้ายสัญญาเปลี่ยนเป็นการใช้จ่ายเงินรายเดือนตามที่ใช้จ่ายจริง ไม่ใช่จ่ายตามข้อตกลงที่ระบุจะจ่าย 1,621 บาท หากฟังผิวเผินก็ดูเหมือนจะประหยัด แต่พบว่ากระบวนการหรือการประมูลมีการล็อกสเปคมาแล้ว แม้จะมีการแก้ไขสัญญาแต่กระบวนการที่เริ่มมาไม่มีความโปร่งใส และการเขียนสัญญาแนบท้ายให้มีการจ่ายรายเดือนนั้น แต่ในเงื่อนไข TOR กำหนดการจ่ายเงิน 5 งวด งวดละ 20% โดยเฉพาะงวดที่ 2 ถึงงวดที่ 5 จะเชื่อมโยงกับกระบวนการที่ล็อคสเปคไว้คือเงื่อนไขการประชาสัมพันธ์ผ่านจอดิจิทัล ซึ่งการระบุจะมีการจ่ายเงินเป็นรายเดือนนั้นมีความย้อนแย้งกับ TOR ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นว่า TOR สามารถแก้ไขได้ จึงขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลว่าหากจะต้องแก้ไข TOR ให้สอดคล้องกับสัญญาแนบท้าย ขอให้แก้ไข TOR ให้เกิดความเรียบร้อยและเป็นประโยชน์ต่อประชาชน และแก้เงื่อนไขการล็อคสเปคไว้ด้วย และเปิดประมูลใหม่จะทำให้ประเทศชาติประหยัดงบประมาณ ซึ่งก็จะทำให้เรื่องหนักกลายเป็นเบา"นพ.วรงค์ กล่าว
พร้อมกันนี้ นพ.วรงค์ กล่าวฝากไปยังนายไชยชนก ว่าเลิกทำตัวเป็นเด็ก เพราะบริหารชาติบ้านเมือง ต้องยึดประโยชน์ประชาชนเป็นตัวตั้ง ขออย่าอ้างว่าตนไม่รู้ ตนแทรกแซงไม่ได้ เพราะเมื่อถึงที่สุดแล้วปัญหาที่เกิดขึ้นรัฐมนตรีหนีความรับผิดชอบไม่ได้ ซึ่งจากการอภิปรายและการแถลงข่าวของตนได้เตือนรัฐมนตรีแล้ว จึงขอให้เร่งดำเนินการจัดการก่อนที่จะนำไปสู่ความเสียหายมากกว่านี้ หมดเวลาทำตัวเป็นเด็กแล้ว
นพ.วรงค์ ยังบอกว่า TOR ที่มีปัญหาโดยเฉพาะในข้อ 4 ที่มีการระบุว่า"อย่างน้อยดังนี้" ถือเป็นสภาพบังคับ ซึ่งจะเชื่อมโยงไปถึงข้อย่อยที่ 5 และเงื่อนไขในข้อ 8 ที่ระบุเงื่อนไขการจ่ายเงิน 5 งวด และการชำระเงินก็จะโยงย้อนกลับมาถึงข้อ 4 ด้วย และบริษัทPlan B ไม่ได้มีส่วนในการประมูลโดยตรง ขออย่าไปกล่าวหา Plan B แต่บริษัทที่ประมูลชนะมีความพัวพันสามารถกำหนดทิศทางและกำหนดศักยภาพของ ได้ ซึ่งเป็นการใช้ คอนเนคชั่น เพื่อนำไปสู่การชนะประมูล แม้จะมีบริษัทที่เข้าประมูลงาน 3 แห่ง แต่ไม่แปลกใจที่เสนอราคาไม่แตกต่างกันมากและไม่แตกต่างจากราคากลาง ซึ่งส่อว่ามีการฮั้วกันมาตั้งแต่แรกแล้ว
เมื่อถามว่าหลักฐานที่นำมายื่นร้องจะหนักแน่นและเอาผิดได้เหมือนกรณีโครงการรับจำนำข้าวหรือไม่ นายแพทย์วรงค์ กล่าวว่า หลักฐานและTOR ที่มีอยู่ก็ถือว่าจบแล้ว ยกเว้นจะรีบยกเลิกและแก้ไขใหม่ เพื่อที่หนักจะได้เป็นเบา
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี