วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ปิดด่าน100%
บิ๊กดุลย์ย้ำคุมเขมรอยู่
รมว.กลาโหม มั่นใจคุมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาได้ เชื่อกลไกพื้นที่เคลียร์จบปมยั่วยุช่องบกขณะที่ กองทัพเรือย้ำชัดมาตรการปิดด่านควบคุมชายแดนยังเข้มงวด 100% แจงปมส่งกลับ 33 ผู้ต้องโทษเขมรผ่านจุดผ่านแดนบ้านแหลมเป็นภารกิจตามกฎหมายไม่ใช่การผ่อนคลายมาตรการ ด้านโฆษกทัพไทยเคลียร์ภาพรั้วชายแดนโหว่ชี้อยู่ระหว่างก่อสร้าง ยันเสร็จสมบูรณ์ มิ.ย.นี้ “ผอ.ศูนย์ข่าวสารฯ” เมินตอบโต้วาทกรรมรายวัน ย้ำความน่าเชื่อถือวัดกันที่การกระทำ-การปฏิบัติตามข้อตกลงร่วม
เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2569 พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะพื้นที่ช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ที่เกิดเหตุยั่วยุกันเมื่อวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า สถานการณ์ปกติไม่มีอะไร เชื่อว่าเขาสามารถแก้ไขปัญหากันได้ ส่วนเหตุการณ์ลักษณะนี้ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งจะเป็นการยั่วยุนำไปสู่การปะทะรอบ 3 หรือไม่นั้น พล.ท.อดุลย์กล่าวว่า “เรามีกฎการปะทะอยู่แล้วไม่ต้องห่วง ผมเชื่อว่าในพื้นที่แก้ปัญหาได้”
ทร.ย้ำชัดปิดด่านชายแดนเข้ม100%
พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า วันนี้ เวลา 11.00 น. กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ฉก.นย.จันทบุรี) ได้สนับสนุนการปฏิบัติงานของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในการส่งกลับชาวกัมพูชาที่พ้นโทษและสิ้นสุดกระบวนการยุติธรรมของไทยแล้ว 30 คน พร้อมผู้ติดตาม 3 คน ผ่านจุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ซึ่งบุคคลกลุ่มดังกล่าวเป็นผู้ที่เคยกระทำความผิดในคดีต่างๆ อาทิ ความผิดเกี่ยวกับการหลบหนีเข้าเมือง ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และความผิดอาญาอื่นๆ ซึ่งภายหลังพ้นโทษแล้ว สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมีหน้าที่ดำเนินการส่งกลับออกนอกราชอาณาจักรตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 โดยเจ้าหน้าที่มีอำนาจกำหนดช่องทางและวิธีการส่งกลับที่เหมาะสมตามกฎหมาย เพราะไม่มีสิทธิพำนักอยู่ในประเทศไทยได้อีกต่อไป
“กองทัพเรือขอยืนยันว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นเพียงการส่งกลับบุคคลต่างด้าวหลังพ้นโทษตามกระบวนการทางกฎหมาย และไม่ใช่การเปิดด่านหรือผ่อนคลายมาตรการควบคุมชายแดนแต่อย่างใด โดยมาตรการปิดจุดผ่านแดนยังคงบังคับใช้อย่างเข้มงวด 100% ตลอดแนวชายแดนในพื้นที่รับผิดชอบ กองทัพเรือยังคงปฏิบัติภารกิจรักษาความมั่นคงชายแดน ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มกำลัง เพื่อป้องกันการลักลอบเข้า-ออกราชอาณาจักรและการกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ พร้อมคุ้มครองผลประโยชน์และความมั่นคงของชาติอย่างต่อเนื่อง” โฆษกกองทัพเรือกล่าว
รั้วชายแดนโป่งน้ำร้อนยังไม่สมบูรณ์
ด้าน พล.ต.วิทัย ลายถมยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย ชี้แจงกรณีมีการโพสต์ภาพแนวรั้วชายแดนไทย-กัมพูชาในพื้นที่ อ.โป่งน้ำร้อน ผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย ซึ่งปรากฏช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างแนวกำแพง พร้อมระบุข้อความตั้งคำถามว่า เหตุใดรั้วชายแดนที่สร้างขึ้นเพื่อความมั่นคงจึงยังมีช่องเปิดอยู่
พล.ต.วิทัยระบุว่า แผ่นปูนและโครงเหล็กที่ใช้ในการก่อสร้างเป็นวัสดุสำเร็จรูป สามารถนำไปติดตั้งได้ทันที โดยขั้นตอนการดำเนินงาน เจ้าหน้าที่จะติดตั้งแยกเป็นจุด ก่อนนำแผ่นปูนและโครงเหล็กมาประกอบเชื่อมต่อกันเพื่อความรวดเร็วในการทำงาน อย่างไรก็ตาม ในบางจุดพบว่าแผ่นปูนไม่สามารถบรรจบกันได้พอดี จึงจำเป็นต้องจัดทำแผ่นปูนเพิ่มเติม พร้อมเสริมโครงเหล็กอีก 1 ชิ้นเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและปิดช่องว่างดังกล่าว ยืนยันว่า ภาพที่ปรากฏไม่ได้เป็นการจัดทำช่องทางหรือประตูเข้า-ออกแต่อย่างใด แต่เป็นกรณีแนวกำแพงที่ยังไม่เชื่อมต่อกันสมบูรณ์ โดยกำแพงถูกออกแบบให้มีความยาวแผ่นละประมาณ3 เมตร ขณะที่พื้นที่ดังกล่าวมีระยะยาวเกินกว่าขนาดมาตรฐานของแผ่น จึงทำให้เกิดช่องว่าง และจำเป็นต้องจัดทำแผ่นเพิ่มเติมเพื่อนำมาติดตั้งให้ครบแนว
ยันสร้างเสร็จภายในมิ.ย.นี้
ทั้งนี้ การก่อสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชาในพื้นที่ อ.โป่งน้ำร้อน จะดำเนินการคร่อมแนวหลักเขต โดยวางอยู่กึ่งกลางระหว่างหลักเขต ไม่ล้ำแนวอธิปไตยของทั้งสองประเทศ และไม่สามารถใช้วัสดุคอนกรีตปิดทับหลักเขตได้ จึงต้องออกแบบโครงเหล็กและแผ่นปูนให้สามารถถอดประกอบได้ โดยลักษณะเป็นบานพับเพื่อยกเปิดได้เมื่อจำเป็นต่อการตรวจสอบหลักเขต
โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย กล่าวอีกว่า กรมแผนที่ทหารของไทยและกัมพูชาได้หารือร่วมกัน และเห็นตรงกันว่า หลักเขตไม่ควรถูกปิดทับด้วยวัสดุถาวร จึงออกแบบให้เป็นโครงเหล็กแบบบานพับที่สามารถเปิด-ปิดได้ เพื่อให้สามารถตรวจสอบหรือดำเนินการเกี่ยวกับหลักเขตได้ในอนาคต โดยจุดที่เป็นประเด็นอยู่ระหว่างหลักเขตที่ 52 และหลักเขตที่ 53
สำหรับความคืบหน้าโครงการดังกล่าว มีระยะทางรวมกว่า 1.3 กิโลเมตรปัจจุบันดำเนินการแล้วประมาณ 40% และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายนนี้ เนื่องจากเหลือเพียงการนำแผ่นปูนและโครงเหล็กมาประกอบติดตั้งให้ครบแนว
“เสมือนการสร้างรั้วบ้านที่ไม่สามารถให้ขนาดเท่ากันได้ตลอดแนว ย่อมมีบางช่วงเป็นรอยต่อ ซึ่งต้องเติมเต็มให้สมบูรณ์” พล.ต.วิทัย กล่าว
เมินตอบโต้วาทกรรมรายวันกับเขมร
ขณะที่ พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา กล่าวถึงจุดยืนของประเทศไทยต่อสถานการณ์และการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นไทย-กัมพูชาในช่วงที่ผ่านมาว่า ประเทศไทยยังคงยึดมั่นในหลักการแก้ไขปัญหาด้วย สันติวิธี ความเคารพซึ่งกันและกัน และการปฏิบัติตามพันธกรณีและข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงร่วมกันไว้ ประเทศไทยไม่มีความประสงค์จะตอบโต้ทุกถ้อยแถลงหรือทุกข้อมูลที่เผยแพร่ผ่านสื่อและสื่อสังคมออนไลน์เป็นรายวัน เพราะเห็นว่าการแข่งขันกันด้วยวาทกรรมไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหา และอาจส่งผลให้บรรยากาศแห่งความไว้วางใจระหว่างกันลดลง สิ่งที่ประเทศไทยให้ความสำคัญมากกว่าคือการปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมและข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามร่วมกันไว้ โดยเฉพาะการลดระดับความตึงเครียด การหลีกเลี่ยงการยั่วยุ การงดเว้นการเผยแพร่ข้อมูลเท็จหรือข่าวปลอม การป้องกันความเข้าใจผิด และการสร้างความไว้วางใจระหว่างกัน
“ประเทศไทยเชื่อว่า ความน่าเชื่อถือของทุกฝ่ายไม่ได้วัดจากถ้อยแถลงหรือข้อความที่เผยแพร่ในแต่ละวัน แต่วัดจากการปฏิบัติจริงว่าสอดคล้องกับสิ่งที่ได้ตกลงร่วมกันไว้หรือไม่ ความไว้วางใจระหว่างประเทศเกิดจากการกระทำที่ต่อเนื่อง มีความรับผิดชอบ และมีความสุจริตใจ ประเทศไทยจะไม่แข่งขันกันด้วยวาทกรรม แต่จะยึดข้อเท็จจริง กฎหมายระหว่างประเทศ และการปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมเป็นหลัก เพราะความไว้วางใจเกิดจากการกระทำ ไม่ใช่เพียงถ้อยคำ” พล.อ.อ.ประภาส กล่าว
ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา กล่าวอีกว่า ประเทศไทยจึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยึดมั่นในถ้อยแถลงร่วมที่ได้ให้ไว้ต่อกันและต่อประชาคมระหว่างประเทศ ร่วมกันลดการยั่วยุ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ความเกลียดชัง หรือความแตกแยก และร่วมกันรักษาบรรยากาศที่เอื้อต่อการเจรจาและการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี ประเทศไทยยังคงพร้อมใช้กลไกทวิภาคี กลไกทางการทูต และช่องทางความร่วมมือที่มีอยู่ทั้งหมดในการหารืออย่างสร้างสรรค์ เพื่อแก้ไขประเด็นต่างๆ บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง กฎหมายระหว่างประเทศ และความเคารพซึ่งกันและกัน
“วันนี้สิ่งที่ประชาคมโลกจับตา ไม่ใช่ว่าใครพูดอะไร แต่คือทุกฝ่ายปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมที่ได้ให้ไว้หรือไม่”ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา กล่าว
แนะเสพข่าวสารมีสติ-ใช้วิจารณญาณ
พล.อ.อ.ประภาสกล่าวอีกว่า ในขณะเดียวกัน ประเทศไทยจะยังคงรักษาสิทธิ อธิปไตย และผลประโยชน์แห่งชาติภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเต็มที่ โดยดำเนินการด้วยความรอบคอบ ความรับผิดชอบ และความชอบธรรม เพื่อให้ทุกมาตรการเป็นที่ยอมรับของประชาคมระหว่างประเทศ
“ขอให้พี่น้องประชาชนชาวไทยรับฟังข้อมูลข่าวสารด้วยสติและวิจารณญาณ ไม่ตื่นตระหนก ไม่ตกเป็นเหยื่อของข่าวปลอมหรือข้อมูลบิดเบือน และติดตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ และให้มั่นใจว่า รัฐบาล กองทัพ และหน่วยงานด้านความมั่นคงของไทยกำลังดำเนินการทุกมิติอย่างรอบคอบ ต่อเนื่อง และเป็นเอกภาพ โดยยึดถือผลประโยชน์แห่งชาติ ความปลอดภัยของประชาชน อธิปไตยของประเทศ และหลักกฎหมายระหว่างประเทศเป็นสำคัญ สติ ความสามัคคี ความอดทน และการยึดมั่นในข้อตกลงร่วม จะเป็นพลังสำคัญในการลดความตึงเครียด สร้างความไว้วางใจ และนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างสันติและยั่งยืนต่อไป“ พล.อ.อ.ประภาส กล่าว
นายกฯยืนยันคุมสถานการณ์ได้
ทางด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ยืนยันว่า สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาโดยรวมยังอยู่ภายใต้การควบคุม และประชาชนในพื้นที่ชายแดนยังสามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ เนื่องจากหน่วยงานด้านความมั่นคงและกองทัพยังคงปฏิบัติหน้าที่ดูแลอธิปไตยและความปลอดภัยของประเทศอย่างเต็มกำลัง ประเด็นการเจรจาเรื่องเขตแดนหรือแนวทางดำเนินการในอนาคต รัฐบาลพร้อมดำเนินการตามขั้นตอนที่เหมาะสมพร้อมระบุว่า ประเทศไทยไม่ได้รับผลกระทบหรือความเสียหาย จากการที่ยังไม่มีการเจรจาเรื่องเขตแดนภายหลังการยกเลิก MOU 2544 โดยเชื่อมั่นว่า รัฐบาลจะดำเนินทุกมาตรการบนพื้นฐานของความเข้มแข็งและคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ
นายอนุทินยังได้กล่าวชื่นชมเจ้าหน้าที่และกำลังพลของกองทัพไทย ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอดทน อดกลั้น และไม่เคยเป็นฝ่ายเริ่มยั่วยุ โดยระบุว่า การรักษาความสงบและการไม่ตอบโต้ด้วยอารมณ์เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ประเทศไทยคงภาพลักษณ์ของประเทศที่มีความเข้มแข็งและได้รับความเคารพจากนานาชาติ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี