วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
รัฐบาลเดินหน้าปราบอาชญากรรมออนไลน์ต่อเนื่อง เปิดสถิติ 4 เดือนแรก ปี 2569 พบ 121,921 คดี มูลค่าความเสียหายรวม 7.48 พันล้านบาท ยอดคดีโกงเริ่มลดลง
เมื่อวันที่ 14 พ.ค.2569 น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปิดกั้นโซเชียลมีเดีย เพจ และเว็บไซต์ URL ผิดกฎหมายทุกรูปแบบ เพื่อเป็นการตัดช่องทางการก่ออาชญากรรมที่สำคัญของขบวนการมิจฉาชีพ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของรัฐบาล ทั้งนี้ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เปิดเผยผลการวิเคราะห์จำนวนคดีที่รับแจ้งความเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ รวมถึงแผนประทุษกรรมของสแกมเมอร์ ตั้งแต่ 1 มกราคม – 30 เมษายน 2569 ในวงรอบ 120 วัน พบว่า มีจำนวนคดี 121,921 คดี มูลค่าความเสียหายรวม 7.48 พันล้านบาท ในระยะเวลาดังกล่าว ทีมวิเคราะห์ของศูนย์ ACSC พบว่ารูปแบบการหลอกลวง แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่
1.การหลอกลวงด้านสินค้าและบริการ จำนวนคดีสูงที่สุด 85,215 คดี คิดเป็น 69.9% ของคดีทั้งหมด ความเสียหายเฉลี่ยต่อคดีอยู่ที่ 15,727 บาท โดยมีการผันผวนตามเทศกาล หรือฤดูซื้อของออนไลน์ จุดสูงสุดอยู่ที่เดือน มี.ค.2569 (มีจำนวน 22,908 คดี มูลค่าเสียหายรวม 353.3 ล้านบาท) ก่อนจะมีการปรับลดลงในเดือน เม.ย. (จำนวนคดี 20,823 คดี มูลค่าความเสียหาย 288.3 ล้านบาท) สะท้อนได้ว่ามาจาก seasonal-effect และผลของมาตรการเตือนภัย
2.กลุ่มหลอกลวงเชิงผลประโยชน์/ลงทุน สร้างมูลค่าความเสียหายสูงสุด 5,997.7 ล้านบาท หรือ 80.2% ของมูลค่าทั้งหมด ความเสียหายเฉลี่ยต่อคดี 166,449 บาท (ซึ่งสูงกว่ารูปแบบที่ 1 ราว 10 เท่า) แต่มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง ตั้งแต่ ม.ค. ซึ่งมีจำนวน 10,146 คดี และลดลงเหลือ 6,642 คดี ในเดือน เม.ย. เท่ากับลดลงประมาณ 34.5% ในระยะเวลา 4 เดือน สะท้อนผลของการปฏิบัติการของศูนย์ ACSC และการรับเรื่องของ AOC (ตัดข้อมูลติดต่อ) และการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดต่อเนื่อง
3.กลุ่มการโจมตีทางเทคนิคเชิงรุก และคดีฉ้อโกงเทคโนโลยีอื่น ๆ เป็นภัยคุกคามที่ต้อง อาศัยทักษะทางเทคนิคของคนร้าย หากนับเชิงปริมาณ ถือว่า น้อยที่สุด มีจำนวนคดี 673 คดี คิดเป็น 0.55% แต่ค่าเฉลี่ยความเสียหายต่อคดีกลับอยู่ที่ 211,686 บาท ถือว่าสูงที่สุด และเป็นภัยคุกคามขั้นสูง จากข้อมูลพบว่ารูปแบบนี้มีการขยายตัวอย่างน่ากังวล โดยเฉพาะในเดือน มี.ค. มีจำนวน 385 คดี มูลค่าความเสียหาย 87.7 ล้านบาท พบมาจากการ Phishing / Hacking ขนาดใหญ่ และคดี Ransomware ที่มีมูลค่าต่อคดีพุ่งสูง
“รัฐบาลขอเตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อกดลิงก์หรือกรอกข้อความใดๆ ที่ส่งมาทางแอปพลิเคชัน หรือแพลตฟอร์มใดก็ตาม และอย่าหลงเชื่อหน่วยงานหรือใครก็ตามที่มีการอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ต่างๆ ขอให้ทำการติดต่อสอบถามไปยังต้นสังกัดที่ถูกแอบอ้างก่อนทุกครั้ง ก่อนทำธุรกรรมใดๆ รวมไปถึงก่อนการลงทุนทุกครั้ง และขอให้ตรวจสอบไปที่ SEC Check first ก่อนทุกครั้ง เพื่อพิสูจน์ว่าบริษัทดังกล่าวมีจริงหรือไม่ และอย่าเพิ่งโอนเงินใดๆ หากยังไม่ได้ตรวจสอบบัญชีปลายทางให้ดี เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง ที่สำคัญ ขอให้มีสติ ไม่เชื่อ และไม่โอนเงิน เด็ดขาด” นางสาวพลอยทะเล ย้ำ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี