วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
นพดล ก.ต.ช. วิเคราะห์บทเรียนกราดยิงใกล้ทำเนียบขาว ไทยต้องปฏิรูป ยกคำสั่ง อนุทิน ขับระบบราชการทันภัยยุคใหม่
เมื่อวันที่ 24 พ.ค.2569 ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา กรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ผู้ทรงคุณวุฒิผู้แทนภาคประชาชน อาจารย์วิชานวัตกรรมในกระบวนการสันติภาพ คณะรัฐประศาสนศาสตร์ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม ได้เผยแพร่บทความเรื่อง บทเรียน กราดยิงใกล้ทำเนียบขาว ภัยคุกคามยุคใหม่ โดยมีเนื้อหา ระบุว่า "เมื่อคืน…เสียงปืนใกล้ทำเนียบขาว ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที แต่สามารถทำให้ “ศูนย์กลางอำนาจของโลก” เข้าสู่ภาวะตึงเครียดได้ทันที นี่คือสัญญาณเตือนสำคัญว่า โลกยุคใหม่ไม่ได้อันตรายเพราะ “สงครามใหญ่” เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่อันตรายจาก “คนเพียงคนเดียว” ก็สามารถสั่นสะเทือนทั้งประเทศได้เช่นกัน
ในฐานะศิษย์เก่าด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และยุทธศาสตร์หลักสูตรเพื่อนร่วมรุ่นเป็นคณะนายทหารระดับสูงเสนาธิการทหารร่วม (JCS) เพนตากอน และมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ วอชิงตัน ดีซี และกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ผมมองว่า เหตุการณ์ยิงใกล้ทำเนียบขาวครั้งนี้ สะท้อนบทเรียนสำคัญว่า ภัยคุกคามต่อผู้นำประเทศยุคใหม่ไม่ได้มาจากกองกำลังขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึง “บุคคลเดี่ยว” (Lone Actor) ที่มีปัญหาสุขภาพจิต ความเกลียดชัง ความโดดเดี่ยว หรือได้รับอิทธิพลจากความรุนแรงบนโลกออนไลน์
ที่น่ากังวลมาก คือ ปัจจุบัน “โซเชียลมีเดีย” กำลังกลายเป็นพื้นที่สะสมความรุนแรง การโชว์อาวุธ การสร้างชื่อเสียงจากพฤติกรรมสุดโต่ง และการปลุกเร้าอารมณ์มวลชนอย่างรวดเร็ว จนบางครั้งกลายเป็นแรงกระตุ้นให้เกิด “พฤติกรรมเลียนแบบ” จะกระจายไปทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยด้วย
โลกยุคนี้ หลายฝ่ายเรียกว่า “BANI World” คือโลกที่ภายนอกดูเหมือนแข็งแรงแต่ภายในเปราะบาง (Brittle) เต็มไปด้วยคนที่วิตกกังวล (Anxious) เปลี่ยนแปลงคาดเดายาก (Nonlinear) และซับซ้อนเกินเข้าใจง่าย (Incomprehensible)
ดังนั้น “ความเร็วในการป้องกัน” จึงสำคัญพอ ๆ กับ “กำลังในการตอบโต้” เพราะบางครั้ง เหตุการณ์ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที แต่ความเสียหายอาจกระทบทั้งความมั่นคง ความเชื่อมั่น เศรษฐกิจ และภาพลักษณ์ของประเทศ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่กล่าวว่า “ผมสั่งวันนี้ ต้องเสร็จเมื่อวาน” หากมองเพียงผิวเผิน อาจเหมือนเป็นคำพูดเชิงอารมณ์ หรือการเร่งงานทั่วไป
แต่ในมุมของ “การสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์” (Strategic Communication) นี่คือการส่งสัญญาณทางความคิดของผู้นำไปยัง “ทั้งระบบ” พร้อมกัน
สาระสำคัญของประโยคนี้ ไม่ได้อยู่ที่คำว่า “เมื่อวาน” แต่อยู่ที่การเปลี่ยน “Mindset การทำงานของรัฐ” จากระบบที่รอขั้นตอน ไปสู่ระบบที่ “คิดล่วงหน้า ทำล่วงหน้า และเร็วกว่าเหตุการณ์”
กล่าวอีกแบบคือ ผู้นำกำลังสื่อว่า “หัวหน้าหน่วยทุกระดับ ต้องรู้เป้าหมาย รู้ทิศทาง และเตรียมการไว้ก่อนที่คำสั่งจะมาถึง” นี่คือหัวใจของการบริหารประเทศยุคใหม่ในโลก BANI ที่ภัยคุกคาม วิกฤต เศรษฐกิจ Cyber Scam ข่าวปลอม หรือความเดือดร้อนของประชาชน เปลี่ยนแปลงเร็วกว่าระบบราชการแบบเดิมจะตามทัน
ดังนั้น “ผมสั่งวันนี้ ต้องเสร็จเมื่อวาน” จึงมีนัยสำคัญหลายระดับ ได้แก่
1.สื่อสารเรื่อง “Sense of Urgency” คือ ทำให้ทั้งระบบรับรู้ว่า เวลาคือปัจจัยด้านความมั่นคงและความเชื่อมั่นของประชาชน
2.บังคับให้ระบบต้องคิดเชิงรุก
ไม่รอหนังสือ ไม่รอประชุม ไม่รอวิกฤตลุกลาม แล้วค่อยแก้
3.เปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร
จาก “ทำตามคำสั่ง” ไปสู่ “คิดล่วงหน้าและเตรียมพร้อม”
4.ทำให้หัวหน้าหน่วยต้องเข้าใจยุทธศาสตร์ผู้นำ
เพราะถ้าไม่เข้าใจเป้าหมายใหญ่ ก็จะไม่สามารถทำงานให้ “เร็วกว่าคำสั่ง” ได้
5.สร้างแรงกดดันเชิงบวกต่อระบบราชการ
ให้ขยับเร็วขึ้น ทันโลก ทันเหตุการณ์ และทันความคาดหวังของประชาชน
ในทางยุทธศาสตร์ คำพูดลักษณะนี้จึงไม่ใช่เพียง “สำนวน” แต่เป็นการกำหนด “จังหวะการทำงานของประเทศ” (National Operating Tempo)
เพราะโลกวันนี้…ประเทศไม่ได้แข่งขันกันแค่เรื่องทรัพยากร งบประมาณ หรือกำลังคนอีกต่อไป
แต่แข่งขันกันที่
“ใครเห็นปัญหาเร็วกว่า”
“ใครตัดสินใจเร็วกว่า”
และ “ใครลงมือก่อนวิกฤตจะลุกลาม” ได้มากกว่ากัน
สิ่งที่ประเทศไทยต้องเร่งทำ ไม่ใช่เพียงเพิ่มกำลังรักษาความปลอดภัย แต่ต้องยกระดับสู่ “ระบบป้องกันเชิงรุกแบบบูรณาการ” ได้แก่
- การประเมินภัยคุกคามแบบ Real-Time
- การติดตามสัญญาณอันตรายจากโลกออนไลน์
- การเชื่อมข้อมูลบุคคลเสี่ยง สุขภาพจิต อาวุธ และพฤติกรรมผิดปกติ
- การฝึกซ้อมรับมือ Active Shooter อย่างต่อเนื่อง
- การดูแลพื้นที่ที่เป็น เป้าหมายอ่อน (Soft Target) เช่น ห้าง โรงเรียน งานเทศกาล โรงแรม สนามบิน และพื้นที่ที่มีประชาชนจำนวนมาก
- การใช้แอป Police Care ที่โหลดลงมือถือทุกคน AI ข่าวกรอง และภาคประชาชน ร่วมกันเฝ้าระวังเชิงรุก
และต้องเน้นย้ำให้เข้าใจคำกล่าวของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีที่ว่า “ผมสั่งวันนี้ ต้องเสร็จเมื่อวาน” นี่เป็นการสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์ของผู้นำบริหารประเทศยุคใหม่ เพราะในโลกที่มีความเปราะบางสูง “ประชาชน” ไม่ใช่เพียงผู้รอรับความปลอดภัยจากรัฐแต่คือ “หุ้นส่วนความมั่นคง” ที่สำคัญที่สุดของประเทศ
หากเราอยากเห็นประเทศไทยปลอดภัยขึ้น สิ่งสำคัญที่สุดคือ “ต้องเห็นสัญญาณอันตรายก่อนเกิดเหตุ”
ไม่ใช่รอให้เกิดโศกนาฏกรรม แล้วค่อยย้อนกลับมาถามว่า “ทำไมไม่มีใครเห็นมาก่อน” เพราะโลกวันนี้ ภัยคุกคาอาจไม่ได้เดินมาในรูปที่มองเห็นด้วยตาแต่อาจซ่อนอยู่ในโทรศัพท์มือถือ ความเกลียดชัง และความเงียบที่ไม่มีใครสังเกตเห็น
ถึงเวลาแล้วที่ทุกภาคส่วนทั้งรัฐ ตำรวจ ทหาร โรงเรียน สื่อ แพลตฟอร์มออนไลน์ และภาคประชาชนจากชุมชน กลุ่มอาสาองค์กร มูลนิธิต่าง ๆ อาสาตำรวจบ้าน กต.ตร.ทุกระดับจะต้องร่วมกันสร้าง “สังคมเฝ้าระวังเชิงสร้างสรรค์” ที่ไม่ปล่อยให้ความรุนแรง ความเกลียดชัง และสัญญาณอันตราย เติบโตเงียบ ๆ อยู่ในสังคม จึงต้องปฏิรูปกฎหมายมีกฎหมายป้องกันและปราบปรามการสร้างความเกลียดชังในสังคมโลกออนไลน์ และการใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยเสริมความมั่นคงของชาติและความปลอดภัยของประชาชน
เพราะในโลก BANI วันนี้ ประเทศที่อยู่รอด อาจไม่ใช่ประเทศที่มีอาวุธมากที่สุด แต่คือประเทศที่เสริมสร้างความร่วมมือจากภาคประชาชนที่แข็งแกร่ง มีกฎหมายและใช้เทคโนโลยีทันยุค พัฒนาขีดความสามารถของประชาชนให้ “ปรับตัว เห็นภัยเร็ว และป้องกันความสูญเสียได้เร็วที่สุด”
ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา แอดไลน์ id: @police.policy
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี