533.jpg
รบ.ปลื้มสมัครไทยช่วยไทย  พุ่ง26ล้านคน  ร้านค้าเข้าร่วมทะลุ6แสน

รบ.ปลื้มสมัครไทยช่วยไทย พุ่ง26ล้านคน ร้านค้าเข้าร่วมทะลุ6แสน

วันศุกร์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

รบ.ปลื้มสมัครไทยช่วยไทย

พุ่ง26ล้านคน

ร้านค้าเข้าร่วมทะลุ6แสน

บขส.หนุนใช้รถสาธารณะ

ดีเดย์1มิ.ย.-30กันยายน

รัฐบาลปลื้มร้านค้าแห่สมัคร “ไทยช่วยไทยพลัส” ดันยอดร้านค้าพร้อมใช้ ทะลุ 6 แสนราย ขณะที่กระทรวงคลัง กางยอดลงทะเบียนโครงการฯ 26 ล้านคน มีผู้ถือบัตรคนจน เนียนลงทะเบียน 4.66 แสนคน ด้าน บขส.ร่วมโครงการฯ หนุนใช้รถสาธารณะ รัฐช่วยจ่าย 60% สูงสุด 200 บาท/วัน เริ่ม 1 มิ.ย.ถึง 30 ก.ย.นี้

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม  น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัสยังได้รับการตอบรับอย่างต่อเนื่องจากผู้ประกอบการทั่วประเทศ โดยข้อมูลล่าสุด ณ เวลา 18.00 น.วันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา พบว่ามีร้านค้าสมัครเข้าร่วมโครงการใหม่ในวันเดียวสูงถึง 12,840 ราย ถือเป็นตัวเลขสูงสุดนับตั้งแต่เปิดรับสมัครเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม


รองโฆษกฯ กล่าวต่อว่า จากข้อมูลเปรียบเทียบตลอด 3 วันที่ผ่านมา พบว่าจำนวนร้านค้าสมัครใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยวันที่ 25 พฤษภาคม มีผู้สมัครใหม่ 12,429 ราย วันที่ 26 พฤษภาคม เพิ่มเป็น 10,244 ราย และวันที่ 27 พฤษภาคม เพิ่มขึ้นสูงสุดที่ 12,840 ราย สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และความต้องการเข้าถึงโอกาสทางการค้าในโครงการดังกล่าว

ขณะเดียวกัน จำนวนร้านค้าที่ลงทะเบียนสำเร็จและพร้อมใช้งานก็เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดเช่นกัน โดยเฉพาะในวันที่ 27 พฤษภาคม มีร้านค้าลงทะเบียนสำเร็จเพิ่มขึ้นถึง 10,576 ราย สูงกว่าวันแรกของการเปิดสมัครกว่า 2 เท่า ส่งผลให้ปัจจุบันมีร้านค้าในโครงการไทยช่วยไทยพลัส ที่ผ่านการตรวจสอบข้อมูลและพร้อมใช้งานแล้วรวมทั้งสิ้น 605,812 ราย

น.ส.ลลิดา กล่าวอีกว่า รัฐบาลเดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างเต็มที่ เพื่อเพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการรายย่อย ร้านค้าชุมชน และธุรกิจท้องถิ่นทั่วประเทศ ควบคู่กับการลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน

“ตัวเลขการสมัครที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องสะท้อนว่าผู้ประกอบการจำนวนมากเห็นโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าและการกระตุ้นยอดขายผ่านโครงการฯ ซึ่งรัฐบาลจะเร่งอำนวยความสะดวกในการตรวจสอบและอนุมัติร้านค้า เพื่อให้สามารถเข้าร่วมโครงการและเริ่มใช้งานได้อย่างรวดเร็วที่สุด” รองโฆษกฯ กล่าว

ขณะที่นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวถึงความคืบหน้าการลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทยพลัสจนถึงเวลา 13.00 น.วันเดียวกันนี้ มีประชาชนลงทะเบียนแล้ว 26 ล้านคน ลงทะเบียนสำเร็จ 25.4 ล้านคน รอตรวจคุณสมบัติ 1.12 แสนคน และลงทะเบียนไม่สำเร็จประมาณ 4.68 แสนคน เนื่องจากเป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 4.66 แสนคน และอื่นๆ เช่น เป็นผู้เสียชีวิต ย้ายไปต่างประเทศ เคยทำผิดเงื่อนไขคนละครึ่ง เป็นต้น ราว 2.5 พันคน และยังมีสิทธิคงเหลืออีกราว 4.44 ล้านสิทธิ จากทั้งหมด 30 ล้านสิทธิ โดยในวันที่ 29 พฤษภาคมนี้ จะเปิดให้ลงทะเบียนเป็นวันสุดท้าย จนถึงเวลา 22.00 น.

สำหรับร้านค้า พบว่ามีร้านค้ารายเดิมที่ผ่านเกณฑ์ 9.77 แสนราย โดยอยู่ระหว่างร้านค้ากดยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไข (T&C) 3.79 แสนราย ลงทะเบียนสำเร็จพร้อมใช้ 5.98 แสนราย ขณะเดียวกันเป็นร้านค้าใหม่ 4.39 หมื่นราย โดยจำนวนนี้อยู่ระหว่างรอการตรวจสอบเพื่อเข้าร่วมโครงการ 3.74 พันราย ผ่านการตรวจสอบข้อมูลแล้ว 3.98 หมื่นราย ในส่วนนี้อยู่ระหว่างร้านค้ายอมรับ T&C 6.15 พันราย และลงทะเบียนสำเร็จพร้อมใช้ 3.36 หมื่นราย และมีร้านค้าที่ถูกปฏิเสธการลงทะเบียน 350 ราย รวมเป็นร้านค้าที่ลงทะเบียนสำเร็จพร้อมใช้ 6.31 แสนราย โดยอยากขอประชาพันธ์ให้ร้านค้าเร่งเข้าไปกดยอมรับ T&C เนื่องจากโครงการไทยช่วยไทย พลัส60/40 จะเริ่มในวันที่ 1 มิถุนายน2569

นายวินิจ กล่าวอีกว่า ปัญหาการลงทะเบียนโครงการฯ ทั้งในส่วนของประชาชน และร้านค้า พบว่า ส่วนใหญ่มาจากการเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ เปลี่ยนโทรศัพท์ใหม่ และ ลบแอปพลิเคชั่นเป๋าตังออกจากโทรศัพท์ ทำให้ต้องมีการยืนยันตัวตนใหม่ ซึ่งสามารถทำเองผ่านแอปฯ ได้โดยตรง หรือทำผ่านตู้เอทีเอ็มได้ แต่ยอมรับว่ามีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่ไม่คุ้นเคยกับการใช้เทคโนโลยี จึงเดินทางไปที่สาขาธนาคารกรุงไทย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยยืนยันตัวตนให้ ซึ่งทางธนาคารก็ให้การสนับสนุนเรื่องดังกล่าว

ด้านนายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (BKS) หรือ บขส.เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัสโดยรัฐบาลสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ 60% ส่วนประชาชนร่วมจ่ายเอง 40% ตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกลดภาระค่าครองชีพของประชาชนในการเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ และกระตุ้นเศรษฐกิจหมุนเวียนภายในประเทศ

ทั้งนี้ประชาชนสามารถใช้สิทธิไทยช่วยไทยพลัสชำระค่าตั๋วโดยสารรถ BKS มีเงื่อนไขดังนี้1.สามารถใช้สิทธิผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังซื้อตั๋วรถโดยสาร BKS ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน–30 กันยายน 2569 ระยะเวลา 4 เดือน ช่วงเวลา 06.00–23.00 น. ณ ช่องจำหน่ายตั๋วโดยสารของสถานีเดินรถ BKS จำนวน 139 แห่งทั่วประเทศ 2.ซื้อตั๋วรถโดยสาร BKS ภายในวงเงินที่ได้รับสิทธิจากรัฐ 200 บาทต่อวัน กรณีที่ค่าโดยสารเกินวงเงินที่ได้รับต้องจ่ายส่วนต่างเป็นเงินสด หรือใช้วงเงินในแอปฯ เป๋าตัง จ่ายก็ได้

3.ซื้อตั๋วรถโดยสารได้ทุกมาตรฐาน ทุกเส้นทาง4.ใช้ร่วมกับสิทธิส่วนลดค่าโดยสารของสมาชิก BKS Member ได้ 5–10% ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด5.เมื่อซื้อตั๋วโดยสารแล้วไม่สามารถคืนตั๋วได้ทุกกรณี และ6.กรณีผู้ใช้สิทธิซื้อตั๋วรถโดยสารโดยไม่ได้เดินทางเอง ต้องแจ้งชื่อผู้เดินทาง พร้อมเลขที่บัตรประชาชนของผู้เดินทางก่อนการออกตั๋วรถโดยสาร ซึ่งผู้โดยสารสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและจองตั๋ว BKS ได้ที่เว็บไซต์ BKS https://tcl99web.transport.co.th, Application : BKS E – ticket, Facebook Page : บขส. (www.facebook.com/BorKorSor99), Line : BKS (Id : @BKS99) และช่องจำหน่ายตั๋วโดยสาร BKS ทั่วประเทศ หรือ โทร. 0 – 2936 – 3660

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top