วันอังคาร ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
‘วุฒิสภา’ ถกปมอุบัติเหตุรถไฟชนรถเมล์ถนนอโศก -ดินแดง ด้าน ‘สว.วุฒิชาติ’ เผยตอนเป็น ‘ผู้ว่า รฟท.’ เคยลงจุดเกิดเหตุ ฝาก ‘รัฐบาล’ เข้มบังคับใช้กม.จริงจัง -แก้ปัญหาใช้ถนนร่วมกัน ขณะที่ ‘วุฒิพงศ์’ จี้เอาคนผิดมาลงโทษ แก้ปัญหา 3 ข้อ โดยเฉพาะยาเสพติด ต้องตรวจก่อนขับ แม้แต่ ‘นักบิน-ขรก.’ ยังต้องตรวจก่อน ลามชงใหญ่จับ ‘สส.-สว.’ ตรวจด้วย หากพบสีม่วง ปลดออกเลย
วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 เมื่อเวลา 10.30 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภาคนที่2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทางบริเวณจุดตัดทางรถไฟ กับถนนอโศก-ดินแดง เมื่อวันนที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยนายวุฒิชาติ กัลยานมิตร สมาชิกวุฒิสภา(สว.)เป็นผู้เสนอ และญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องโศกนาฏกรรมรถไฟชนรถเมล์ ซึ่งเป็นวิกฤตความปลอดภัย และการเยียวยา โดยนาวาตรีวุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ สว. เป็นผู้เสนอ เพื่อให้รัฐบาลนำไปแก้ไขต่อไป
นายวุฒิชาติ เสนอญัตติโดยได้เปิดคลิปวิดีโอเหตุการณ์รถไฟชนรถเมล์ ให้สมาชิกในที่ประชุมได้พิจารณาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงคลิปการโบกธงแดง พร้อมกล่าวว่าการเดินรถฝ่ายกฎหมายกำหนดไม่เกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่สิ่งที่แปลกใจพนักงานให้สัญญาณรถไฟหยุดรถแต่รถไฟยังเดินต่อ ซึ่งขาดการประสานงานที่ดี และปฏิเสธไม่ได้ว่าเหตุการณ์เมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา สร้างความรู้สึกสลดใจเป็นอย่างมาก ซึ่งต้องบอกว่าระเบียบของหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นกรมการขนส่งทางบก เกี่ยวกับการใช้รถใช้ถนน พ.ร.บ.จราจร ที่ควบคุมการปฏิบัติโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเรื่องกฎระเบียบของการรถไฟ มีระเบียบเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยทั้งหมด แต่ถ้าทุกคนช่วยกันปฏิบัติตาม เหตุการณ์เหล่านี้ก็จะไม่เกิด ซึ่งบริเวณดังกล่าวกายภาพของถนนไม่สามารถช่วยในเรื่องของการจัดการจราจรได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ถ้าเกิดความร่วมมือจากทุกภาคส่วน มีการเคลียร์รถที่ต้องผ่านทั้งหมด 3 แยกออกให้หมดก่อน
“ตอนสมัยผมดำรงตำแหน่งผู้ว่าการถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)ผมเคยลงไปดูจุดนี้ เพื่อที่จะหาทางแก้ไขปัญหาว่าเราจะแก้ไขอย่างไร เพราะต้องยอมรับว่าในเรื่องการใช้ถนนร่วมกัน การใช้ร่าง เวลารถไฟวิ่งผ่านกัน ถ้าเป็นขบวนที่วิ่งสวนกันใช้เวลาประมาณ 1 นาทีเป็นอย่างต่ำ ซึ่งก็เข้าใจว่าคนที่มีภารกิจรีบร้อน แล้วมาอยู่ในช่วงการจราจรติดขัด ก็ต้องรีบทุกอย่าง เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายเร็วที่สุด”นายวุฒิชาติ กล่าว
นายวุฒิชาติ กล่าวต่อว่า ในรัศมีรางรถไฟ 2 ฝั่ง 5 เมตร ห้ามมียานพาหนะกีดขวาง และกายภาพของพื้นที่ถนนไม่สามารถทำให้การจัดการด้านการจราจรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ หากเกิดความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งตำรวจที่บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง การเดินรถไฟ และจะต้องมีการปรับปรุงอุปกรณ์กั้นทางรถไฟอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้สอดคล้องกับภูมิศาสตร์พื้นที่ของถนนว่าควรจะเป็นแบบไหน ซึ่งต้องกั้นไม่ให้มีช่องว่างให้รถหรือคนเดินผ่านได้เลย จึงฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้พิจารณา
นายวุฒิชาติ กล่าวถึงเรื่องใบอนุญาตของพนักงานขับรถไฟ โดยระบุถึงพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)การขนส่งทางราง ที่พึ่งบังคับใช้เมื่อเดือนมีนาคม 2569 ที่ได้มีการกำหนดไว้อยู่แล้ว ซึ่งเป็นกฎไปทั้งหมด แต่ฝากถามไปยังรัฐบาลว่า การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งพ.ร.บ.การจราจร รถยนต์ หรือรถไฟมีการบังคับใช้อย่างจริงจังหรือไม่ เพราะหลังจากเกิดเหตุการณ์ก็ยังคงมียานพาหนะ จอดคร่อมรางรถไฟ เหมือนกับว่าไม่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเลย และเจ้าหน้าที่ไม่ได้มีการดูแล จึงขอให้สมาชิกวุฒิสภาระดมความคิดเห็นและส่งไปยังรัฐบาล เพื่อให้เกิดการประสานงานบูรณาการเรื่องการทำงานร่วมกันอย่างจริงจังเพื่อลดปัญหาที่เกิดขึ้นในอนาคต
ด้านนาวาตรีวุฒิพงศ์ เสนอญัตติว่า เรื่องนี้เป็นโศกนาฏกรรมรถไฟชนรถเมล์ เป็นวิกฤตความปลอดภัยและแนวทางเยียวยา ซึ่งเป็นเรื่องน่าเศร้าสำหรับชาวไทยที่เกิดเหตุการณ์ ที่เกิดเกิดจากความประมาทของคนบางคน และการเยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้เสียหายเป็นเรื่องจำเป็นไม่แค่เปลี่ยนความเสียหายแต่จะต้องมีการเยียวยาโดยการแก้ไข จึงขอให้ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ขอโทษต่อประชาชนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะมีทั้งผู้เสีย 8 ราย ผู้บาดเจ็บ 32 คน และรถที่ได้รับความเสียหาย 10 คัน และเรียกร้องให้ผู้ที่รับผิดชอบเรื่องนี้ ไม่ว่าใครที่ละเลยประมาท ละเว้น ไม่เพียงแค่ตัวเล็กตัวน้อย ต้องเอาตัวใหญ่มารับความผิดด้วย
นาวาตรีวุฒิพงศ์ กล่าวว่า ตนขอเสนอให้แก้ไขคือ 1.เรื่องวินัยจราจรและ “กับดัก” จุดตัด จะต้องกำหนดพื้นที่ห้ามหยุดรถ ไม่ให้รถจอดแช่คร่อมรางเป็นประจำในช่วงวิกฤตจราจร 2.การประสานงานเคลียร์เส้นทางระหว่างตำรวจจราจร และรฟท. ในชั่วโมงเร่งด่วน 3.ไร้ระบบเตือนภัยล่วงหน้า และ 4.จุดบอดร้ายแรง ด้านบุคลากร หลังจากพบว่าพนักงานขับรถรถไฟตรวจพบสารเสพติดในร่างกาย ซึ่งถือเป็นเรื่องร้ายแรง รุนแรงมากๆ เพราะวิทยุไป 2 รอบไม่มีใครตอบ จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าทำไมถึงเบรกรถไฟไม่ทัน
“ก่อนจะขึ้นบินนักบินทุกคนต้องตรวจสารเสพติดก่อน ข้าราชการยังต้องตรวจเลย ผมว่าสภาก็น่าจะตรวจบ้าง มีใครติดยาบ้าบ้างหรือไม่ ตรวจให้หมด สส.สว.ใครเป็นสีม่วงเมื่อไหร่ก็จับปลดเลย” นาวาตรีวุฒิพงศ์กล่าว
นาวาตรีวุฒิพงศ์ กล่าวต่อว่า ขอเสนอให้ระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับการเยียวยาและมาตรการเร่งด่วน การตรวจสอบระบบเทคนิคอย่างโปร่งใส แผนยุทธศาสตร์ยกระดับความปลอดภัย เสนอให้จัดตั้ง “กองทุนเยียวยาอุบัติเหตุจากขนส่งสาธารณะ” ที่สามารถเบิกจ่ายได้ทันที ไม่ใช่รอความกรุณาจากรัฐบาล ความกรุณาเป็นเรื่องที่ดีแต่ควรเป็นอัตโนมัติ ไม่ต้องไปขอความกรุณา แต่จะต้องเป็นหน้าที่ที่รัฐบาลต้องจ่ายเพื่อรับผิดชอบเยียวยาอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทันที
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี