วันศุกร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
“ศุภมาส” สั่ง สคบ. ตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนเฉพาะกิจ เหตุไฟไหม้ “โรงแรมดัง พัทยา เร่งดูแลนักท่องเที่ยวถึงที่ คุ้มครองสิทธิเยียวยาเต็มกำลัง
วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สั่งการให้ สคบ. เปิดศูนย์รับเรื่องร้องเรียนเฉพาะกิจในพื้นที่เมืองพัทยาโดยด่วน เพื่อคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค กรณีเหตุเพลิงไหม้โรงแรมซันเดย์ เจ.เอ. พลัส (Sunday JA Plus Hotel) ถนนพัทยาสาย 3 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เมื่อคืนวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ซึ่งมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติติดค้างภายในอาคารจำนวนมาก และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย เป็นผู้ใช้บริการ 3 ราย และพนักงานโรงแรม 1 ราย โดยมอบหมายให้นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กำกับติดตามการดำเนินงาน
การสั่งการดังกล่าวเป็นไปตามมาตรการที่รัฐบาล โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานยกระดับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ โดย สคบ. ได้บูรณาการร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรมโยธาธิการและผังเมือง สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เมืองพัทยา และสภาองค์กรของผู้บริโภค ในฐานะตัวแทนภาคประชาชน เพื่อดูแลผู้ได้รับผลกระทบอย่างไร้รอยต่อ

ล่าสุด นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ได้มอบหมายให้กองคุ้มครองผู้บริโภคส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น ร่วมกับสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคเขต 2 สำนักงานคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัดชลบุรี และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชลบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและหามาตรการเยียวยาผู้บริโภคอย่างเร่งด่วน โดยแบ่งการดูแลออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1. ผู้ได้รับบาดเจ็บที่เข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ซึ่งโรงแรมยินดีรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลและชดเชยเยียวยา 2. กลุ่มผู้จองห้องพักภายหลังเกิดเหตุ หากไม่มั่นใจในความปลอดภัยของอาคาร โรงแรมยินดีคืนเงินเต็มจำนวน ทั้งนี้ โรงแรมได้อพยพผู้เข้าพักทั้งหมด 240 ราย ไปยังโรงแรมใกล้เคียงเรียบร้อยแล้ว สำหรับสาเหตุของเพลิงไหม้อยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์ของศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 2
“ดิฉันขอแสดงความห่วงใยต่อผู้ได้รับบาดเจ็บและนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบทุกคน ผู้เข้าพักโรงแรมคือ ‘ผู้บริโภค’ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 4 ที่มีสิทธิได้รับความปลอดภัยจากการใช้บริการ และสิทธิได้รับการชดใช้ความเสียหาย ดิฉันจึงสั่งการให้ สคบ. ตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนเฉพาะกิจลงไปประจำในพื้นที่ทันที เพื่อให้ผู้เข้าพักที่ได้รับผลกระทบยื่นเรื่องและรับการดูแลถึงที่ ไม่ต้องเดินทางไกล ไม่ต้องรอนาน” นางสาวศุภมาสกล่าว

นางสาวศุภมาส กล่าวต่อว่า ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนเฉพาะกิจในพื้นที่จะทำหน้าที่รับคำร้องจากผู้เข้าพักทุกราย สอบข้อเท็จจริง รวบรวมความเสียหายทั้งต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน พร้อมประสานผู้ประกอบการให้เข้าสู่กระบวนการเจรจาไกล่เกลี่ยเยียวยาความเสียหาย และจัดเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำด้านสิทธิผู้บริโภคแก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ทั้งนี้ หากการเจรจาไม่เป็นผลและผู้บริโภคไม่ได้รับการเยียวยาตามสมควร สคบ. พร้อมใช้อำนาจตามมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ดำเนินคดีแทนผู้บริโภคต่อไป โดยผู้บริโภคไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
“ดิฉันขอขอบคุณผู้ประกอบการที่แสดงความรับผิดชอบต่อผู้บริโภคตั้งแต่ต้น ทั้งการดูแลผู้บาดเจ็บ การคืนเงินผู้จอง และการอพยพผู้เข้าพักไปยังที่พักปลอดภัย และขอย้ำกับผู้ประกอบการโรงแรมและที่พักทั่วประเทศว่า ความปลอดภัยของผู้บริโภคเป็นหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องปฏิบัติ ระบบป้องกันอัคคีภัย ทางหนีไฟ และการซักซ้อมพนักงาน ต้องพร้อมใช้งานตลอดเวลา ในโอกาสนี้ ขอขอบคุณกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ภายใต้การกำกับของนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เมืองพัทยา คปภ. สภาองค์กรของผู้บริโภค และทุกหน่วยงานในพื้นที่ ที่ระดมความช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอย่างเต็มกำลัง” นางสาวศุภมาส กล่าว
ผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ สามารถยื่นเรื่องได้ที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนเฉพาะกิจในพื้นที่เมืองพัทยา หรือแจ้งร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ ocpb.go.th และศูนย์ดำรงธรรมทั่วประเทศ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี