วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
"89 สว."พรึ่บ!!! ตบเท้าแถลงการณ์ซัด"เท้ง" ใส่ร้าย-บ่อนทำลาย-ยัดเยียด"ระบอบสีน้ำเงิน" ไล่บี้ขอโทษภายใน 3 วัน หากยังนิ่งเล็งดำเนินการตาม กม. ด้าน"พิสิษฐ์"ยันไม่เกี่ยวข้อง"พรรคการเมือง" เป็นอิสระ 100 เปอร์เซ็นต์ ขอหยุดโจมตี ป้ายสี"สภาสูง" หากตั้งใจอยากให้แก้ รธน.ผ่าน ย้ำคงเงื่อนไขใช้เสียง สว.1 ใน 3 ห้ามแตะแก้หมวด 1 - 2
25 พฤษภาคม 2569 ที่รัฐสภา สมาชิกวุฒิสภา (สว.) นำโดย นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) พร้อมด้วยคณะ สว.จำนวน 89 คน อาทิ นายสมบูรณ์ หนูนวล สว. , นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สว. , นายอลงกต วรกี สว.แถลงกรณี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ออกมาให้ร้ายกระทบ สว.
โดย นายพิสิษฐ์ นำอ่านแถลงการณ์ ระบุว่า จากการที่นายณัฐพงษ์ ได้โพสต์ข้อความครบรอบ 12 ปีของการรัฐประหาร โดยพาดพิงว่าสังคมการเมืองไทยอยู่ภายใต้ระบอบสีน้ำเงิน ที่ถือกำเนิดขึ้นจากรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งเป็นมรดกของการรัฐประหาร และพาดพิงองค์กรวุฒิสภาว่า มีลักษณะไม่ทำหน้าที่ปกป้องระบอบประชาธิปไตย และอ้างว่าจะใช้อำนาจอย่างฉ้อฉล บิดเบือน เพราะประชาชนตรวจสอบหรือถอดถอนไม่ได้ รวมทั้งอ้างว่าใครก็ตามที่กล้าลุกขึ้นมาท้าทายอำนาจและผลประโยชน์ จะถูกชัดขวาง ถูกโดดเดี่ยว หรือถูกทำลายด้วยกลไกของศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ วุฒิสภา หรือกระบวนการยุติธรรม

ในการนี้ คณะสมาชิกวุฒิสภาขอแถลงข่าวต่อประชาชนและสังคม เพื่อสร้างความเข้าใจ ที่ถูกต้องว่า ข้อความดังกล่าวของนายณัฐพงษ์ ไม่เป็นความจริง และนายณัฐพงษ์ ต้องการยุยงปลุกปั่น และบ่อนทำลายการทำหน้าที่ของวุฒิสภาด้วยข้อความอันเป็นเท็จ สำหรับความจริงมี ดังนี้ 1.การรัฐประหาร เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 มิได้มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงใดๆ กับ สว.ชุดปัจจุบัน และเหตุการณ์รัฐประหารผ่านมาแล้ว 12 ปี บ้านเมืองเข้าสู่สภาวะปกติ โดยมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2560 จากนั้น ได้มีการเลือกตั้ง สส.เป็นการทั่วไปมาแล้วถึง 3 ครั้ง เมื่อปี 2562 ปี 2566 และล่าสุดปี 2569 โดยพรรคของนายณัฐพงษ์เอง คือพรรคอนาคตใหม่พรรคก้าวไกล และพรรคประชาชน ก็ได้ยอมรับและส่งผู้แทนสมัครรับเลือกตั้งตามกติกาของ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ปีพ.ศ.2566
"พรรคของท่านเคยได้รับเลือกตั้งมีจำนวน สส.มากเป็นอันดับ 1 ที่สำคัญ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ประชาชนได้ลงประชามติให้ความเห็นชอบก่อนประกาศใช้ จึงเป็นรัฐธรรมนูญ ของประชาชนทั้งประเทศ มิได้มีลักษณะเป็นมรดกของคณะรัฐประหาร ตามที่นายณัฐพงษ์ ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคที่ไม่ประสบความสำเร็จและไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด พยายามบ่อนทำลายและยุยงปลุกปั่นให้ประชาชนและสังคมเข้าใจผิดแต่อย่างใด" นายพิสิษฐ์ ระบุตามแถลงการณ์
นายพิสิษฐ์ กล่าวต่อว่า 2.สมาชิกวุฒิสภา ชุดปัจจุบัน หรือชุดที่ 13 มีที่มาจากการเลือกกันเองของกลุ่มอาชีพแม้จะมีผู้กล่าวหาในกระบวนการเลือก แต่ก็เป็นธรรมดาของการตรวจสอบ ตราบใดที่องค์กรผู้มีอำนาจและศาลยังมิได้มีคำพิพากษาเป็นอย่างอื่น ก็ต้องถือว่า สว.ทุกคนผ่านกระบวนการเลือกมาอย่างถูกต้องตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย อีกทั้งที่ผ่านมา วุฒิสภาก็ได้ปฏิบัติหน้าที่เป็น ผู้แทนปวงชนชาวไทยอย่างเป็นกลางและมีอิสระ ด้วยความชื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวมมาโดยตลอด ไม่เคยมีการใช้อำนาจอย่างฉ้อฉลหรือบิดเบือนใดๆ ในทางตรงกันข้าม นายณัฐพงษ์พยายามให้ร้ายเกี่ยวกับที่มาและการปฏิบัติหน้าที่ของ สว.ดังกล่าวอย่างลอยๆ โดยไม่มีพยานหลักฐาน ซึ่งไม่เป็นความจริง จึงต้องถือว่านายณัฐพงษ์ฯ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกติกากระบวนการเลือก สว.และการปฏิบัติหน้าที่ของ สว.ตามบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญและกฎหมาย เพราะนายณัฐพงษ์ตัดสินแทนศาลไม่ได้
นายพิสิษฐ์ กล่าวอีกว่า 3.การที่นายณัฐพงษ์ให้ร้ายว่าเมื่อมีใครก็ตามที่กล้าลุกขึ้นมาท้าทายอำนาจและผลประโยชน์ของ สว.ก็จะถูกขัดขวาง ถูกโดดเดี่ยว หรือถูกทำลายด้วยกลไกของศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ วุฒิสภา หรือกระบวนการยุติธรรม ต้องถือว่านอกจากจะเป็นการให้ร้ายองค์กรวุฒิสภาแล้ว ยังมีลักษณะเป็นการเชื่อมโยงเพื่อบ่อนทำลายการปฏิบัติหน้าที่ของศาล องค์กรอิสระ และกระบวนการยุติธรรมอย่างเลื่อนลอย ไม่มีการระบุพยานหลักฐานใดๆ อันเป็นการกระทำที่ฝ้าฝืนต่อหลักสุจริต
จากการกระทำของนายณัฐพงษ์ ทั้งหมดดังกล่าว จึงถือได้ว่านายณัฐพงษ์ จงใจกระทำการบิดเบือน ให้ร้าย และทำลายองค์กรวุฒิสภา ศาล และองค์กรอิสระ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็น องค์กรเสาหลักของรัฐธรรรมนูญ โดยปราศจากพยานหลักฐาน อันแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า นายณัฐพงษ์มีเจตนาทุจริตต่อหน้าที่ ขอเรียนย้ำว่า สมาชิกวุฒิสภาชุดนี้ มีที่มาตามรัฐธรรมนูญ และปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดสมาชิกวุฒิสภาทุกคน อยู่ภายใต้รัฐธธรรมนูญ และกฎหมาย ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย สมาชิกวุฒิสภาทุกคนถูกตรวจสอบ และดำเนินการตามกฎหมาย โดยองค์กรอิสระ มีสมาชิกบางท่านถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง โดยศาล ดังนั้น การกล่าวหาว่า ประชาชนตรวจสอบ หรือถอดถอนพวกเขาไม่ได้ จึงเป็นความเท็จ เป็นการบิดเบือนความจริง ด้วยเจตนาที่จะให้ร้ายวุฒิสภา องค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญสมาชิกวุฒิสภา
"ขอเรียกร้องให้นายณัฐพงษ์ อธิบายให้ชัดเจนว่า ภายใต้ระบอบสีน้ำเงิน ที่กล่าวถึงหมายถึงระบอบใด และสีน้ำเงินหมายถึงสถาบันใด หรือใคร หากนายณัฐพงษ์มีเจตนาที่จะทำการเมืองอย่างสุจริต ต้องทำให้เกิดความชัดเจนทางการเมือง รวมถึงการกล่าวหาสถาบันใด บุคคลใดต้องตรงไปตรงมา อย่าใช้สำนวนโวหาร ที่ต้องมีการตีความ แปลความ ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดทำให้เกิดความเสียหายแก่วุฒิสภา องค์กรอิสระ และศาลรัฐธธรรมนูญนอกเหนือจากการอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และกฎหมายทุกฉบับแล้ว สมาชิกวุฒิสภาไม่อยู่ใต้อาณัติใคร หรือสถาบันทางการเมืองใดๆ ซึ่งเป็นบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ" นายพิสิษฐ์ ระบุในแถลงการณ์

นายพิสิษฐ์ ระบุด้วยว่า สมาชิกวุฒิสภา จึงขอยืนยันว่าวุฒิสภา ไม่ได้อยู่ภายใต้ระบอบสีน้ำเงิน และไม่เคยใช้อำนาจอย่างฉ้อฉล หรือบิดเบือน แต่อย่างใดสมาชิกวุฒิสภาไม่สบายใจ และเสียใจ ที่นายณัฐพงษ์ ในฐานะหนึ่งในสมาชิกรัฐสภา กล่าวหาวุฒิสภา ซึ่งเป็นองค์กรของสมาชิกวุฒิสภา ด้วยความเท็จ มีเจตนาให้ร้าย ทำลายสถาบันวุฒิสภาอย่างชัดเจน และมีเจตนาให้ร้ายสมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภาด้วยกัน อย่างชัดเจน ซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ขอประณามว่าเป็นพฤติกรรมที่เลวร้ายที่สุด และขอเรียกร้องให้นายณัฐพงษ์ แถลง ขอโทษต่อวุฒิสภา
"หากนายณัฐพงษ์ ไม่ดำเนินการภายใน 3 วัน สมาชิกวุฒิสภา จำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมายและอื่นๆ เพื่อปกป้องวุฒิสภา จากการกระทำของนายณัฐพงษ์ ที่มีเจตนาทำลายวุฒิสภา ด้วยการทำให้ประชาชนไม่เชื่อถือ ศรัทธาต่อองค์กรวุฒิสภา ซึ่งเป็นสถาบันหลักของการปกครองระบอบประชาชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ต่อไป" นายพิสิษฐ์ กล่าวทิ้งท้ายในแถลงการณ์
เมื่อถามถึงการดําเนินการทางกฎหมายจะฟ้องข้อหาใด และหน่วยงานใด นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า คงพิจารณาประเด็นการดําเนินการตามกรอบกฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นหลัก แต่อยากให้นายณัฐพงษ์ แสดงเจตนาขอโทษออกมา การพาดพิงแบบไม่มีหลักฐานข้อมูลใดๆ ย่อมทําให้เกิดความเสื่อมเสียได้ อย่างกฎหมาย ที่มีทั้งหมิ่นประมาท
เมื่อถามว่า ตีความระบอบสีน้ําเงินอย่างไร นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า สีน้ําเงิน เรายืนยันมาตลอดว่า คือสีบนธงไตรรงค์ หรือธงชาติ เพราะฉะนั้น สว.มาเพื่อปกป้อง และทําภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ ที่เรามีหน้าที่ในการดํารงไว้ ซึ่งระบอบพระมหากษัตริย์
เมื่อถามว่า นอกจากประณาม จะมีการหารือถึงการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างไร นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า เพิ่งทราบว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคเดียวที่ยื่นร่างฯเข้าสภาฯมา ส่วนร่างพรรคอื่น ยังไม่ทราบ ไม่สามารถตอบได้ในวันนี้ ว่าจะเป็นอย่างไร
เมื่อถามถึงส่วนกรณีที่นายณัฐพงษ์ ระบุการเปิดประตูบานแรก ต้องยุติระบอบสีน้ําเงิน นายพิสิษฐ์ กล่าวย้อนถามไปยังนายณัฐพงษ์เช่นเดียวกันว่า มีเจตนาอยากแก้ไขจริงหรือไม่ เพราะเงื่อนไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ระบุชัดเจนว่า จะต้องใช้เสียงของสมาชิกวุฒิสภา 1 ใน 3 แต่ทุกครั้งนายณัฐพงษ์ โจมตี สว.มาโดยตลอด แต่ สว.จะคิดอย่างไร ตนไม่ทราบ แต่การมาโจมตีเช่นนี้ถูกต้องหรือไม่ ซึ่งไม่ควรใส่ร้ายป้ายสี สว.เช่นนี้

เมื่อถามถึงการตั้งข้อสังเกตของ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ระบุ สว.ที่เข้ามาในวันนี้ เป็นหนึ่งในระบอบสีน้ำเงินตามที่ถูกกล่าวหา นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า วันนี้มีวุฒิสภา 89 คน ยืนยันว่า ไม่อยู่ในเครือข่าย หรือระบอบที่ถูกกล่าวหา ไม่ได้สังกัดพรรคการเมืองใด ไม่ได้อยู่ใต้อาณัติใครคนใดคนหนึ่ง เป็นอิสระ 100 เปอร์เซ็นต์
เมื่อถามว่า หากการตัดสินใจเรื่องรัฐธรรมนูญ เสียงส่วนใหญ่ 89 เสียงวันนี้ หรือ 150 เสียง ตัดสินใจไปในแนวทางเดียวกับพรรคภูมิใจไทย จะมีคําอธิบายอย่างไร นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า การตัดสินใจโหวต ไม่มีเงื่อนไขอื่นใด ให้โหวตมากกว่าคําว่าเห็นด้วย กับไม่เห็นด้วย เพราะฉะนั้น คงตอบไม่ได้ว่าการโหวตเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ทั้งกฎหมาย หรือรัฐธรรมนูญใด จะอ้างอิงได้ว่า สว. จะต้องไปขึ้นอยู่กับพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง อยู่ที่วิจารณญาณ และการตัดสินใจประโยชน์ ของประชาชนเป็นสําคัญ
เมื่อถามถึงเงื่อนไขเสียงเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทย ที่กำหนดให้เหลือเสียงสมาชิกวุฒิสภา 1 ใน 4 ยอมรับได้หรือไม่ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ยืนยันเหมือนเดิมว่า สว.ต้อง 1 ใน 3 ส่วนถ้าไม่ปรับเงื่อนไข จะซ้ํารอยถูกตีตกหรือไม่นั้น เป็นเรื่องอนาคต ตอบไม่ได้ เพราะมีหลายมาตรา
เมื่อถามว่า วุฒิสภาจะตอบสนอง 21 ล้านเสียงที่ลงมติเห็นสมควรให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อย่างไร นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบจริงๆ ว่าแต่ละร่างฯจะแก้อะไรบ้าง กรอบเรายังไม่เห็น ขอให้พิจารณาหลังจากที่ทุกร่างยื่นเข้ามาแล้ว
เมื่อถามว่า หากพรรคประชาชนเสนอเหมือนเดิม พร้อมเห็นชอบเหมือนเดิมหรือไม่ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ร่างตกไปแล้ว ถ้ากลับเข้ามา ต้องดูกันในวาระหนึ่งก่อน ถามเผื่ออนาคต คงตอบไม่ได้ แต่หากอ้างอิงของเก่า ก็ไม่สามารถอ้างอิงได้เช่นเดียวกัน เพราะตกไปแล้ว
เมื่อถามว่า การแถลงของนายณัฐพงษ์มีผลต่อการตัดสินใจหรือไม่ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ไม่มีประเด็น สมาชิกวุฒิสภาอยู่ในฝ่ายนิติบัญญัติเช่นเดียวกับ สส.หากทําอะไรแล้วประชาชนได้ประโยชน์ สมาชิกวุฒิสภาพร้อมทําทุกประการ
เมื่อถามว่า หากนายณัฐพงษ์ไม่ขอโทษ จะส่งผลต่อการโหวตรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ยืนยันว่า ไม่เกี่ยวอีกเช่นเดียวกัน เพราะเรายืนบนพื้นฐานของผลประโยชน์พี่น้องประชาชนเป็นสําคัญ 21 ล้านเสียง ที่จะมีการทําประชามติอีก 2 ครั้ง ครั้งที่ 2 ก็เป็นส่วนสําคัญ คือต้องได้กรอบรัฐธรรมนูญ ที่จะให้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ได้มีการแก้ไข ขอให้อยู่ในขั้นตอนวาระต่อๆ ไปจะดีกว่า
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี