533.jpg
ย้อนรอยมหากาพย์'คลองด่าน' เจิมศักดิ์ ตั้งคำถามถึง คพ. ปัจจุบัน เปลี่ยนไปจริงหรือ?

ย้อนรอยมหากาพย์'คลองด่าน' เจิมศักดิ์ ตั้งคำถามถึง คพ. ปัจจุบัน เปลี่ยนไปจริงหรือ?

วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 21.36 น.

วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า กรมควบคุมมลพิษ กับทุจริตโครงการระบบบำบัดน้ำเสียคลองด่าน

อดีต เมื่อสมัยผมดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาจากการเลือกตั้งปี 2543 วุฒิสภาได้มอบหมายให้ ตั้งกรรมาธิการตรวจสอบการทุจริต โครงการระบบบำบัดน้ำเสียคลองด่าน ได้พบการทุจริตที่เกี่ยวข้องกับกรมควบคุมมลพิษ 


สรุปความสัมพันธ์เชิงคอร์รัปชัน: กรมควบคุมมลพิษ กับ โครงการระบบบำบัดน้ำเสียคลองด่าน

โครงการระบบบำบัดน้ำเสียคลองด่าน จังหวัดสมุทรปราการ ถือเป็นคดีประวัติศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อมและการทุจริตที่สำคัญที่สุดโครงการหนึ่งของประเทศไทย โดยมี กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ในฐานะส่วนราชการเจ้าของโครงการ เป็นตัวละครหลักที่มีความสัมพันธ์และเกี่ยวพันกับกระบวนการคอร์รัปชันในหลากมิติ ดังนี้

1. การทุจริตเชิงนโยบายและการเปลี่ยนรูปแบบโครงการ
เดิมทีโครงการถูกออกแบบให้เป็นโรงบำบัดน้ำเสียขนาดเล็กกระจายตามจุดต่าง ๆ แต่ต่อมาข้าราชการระดับสูงและฝ่ายการเมืองในกรมควบคุมมลพิษได้ผลักดันให้เปลี่ยนแผนเป็น "ระบบรวมศูนย์" (Centralized System) เพียงจุดเดียวที่ตำบลคลองด่าน ซึ่งส่งผลให้งบประมาณพุ่งสูงขึ้นเป็นกว่า 2.3 หมื่นล้านบาท เปิดช่องให้เกิดการผูกขาดและการเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มบริษัทที่ปรึกษาและกลุ่มบริษัทรับเหมา (กิจการร่วมค้า NVPSKG) ในขั้นตอนการกำหนดข้อกำหนดและเงื่อนไขการประมูล (TOR)

2. การฉ้อโกงและการทุจริตจัดซื้อที่ดิน
กระบวนการจัดซื้อที่ดินเพื่อก่อสร้างโครงการ ถือเป็นหัวใจสำคัญของการทุจริตในคดีนี้ โดยกลุ่มผู้อยู่เบื้องหลังได้ทำการกว้านซื้อที่ดินซึ่งเป็นพื้นที่ป่าชายเลน คลองสาธารณประโยชน์ และที่ดินสาธารณะของพลเมือง นำมาออกโฉนดโดยมิชอบด้วยกฎหมาย จากนั้นนำมาเร่ขายต่อให้กับกรมควบคุมมลพิษในราคาที่สูงเกินกว่าความเป็นจริงหลายเท่าตัว โดยมีข้าราชการระดับสูงของกรมควบคุมมลพิษและนักการเมืองระดับรัฐมนตรีร่วมใช้อำนาจหน้าที่เร่งรัดและอนุมัติการจัดซื้อจัดจ้าง

3. สัญญามิชอบและการเผชิญหน้าทางกฎหมาย (ค่าโง่คลองด่าน)
เมื่อความจริงถูกเปิดโปงและมีการสั่งระงับโครงการ กรมควบคุมมลพิษได้บอกเลิกสัญญากับฝ่ายเอกชน ส่งผลให้กลุ่มกิจการร่วมค้าฟ้องร้องต่ออนุญาโตตุลาการและนำไปสู่คำสั่งให้รัฐจ่ายค่าชดเชยหรือ "ค่าโง่คลองด่าน" มูลค่ากว่า 9,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมาศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาให้กลับคำสั่งและรื้อฟื้นคดีใหม่ โดยอาศัยหลักฐานเชิงประจักษ์ว่ามีความทุจริตและฉ้อโกงเกิดขึ้นในทุกขั้นตอนตั้งแต่เริ่มต้น ส่งผลให้กรมควบคุมมลพิษและภาครัฐไม่ต้องจ่ายค่าความเสียหายดังกล่าวในท้ายที่สุด

สรุปมิติความสัมพันธ์เชิงทุจริตระหว่าง กรมควบคุมมลพิษ กับ โครงการคลองด่าน

ระดับนโยบาย (Policy Corruption)
การเปลี่ยนรูปแบบจากโรงบำบัดย่อยเป็นระบบรวมศูนย์ขนาดใหญ่ เพื่อเอื้อให้เกิดการตั้งงบประมาณจำนวนมหาศาลและการล็อกสเปกประมูล

มิติการจัดการที่ดิน (Land Fraud)
เจ้าหน้าที่รัฐสมรู้ร่วมคิดในการออกโฉนดบนที่สาธารณะและป่าชายเลนโดยมิชอบ เพื่อนำมาจัดซื้อในราคาสูงเกินจริง

มิติทางนิติกรรมและสัญญา (Contractual Fraud)
การผูกพันสัญญาที่รัฐเสียเปรียบอย่างรุนแรง นำไปสู่มหากาพย์การฟ้องร้องเรียก "ค่าโง่" กว่า 9 พันล้านบาท ก่อนศาลปกครองสูงสุดจะพิพากษาพลิกคดีเนื่องจากพบการฉ้อโกงตั้งแต่ต้น

ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders)
การประสานประโยชน์อย่างเป็นระบบระหว่าง ข้าราชการประจำระดับสูงในกรมควบคุมมลพิษ ฝ่ายการเมืองระดับรัฐมนตรี และกลุ่มทุนรับเหมาก่อสร้าง

คดีคลองด่านจึงกลายเป็นหมุดหมายสำคัญและกรณีศึกษาของสังคมไทยในเรื่องภัยพิบัติจากการคอร์รัปชันเชิงนโยบาย ที่สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อระบบงบประมาณ การบริหารราชการแผ่นดิน และทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล

ผลของการตรวจสอบของกรรมาธิการ  ซึ่งผมได้เป็นผู้รายงานต่อวุฒิสภาในสมัยนั้น  เป็นที่น่าภูมิใจว่าวุฒิสภาได้มีความเห็นเป็นเอกฉันท์ จากผู้มาประชุมทั้งหมดเกือบ  200 คน รับรองและเห็นด้วยกับรายงานผลการตรวจสอบ 

สมัยนั้นได้มาขอรายงานไปดำเนินคดี จนกระทั่งมีอดีตรัฐมนตรีถูกศาลสั่ง จำคุกและหนีไปอยู่ต่างประเทศ  รัฐมนตรีที่รับผิดชอบควบคุมดูแลกรมควบคุมมลพิษถึงแก่กรรม

หากปัจจุบันกรมควบคุมมลพิษ ยืนยันว่ากรมควบคุมมลพิษไม่มีทุจริต คอรัปชั่น  เพราะเป็นกรมทางวิชาการ ไม่ได้มีอำนาจในการออกใบอนุญาต ก็เป็นที่น่ายินดี  และคงต้องอธิบายต่อไปว่า  ในอดีตมีเหตุการณ์เกิดขึ้นในกรณีบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่านได้อย่างไร? ปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top