538.jpg
ส้มทำปืนลั่น! ดึง 'สุรพล' กุนซือ ทำพิษ กระแสตีกลับ โดนรุมจวกยับ

ส้มทำปืนลั่น! ดึง 'สุรพล' กุนซือ ทำพิษ กระแสตีกลับ โดนรุมจวกยับ

วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.43 น.

การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ทางการเมืองในยุคปัจจุบัน สิ่งที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าความรู้ความสามารถของตัวบุคคล คือความสอดคล้องทางอุดมการณ์และภาพลักษณ์ที่สะท้อนต่อสาธารณะ ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 กรณีพรรคประชาชนได้ทำการเปิดตัวทีมบริหารผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแบบครบทีม โดยมี ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เข้าดำรงตำแหน่งประธานที่ปรึกษายุทธศาสตร์ เหตุการณ์ดังกล่าวอาจเรียกได้ว่าเป็นสภาวะ "ทำปืนลั่นใส่เท้าตัวเอง" ของพรรคประชาชน ที่นอกจากจะไม่สามารถขยายฐานเสียงใหม่ได้อย่างเป็นรูปธรรมแล้ว ยังสร้างบาดแผลลึกและส่งผลกระทบเชิงลบต่อฐานแฟนคลับเดิมอย่างรุนแรง

 


 

ชนวนเหตุ

ในมุมมองของแกนนำพรรคประชาชน โดยนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรค ได้ให้เหตุผลในการเชิญ ศ.ดร.สุรพล มาร่วมทีมว่า พรรคเล็งเห็นถึงความเป็นนักกฎหมายมหาชนระดับครู และผู้มีประสบการณ์ตรงในการบริหารกลไกราชการของกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะการเคยดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ซึ่งดูแลโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่  พรรคจึงมุ่งหวังจะใช้ความเชี่ยวชาญนี้คอยให้คำปรึกษาแก่นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 10 เพื่อให้สามารถเข้าทำงานพัฒนากรุงเทพฯ ได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาเรียนรู้ใหม่

ทว่า ยุทธศาสตร์การบริหารที่พรรคพยายามนำเสนอ กลับถูกบดบังด้วยอดีตทางการเมืองของตัวบุคคลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่าในเดือนกรกฎาคม 2567 ศ.ดร.สุรพล จะเคยทำหน้าที่เป็นพยานปากเอกให้การในชั้นศาลเพื่อปกป้องพรรคก้าวไกลในคดียุบพรรคมาแล้วก็ตาม แต่ภาพจำของกลุ่มผู้สนับสนุนฝ่ายประชาธิปไตยส่วนใหญ่ยังคงยึดโยงอยู่กับบทบาทในอดีต ไม่ว่าจะเป็นการดำรงตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในปี 2549 ซึ่งมาจากการแต่งตั้งหลังการรัฐประหาร 

ตลอดจนการเข้าร่วมเคลื่อนไหวทางการเมืองกับกลุ่ม กปปส. เพื่อต่อต้านรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ด้วยการแสดงสัญลักษณ์เป่านกหวีดอันเป็นชนวนเหตุนำไปสู่การแช่แข็งประเทศ ความย้อนแย้งระหว่างอุดมการณ์ของพรรคและประวัติการทำงานของประธานที่ปรึกษายุทธศาสตร์ จึงกลายเป็นกระแสตีกลับใส่พรรคประชาชนทันทีหลังจากเปิดตัว

 

 

เสียงสะท้อนความล้มเหลวจากหลากภาคส่วน

ทันทีที่กระแสข่าวดังกล่าวแพร่ออกไป เสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งจากกลุ่ม "ด้อมส้ม" และ "คนเสื้อแดง"  ซึ่งต่างมองด้วยผิดหวังเป็นอย่างยิ่ง

ทางด้านของสื่อมวลชนและพิธีกรชื่อดัง นางสาวลักขณา ปันวิชัย หรือ แขก คำ ผกา ได้โพสต์ข้อความวิเคราะห์ยุทธศาสตร์ครั้งนี้ว่า ในภาวะขาลงของพรรคประชาชน การเลือก ศ.ดร.สุรพล มาร่วมทีมไม่ใช่เรื่องของความจำยอม แต่เป็นวิธีคิดที่พรรคประเมินว่าคนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่เป็น "สลิ่มเฟส 1" พรรคจึงต้องการดึงบุคคลนี้มาเพื่อแย่งชิงคะแนนเสียงและสกัดไม่ให้คนกลุ่มนี้ไปเลือกนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ คำ ผกา ยังระบุอีกว่านี่คือกระบวนการคิดที่ผ่านการวางแผนมาแล้วเพื่อหวังผลทางการเมืองในการสร้างเรื่องราวใหม่ให้คนมองว่าชัชชาติเป็นเพื่อไทย ส่วนส้มเป็นฝั่งเดียวกับผู้ล้มระบอบทักษิณ

ภาคประชาสังคมยังซ้ำเติมความผิดพลาดนี้ โดยนายบารมี ชัยรัตน์ ที่ปรึกษาสมัชชาคนจน และเครือข่ายประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ (ConforAll) ได้ประกาศจุดยืนต่อสาธารณะอย่างเด็ดขาดว่า ตนจะไม่เลือกผู้ว่าราชการจากพรรคส้มอย่างแน่นอน พร้อมระบุว่าในตอนแรกยังคงมีความลังเลใจ แต่การเปิดตัวครั้งนี้ทำให้รู้สึกสบายใจและโล่งใจที่พรรคมีความชัดเจนในทิศทางที่เปลี่ยนไป  สะท้อนให้เห็นว่าพรรคได้สูญเสียพันธมิตรแนวร่วมภาคประชาชนที่สำคัญไปเรียบร้อยแล้ว

 

ไม่เพียงเท่านั้น นักวิชาการชื่อดังอย่างนายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ได้ออกมาตอกย้ำความล้มเหลวเชิงโครงสร้างของพรรค โดยระบุคำว่า "Sayonara!" เพื่อแสดงความผิดหวัง ปวินวิเคราะห์ว่า นี่คือปัญหาที่แก้ไม่ได้ของพรรคประชาชนในเรื่องของ "ความไม่สม่ำเสมอ" ที่บทจะก้าวหน้าก็ก้าวหน้า บทจะถอยหลังก็ถอยหลังไปหลายก้าว การดึงบุคคลที่เคยร่วมสังฆกรรมกับคณะรัฐประหารเมื่อปี 2549 มาร่วมงาน ถือเป็นความผิดพลาดอย่างรุนแรง

ขณะเดียวกัน คอลัมนิสต์และพิธีกร นายอธึกกิต แสวงสุข หรือ ใบตองแห้ง ได้แสดงทัศนะผ่านบทวิเคราะห์ โดยมองว่า ยุทธศาสตร์นี้ไม่มีส่วนช่วยเพิ่มเครดิตคะแนนเสียงให้พรรคเลย แต่กลับทำให้ผู้คนไขว้เขวในเรื่องจุดยืนทางอุดมการณ์ ใบตองแห้งตั้งข้อสังเกตว่า แม้ในช่วงหลัง ศ.ดร.สุรพล จะเริ่มมีท่าทีวิพากษ์วิจารณ์นิติสงครามบ้าง แต่ก็ยังไม่ชัดเจนพอ และยังคงยึดติดกับ "การเมืองคนดี" การที่พรรคดึงท่านเข้ามาทำให้สังคมตั้งคำถามอย่างหนักกับพรรคประชาชนเอง และยังสร้างความขัดแย้ง โดยตั้งคำถามว่า เหตุใดคนในพรรคที่ไม่เห็นด้วยจึงไม่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจก่อนการเปิดตัวครั้งนี้

 

อาจสูญเสียจุดยืน

ปรากฏการณ์วิพากษ์วิจารณ์ ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ ในฐานะประธานที่ปรึกษายุทธศาสตร์ทีมผู้ว่าฯ กทม. ของพรรคประชาชนในครั้งนี้ ผลลัพธ์ที่พรรคประชาชนได้รับ มิใช่เพียงแค่เสียงวิจารณ์ชั่วข้ามคืนบนโลกออนไลน์ แต่คือการสูญเสียความเชื่อมั่น ทั้งจากสื่อมวลชน ภาคประชาสังคม และนักวิชาการผู้เคยเป็นกระบอกเสียงให้พรรค และอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้พรรคเสียศูนย์ในสนามการเมืองท้องถิ่นครั้งนี้

 

 

 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top