542.jpg
ปปง.เร่งเก็บข้อมูล จ่อยึดทรัพย์ แก๊งโกงสอบหนาว มท.แจงงดถก‘ก.กลาง’ รอชี้ขาดเพิกถอน5พันชื่อ

ปปง.เร่งเก็บข้อมูล จ่อยึดทรัพย์ แก๊งโกงสอบหนาว มท.แจงงดถก‘ก.กลาง’ รอชี้ขาดเพิกถอน5พันชื่อ

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ปปง.เร่งเก็บข้อมูล
จ่อยึดทรัพย์
แก๊งโกงสอบหนาว
มท.แจงงดถก‘ก.กลาง’
รอชี้ขาดเพิกถอน5พันชื่อ
นายกฯประณามคนผิด
ลั่นไม่ต้องดอดมาเคลียร์

ปปง.มาแล้ว เผยกำลังซุ่มเก็บข้อมูลเส้นเงินให้ชัดก่อนยึดทรัพย์แก๊งโกงสอบท้องถิ่น ขณะที่ ผบช.ก.แจง 11 ผู้ต้องหายอมให้การซัดทอดส่วนหนึ่งจึงกันไว้เป็นพยาน มัดไอ้โม่งที่ยังกบดาน ด้านนายกฯอนุทินไม่รู้เลื่อนประชุมก.กลาง เร่ง กสถ.ทำรายงาน หลังมีมติเพิกถอนขรก.ท้องถิ่น 5,928 คน ชี้คนได้รับผลกระทบ มีสิทธิ์ฟ้องร้อง ชี้เป็นเรื่องต้องพิสูจน์ เปิดสัมมนาขรก.ภาคตะวันออก ชี้ยุคไม่รับเคลียร์ใคร ปมโกงสอบท้องถิ่น แม้ใครเลิกคบ ซัดคนพวกนี้ตราบาปติดเถ้ากระดูกจนลอยอังคาร

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าหลังกระแสสังคมติดตามคดีทุจริตโกงสอบท้องถิ่นตามที่ปรากฏข่าวในสื่อมวลชนและสื่อสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับการสอบถามเกี่ยวกับการดำเนินการของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินหรือปปง.นั้น


เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.)ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงระบุว่า การดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับความผิดฐานฟอกเงินจำเป็นต้องอาศัยพยานหลักฐานที่ครบถ้วนตามมาตรฐานของกฎหมาย จึงอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานในคดีทุจริตสอบท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปัจจุบันปปง.ทำงานร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ช.,สำนักงาน ป.ป.ท.และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐาน หากพบข้อเท็จจริงที่มีน้ำหนักเพียงพอก็จะดำเนินมาตรการตามอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องต่อไป

รอหลักฐานชัดพร้อมจัดการทันที

นอกจากนี้ปปง.เปิดเผยว่าในรอบปีที่ผ่านมาได้ดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินตามกฎหมายฟอกเงินรวมมูลค่ากว่า 64,925ล้านบาท ทั้งการยึด อายัด ส่งคำร้องต่อศาลและการนำทรัพย์สินคืนผู้เสียหาย ซึ่งล้วนเกิดจากการมีพยานหลักฐานที่ชัดเจนเพียงพอตามกระบวนการกฎหมาย ทั้งนี้ สำนักงานปปง.ยืนยันว่าหากการตรวจสอบคดีทุจริตสอบท้องถิ่น มีพยานหลักฐานชัดเจนและครบถ้วนตามกฎหมายก็จะเร่งดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

จ่อฟันรายใหม่เจ้าพนักงานของรัฐ

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(ผบช.ก.)เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีทุจริตการสอบกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น(สถ.)ว่า ภาพรวมคดีหลักๆ อยู่ในอำนาจของ ป.ป.ช. โดยในส่วนของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางนั้น ได้รับแจ้งความจากกระทรวงมหาดไทยและกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น(สถ.) กรณีเอกสารข้อสอบเล็ดลอดออกมานั้นได้สืบสวนจนทราบเส้นทางการรับเอกสารและผู้สั่งการแก้ไข จนนำไปสู่การออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง3รายซึ่งสามารถจับกุมได้แล้วทั้งหมดแล้ว

จากการสืบสวนพบข้อเท็จจริงว่าน่าจะมีเจ้าพนักงานของรัฐเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำให้เอกสารเล็ดลอดออกมา โดยขอเวลาอีก2-3วันในการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการเอาผิดกับกลุ่มบุคคลดังกล่าว ทั้งนี้คดีทั้งหมดอยู่ในความดูแลของ ป.ป.ช.ทราบว่าได้ตั้งคณะไต่สวนพิเศษขึ้นมาดำเนินการแล้ว

ปปช.กัน11ผู้ต้องหาไว้เป็นพยาน

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์กล่าวว่าสำหรับบุคคล 11 รายที่ถูกออกหมายจับในส่วนนี้ ป.ป.ช. ได้กันไว้เป็นพยาน โดยตำรวจได้ประสานงานกับ ป.ป.ช. อย่างใกล้ชิด มุ่งไปที่ผู้ร่วมวางแผน และผู้ทำการแก้ไข ซึ่ง ป.ป.ช. ได้รับตัวไปสอบปากคำเรียบร้อยแล้ว ส่วนเจ้าหน้าที่รัฐที่มีข้อมูลพัวพันนั้น ต้องขออุบรายละเอียดระดับของเจ้าหน้าที่ไว้ก่อน เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านเวลาในการรายงาน ป.ป.ช.ด้วย

เตรียมส่งรายงานนายกฯไม่เกิน5สค

สำหรับกระแสข่าวผู้เกี่ยวข้องที่ว่ามียศใหญ่กว่าจ่าพิชิตที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์กล่าวว่ากรณีของจ่าพิชิตนั้น เป็นเจ้าพนักงานของรัฐ แต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการสอบและถูกดำเนินคดีในข้อหาตามที่ได้แถลงไปแล้ว แต่ในกรณีนี้ผู้ต้องหาเป็นเจ้าพนักงานของรัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง จากข้อมูลทั้งหมดคงอยู่ระหว่างตรวจสอบให้แน่ชัดว่า มีความชัดเจนเพียงพอที่จะใช้ดำเนินคดีหรือไม่

สำหรับการรายงานข้อมูลต่อนายกฯและรองนายกฯน่าจะไม่เกินวันที่ 5 สิงหาคมนี้ เนื่องจากคดีหลักอยู่ที่ ป.ป.ช.และ ผบช.ก.เป็นหนึ่งในคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง มีหน้าที่เสนอแนะแนวทางป้องกันการทุจริตสอบเข้ารับราชการในอนาคตด้วย

ส่วนกรณีการยกเลิกการประชุมที่กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างกะทันหันทางผบช.ก.ยืนยันว่า กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด เป็นเพียงการทำหน้าที่ในฐานะคณะทำงานที่เร่งรัดรวบรวมข้อมูลให้สอดคล้องกับกระทรวงมหาดไทย เพื่อพิจารณาแนวทางดำเนินการต่อไปเท่านั้น

นายกฯไม่รู้เลื่อนประชุมก.กลาง

เวลา 11.00 น.ที่สวนนงนุชพัทยา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีก.กลางเลื่อนประชุมจากวันที่23ก.ค.นี้ออกไปอย่างไม่มีกำหนดว่า เรื่องนี้ตนยังไม่ได้รับรายงานซึ่งตนได้เร่งรัดให้ กสถ.ให้เร่งรายงานมติในที่ประชุมครั้งที่แล้ว โดยปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานกสถ.รวมถึงรักษาการอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นได้มีการแถลงไปแล้วว่ามีมติอย่างไรออกมา แต่เรื่องนี้ต้องมีการทำรายงานอย่างเป็นทางการ และเมื่อส่งมา นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทยซึ่งตนได้มอบหมายให้กำกับดูแลกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจะต้องนำเรื่องไปพิจารณา เมื่อมีความพร้อม ก็จะต้องเรียกประชุม

เมื่อถามว่าในกรณีที่ต้องให้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นดูข้อกฎหมายที่มีการถกเถียงกันว่ากสถ.มีอำนาจในการเพิกถอนข้าราชการหรือไม่นั้นนายอนุทินกล่าวว่า ไม่เกี่ยว กสถ.เป็นคณะกรรมการภายใต้กฎหมายซึ่งที่ประชุมมีมติอย่างไร ก็ต้องดำเนินการตามนั้น ส่วนจะมีอำนาจหรือไม่ คนที่ได้รับผลกระทบ ก็มีสิทธิ์ไปฟ้องร้อง ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องพิสูจน์กัน ในขั้นตอนตามกฎหมาย แต่ทุกหน่วยงานก็ต้องทำตามหน้าที่ แม้กระทั่ง รมว.มหาดไทยจะไปชี้นำกสถ.ไม่ได้ เพราะต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย

ส่วนคณะกรรมการชุดของนายปกรณ์นั้น ได้มีการรายงานมาอย่างไรบ้าง นายอนุทิน ระบุว่าตนได้รับรายงานแทบทุกวัน เพราะตนกับนายปกรณ์มีเรื่องที่ต้องคุยกันในแต่ละวันมากมาย ที่เป็นเรื่องของข้อกฎหมายและขณะนี้ยังให้ดูเรื่อง กสทช.ว่ารัฐบาลเกี่ยวข้องตรงไหนอย่างไรบ้าง เมื่อถามว่าการเพิกถอนข้าราชการท้องถิ่นอำนาจสิ้นสุดอยู่ที่ กสถ.ใช่หรือไม่นายอนุทินกล่าวว่าเป็นมติของ กสถ.เมื่อถามย้ำว่าสามารถเพิกถอนได้เลยใช่หรือไม่ นายกฯย้ำว่า ต้องทำรายงานมา ส่วนรายละเอียดต้องไปถามปลัดกระทรวงมาไทย

มท.4แจงแจ้งเลื่อนประชุมก.กลาง

ด้าน นายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น(สถ.)ออกหนังสือด่วนที่สุดสั่งเลื่อนประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง)วันที่23 ก.ค.นี้ว่าขณะนี้รอกระบวนการของคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น(กสถ.)อยู่ระหว่างการทำงาน และขณะนี้ใกล้จะแล้วเสร็จ แต่บังเอิญว่าไม่ทันวันที่จะมีการประชุมก.กลาง ซึ่งกำหนดการเดิมจะมีการประชุมวันที่ 23ก.ค. พอไม่ทันจึงมีการขยับเวลาออกไปเพื่อรอให้กสถ.ดำเนินการทุกอย่างเสร็จสิ้น ก่อนจะกำหนดวันประชุมอีกครั้ง เพื่อดำเนินการส่งเรื่องเข้า ก.กลาง

ปัดไม่มีมวยล้มต้มคนดู-ยันไม่นาน

เมื่อถามว่าพอมีเอกสารเรื่องประชุมออกมาทำให้ประชาชนมองว่าเป็นมวยล้มต้มคนดู นายวรศิษฏ์ กล่าวว่าไม่มี เป็นแค่ระยะเวลาที่ไม่พอดีกันเท่านั้นเองและไม่ได้เลื่อนออกไปไกล พอ กสถ.ทำเรื่องเสร็จเรียบร้อยก็นัดวันประชุมได้เลย

“ไม่นานครับ ยืนยันได้ว่าไม่นาน และอีกอย่างเรื่องเชิงข้อเท็จจริงมันไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเพราะการตรวจตรวจตามข้อเท็จจริงและตัวเลขก็เห็นกันอยู่แล้วว่ามีประมาณ 5,000กว่าราย ทุกการตรวจสามารถพิสูจน์ได้ว่า ใครมีความผิดปกติอย่างไรเพราะฉะนั้นแค่รอเวลาให้เสร็จแล้วก็นัดประชุมใหม่เท่านั้นเอง ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องกังวลเลย”นายวรศิษฏ์ กล่าว

ปธ.กสถ.รอชัดเจนเพิกถอน5พันชื่อ

วันเดียวกัน นายวันชัย จันทร์พร ประธานคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น(กสถ.)กล่าวถึงความคืบหน้าขั้นตอนการเพิกถอนรายชื่อข้าราชการท้องถิ่น 5,924รายชื่อ ภายหลังที่ประชุมกสถ.มีมติไปเมื่อวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมาว่า ขอให้รอความชัดเจน จากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเนื่องจากอยู่ระหว่างการดำเนินการตรวจสอบรายชื่อ ส่วนระยะเวลาที่จะใช้ในการตรวจสอบจะเป็นเท่าใด นายวันชัยกล่าวว่า ยังไม่ทราบแต่ต้องให้เวลาทางกรม สถ.ในการตรวจสอบ

อยู่ระหว่างกรมสถ.ตรวจสอบก่อน

เมื่อถามว่าการที่กสถ.ยังดำเนินการเพิกถอนไม่แล้วเสร็จ เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้การประชุม ก.กลาง ถูกเลื่อนออกไปใช่หรือไม่นายวันชัย กล่าวว่า ไม่แน่ใจ เพราะนั่นเป็นส่วนของทางกระทรวงและของกรม สถ. ก่อนย้ำว่าตนรอทางกรมสถ.ก่อน เมื่อถามอีกว่าเมื่อมีการสรุปการเพิกถอนรายชื่อแล้วเสร็จจะต้องนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมก.กลางหรือไม่นายวันชัย กล่าวว่าต้องรอความชัดเจนจากทางกรมก่อน ตนยังไม่สามารถตอบได้ เมื่อถามว่าจำเป็นจะต้องรายงานต่อปลัดกระทรวงมหาดไทยหรือไม่ นายวันชัย กล่าวว่า ปลัดกระทรวงมหาดไทย ติดตามอยู่ตลอด ขอให้รอท่านชี้แจงก่อน

นายกฯให้นโยบายมั่นคงภาคตะวันออก

วันเดียวกัน ที่ห้องสัมมนาลอยฟ้า ฮอลล์ 1 สวนนงนุชพัทยา อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมมอบนโยบาย“การขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาลในพื้นที่จังหวัดชลบุรี” ซึ่งมีนายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กำนัน ผู้ ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารท้องถิ่นในจังหวัดชลบุรี และจังหวัดใกล้เคียงร่วมด้วย

โดยนายกฯกล่าวมอบนโยบายตอนหนึ่งว่า การมาพบกันในวันนี้ ถือว่าคุ้มค่ามากไม่ได้มีเฉพาะจังหวัดชลบุรีแต่มีข้าราชการที่มาจากจังหวัดใกล้เคียงในพื้นที่ภาคตะวันออกของประเทศไทย ถือเป็นโอกาสสำคัญที่เราได้มาร่วมกันหารือและกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนภารกิจความมั่นคงของรัฐบาลเศรษฐกิจซึ่งปัจจุบันภัยคุกคามต่างๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากด้านความมั่นคง มีความซับซ้อนและมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน คุณภาพชีวิตของประชาชนตลอดจนความเชื่อมั่นต่อการบังคับใช้กฎหมายของรัฐ การให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามภัยคุกคามทุกรูปแบบ

ลั่นรบ.พร้อมหนุนจัดเต็มสุดซอย

จะเห็นได้ว่าเวลาที่ที่ท่านไปดำเนินการปราบปราม การกระทำผิดกฎหมาย จับกุมสแกมเมอร์ทำลายบ่อนการพนันไม่เคยมีใครได้รับโทรศัพท์ลึกลับไม่เคยมีใครถูกถามว่ารู้ไหมว่าคนที่ท่านจับอยู่เป็นใคร โรคความจำเสื่อมหายไปหมดแล้วเพราะรัฐบาลให้ความเชื่อมั่นและให้การสนับสนุน ถ้าภาษาวัยรุ่นอย่างพวกเราคือ สุดซอยกับพวกที่กระทำผิดกฎหมายไม่เคารพกฎหมาย เราจะเรียกตัวเราเองว่าเป็นข้าราชการของแผ่นดินเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เป็นผู้คุ้มครองประเทศเป็นผู้รักษากฎหมาย เป็นนักปกครองไม่ได้

ปลุกต้องไม่ยอมใครเอาเท้าลูบหัว

ถ้าเราปล่อยให้คนที่กระทำสิ่งที่ผิดกฎหมายลอยนวล หรือสามารถทำในสิ่งที่เขาต้องการทำโดยที่ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ทั้งที่พวกเรามีหน้าที่รักษากฎหมาย ถ้าพูดกันตรงๆ มาทำสิ่งชั่วร้ายบนหัวของพวกเราซึ่งเราไม่ยอมเด็ดขาด ประเพณีของเราใครมาจับหัว เราก็ไม่ยอมอยู่แล้ว ไม่ต้องทำความชั่วร้ายแต่นี่มาทำความชั่วร้ายอยู่บนพื้นที่ที่เราต้องรับผิดชอบดูแลทำผิดกฎหมาย อันนี้ไม่ใช่เอามือลูบหัว ต้องถือว่าเขาเอาเท้าลูบหัว ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีใครยอมได้เป็นอันขาด ฉะนั้นพวกผิดกฎหมายเหล่านี้มันจะต้องเกรงกลัวแล้วจะต้องไม่ทำสิ่งเหล่านั้นนี่คือวิธีการทำงานของรัฐบาลนี้ต่อผู้ที่คิดว่าจะทำผิดกฎหมายและท้าทายกฎหมาย

นอภ.เอาจริงยานรกไม่เข้าหมู่บ้าน

นายกฯกล่าวอีกว่าทั้งนี้มาตรการปราบยาเสพติด 90 วันพิฆาตยาเสพติด ผ่านปฏิบัติการOperation 90 Days พิฆาตยาเสพติดตัดวงจรการค้า การลำเลียง การเสพยาเสพติดขอให้จังหวัดทำงานร่วมกันเหมือนกับเรื่องการปราบปรามผู้มีอิทธิพล

“มีคนกระซิบผม ถ้านายอำเภอเอาจริงเอาจัง ยาเสพติดไม่มีทางเข้าไปในอำเภอ หมู่บ้าน ตำบลได้ ผมเชื่อ ถ้าแค่นายอำเภอเอาจริงเอาจังอย่างเต็มที่ ทำความเข้าใจกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ของท่านชุมชนเหล่านั้น เป็นตำบลสีขาว ยังไงก็ลดลง และการประชุมระหว่างผวจ.และผู้บังคับการตำรวจภูธรเป็นส่วนหนึ่งของเคพีไอด้วย ต้องทำงานร่วมกัน ถือเป็นหน้าที่ ไม่ว่าจะถูกกัน หรือไม่ถูกกัน เมื่อสวมใส่เครื่องแบบและเข้ารับหน้าที่ ผวจ.แล้วและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด แล้วไม่มีทางเลือกอื่นต้องรวมตัวกันทำงานเพื่อประชาชน หลังจากนี้ผมจะขยายความร่วมมือระหว่างฝ่ายปกครองกับตำรวจกับตำรวจจากเดิมในระดับจังหวัดจะให้ไปถึงระดับอำเภอทั้ง 8,000กว่าอำเภอ โดยจะจัดสัมมนานายอำเภอและผู้กำกับการตำรวจภูธรในพื้นที่ โดยแบ่งเป็นแต่ละภาค“นายกฯ กล่าว

นายกฯยังมอบนโยบายว่า อีกเรื่องที่สำคัญคือการพกปืน เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นเจ้าพนักงานในเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่สามารถพกปืนได้ แต่ประชาชนไม่ได้ไม่ว่าจะเป็นอดีตข้าราชการ นักธุรกิจหรือจะเป็นใครก็แล้วแต่ หรือแม้กระทั่งตัวท่านเอง ถ้าไม่ได้อยู่ในหน้าที่ พกพาอาวุธไม่ได้ ตั้งแต่ตนเข้ามาเป็นรมว.มหาดไทยยังไม่ได้เป็นนายกฯกรมการปกครองประกาศในเรื่องของการห้ามพกพาอาวุธปืน จนถึงตอนนี้ ตอนนี้ถ้าใครพกปืนผิดกฎหมายผิดหนักด้วย ขอให้ช่วยดำเนินการ อย่าให้เขาทำตัวเป็นภัยของสังคม ทำให้ประชาชนเกิดความเดือดร้อน

ลุยล้างบางนอมินีพ่อทิพย์-บิทคอยน์

นายกฯ กล่าวว่า ส่วนเรื่องนอมินี เดี๋ยวนี้ มีคำว่าพ่อทิพย์ ถ้าเรามองโลกในแง่ดี เขาเปลี่ยนวิธีการไปเรื่อยๆ เพราะวิธีการเดิมๆท่านจับหมด ท่านปราบเรียบ แทนที่จะกลับบ้านไม่มาอยู่ในประเทศไทย แต่เนื่องจากมาทำความเสียหายไว้มากมายมาเอาเปรียบประเทศไทยก็เปลี่ยนวิธีการ คนที่ช่วยคิด ก็คนไทยทั้งนั้นที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในเรื่องกฎหมายที่เอามาพลิกแพลงข้อกฎหมายที่มาทำลายประเทศไทย คนเหล่านี้ก็ต้องปราบปราม พ่อทิพย์ เป็นการที่อุปโหลกเด็กแรกเกิดพอเด็กคนนี้อายุ 3 ขวบ สามารถเป็นผู้ถือหุ้นนิติบุคคลได้ แม้ไม่ได้บรรลุนิติภาวะ แต่เป็นผู้ถือหุ้นได้ เพราะพ่อแม่จะให้หุ้นในบริษัทตัวเองจะให้เป็นเจ้าของตึกนี้ก็สามารถทำได้

ทั้งนี้ เดี๋ยว 2 วันแถลงบิทคอยน์ คือดาต้าเซ็นเตอร์เล็กๆ ที่เราต้องออกกฏหมายมาควบคุม เพราะใช้พลังงานไฟเยอะ แต่สิ่งที่เขาเอาเปรียบประเทศไทย คือกินไฟมหาศาลปี ถ้าจับไม่ได้ค่าไฟตรงนี้ประมาณ 2,000 ล้านบาท

‘โรม’จี้โกงสอบต้องมีคนรับผิดชอบ

นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวโจมตีการสอบบรรจุข้าราชการของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างรุนแรง ทั้งชี้ว่านายกฯอนุทิน ต้องรับผิดชอบ

ข้องใจอำนาจใครเพิกถอน5พันคน

เมื่อถามถึงการเพิกถอนรายชื่อ5,000กว่าคนคน ที่ยังเป็นข้อถกเถียงอยู่ว่าเป็นอำนาจใคร นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ประเด็นเพิกถอน เป็นอีกประเด็นหนึ่ง แต่ตอนนี้มี 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่บรรจุเข้าไปแล้วจะทำอย่างไรต่อและอีกกลุ่มคือยังไม่ได้เข้าบรรจุ แต่เบื้องต้น ขอดูในประเด็นที่ใครจะต้องรับผิดชอบกับกรณีนี้แล้วจะจบอย่างไร ส่วนรายชื่อที่มีปัญหาจะมีมากน้อยแค่ไหนนั้น จากการที่ใช้ฐานข้อมูลจากแฟลชไดร์ฟก็ไม่รู้ว่าแฟลชไดร์ฟ ผ่านการแก้ไขมาแล้วหรือไม่ อาจจะเป็นการแก้ไขยังไม่เสร็จ หรืออาจจะเป็นการแก้ไขเสร็จแล้วเพื่อจำกัดความเสียหายก็ได้

“วันนี้ถ้าเราไม่สามารถเข้าถึงเอกสารได้ คำตอบตรงๆผมไม่มั่นใจจริงๆว่าข้อมูลที่ออกมา เป็นข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ดังนั้น ต้องกลับไปที่กระดาษคำตอบก่อนและตรวจสอบ แต่ทั้งนี้ก็ไม่ควรตั้งประเด็นเฉพาะคดีทุจริต อาจจะเป็นอั้งยี่ หรือข้อหาอื่นๆและรวมไปถึงการยึดอายัดทรัพย์ เพื่อไล่ดูเส้นทางการเงินด้วย แต่แน่นอนข้อจำกัดของเรื่องนี้ การจ่าย จ่ายเป็นเงินสด คงไม่สามารถตรวจสอบได้ทั้งหมด แต่อย่างน้อยๆ เส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงถึง อย่างน้อยก็ควรจะมีมาตรการอะไรออกมา” นายรังสิมันต์ กล่าว

ซัดหนูนั่งมท.1หลายสมัยปัดไม่ได้

เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีเดินทางไปพบ อปท. ที่สวนนงนุช จ.ชลบุรี มีนัยยะอะไรหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า “วันนี้เราสงสัยทุกคน แต่นายกรัฐมนตรีจะปัดความรับผิดชอบไม่ได้ ส่วนนัยยะการไปพบผู้บริหารท้องถิ่น ต้องรอดูหลังจากเหตุการณ์ไปพบกันก่อน แต่ขอให้สังคมรู้ว่าวันนี้ สังคมสงสัยในเรื่องการสอบท้องถิ่น และดูเหมือนนายกรัฐมนตรี ท่านเป็นรมว.มหาดไทยมานาน ดังนั้น จะมาปัดความรับผิดชอบเรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาด”

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top