537.jpg
'หมอเปรม'เร่งถอดบทเรียนปัญหาข้อมูลรัฐไม่เชื่อมโยงกัน ส่งผลช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินล่าช้า

'หมอเปรม'เร่งถอดบทเรียนปัญหาข้อมูลรัฐไม่เชื่อมโยงกัน ส่งผลช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินล่าช้า

วันอาทิตย์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.44 น.

“นพ.เปรมศักดิ์” นั่งประธานคณะทำงานศึกษาปฏิรูปการบริหารจัดการภาวะวิกฤตและการแพทย์ฉุกเฉินด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เร่งถอดบทเรียนปัญหาข้อมูลรัฐไม่เชื่อมโยงกัน ส่งผลช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินล่าช้า เตรียมเสนอแผนยกระดับระบบบัญชาการวิกฤตแห่งชาติ เชื่อมข้อมูลทุกหน่วยงานแบบเรียลไทม์ภายใน 180 วัน

7 มิ.ย.69 นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา เปิดเผยว่า นายนิเวศ พันธ์เจริญวรกุล ประธานคณะกรรมาธิการฯ ได้ลงนามแต่งตั้งคณะทำงานศึกษาปฏิรูปการบริหารจัดการภาวะวิกฤตและการแพทย์ฉุกเฉินโดยเทคโนโลยีดิจิทัล โดยมอบหมายให้ตนทำหน้าที่ประธานคณะทำงาน เพื่อศึกษาและจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเสนอต่อรัฐบาลภายในระยะเวลา 180 วัน


นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายด้านการบริหารจัดการเหตุฉุกเฉินในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุทางถนน ภัยพิบัติทางธรรมชาติ น้ำท่วม ไฟไหม้ โรคอุบัติใหม่ ตลอดจนสาธารณภัยขนาดใหญ่ แต่ระบบการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงกระจัดกระจายและแยกส่วน ขาดการเชื่อมโยงข้อมูลอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้การตัดสินใจ การสั่งการ และการเข้าถึงความช่วยเหลือของประชาชนล่าช้ากว่าที่ควรจะเป็น

“ปัญหาสำคัญที่พบในปัจจุบันคือ หน่วยงานด้านการแพทย์ฉุกเฉิน โรงพยาบาล กระทรวงสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตำรวจ และหน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ยังไม่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลแบบเรียลไทม์ได้อย่างสมบูรณ์ หลายพื้นที่ยังใช้การประสานงานผ่านโทรศัพท์หรือเอกสาร ทำให้การส่งต่อผู้ป่วย การจัดสรรเตียง การบริหารรถพยาบาล และการกระจายกำลังช่วยเหลือเกิดความล่าช้า” นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว

ทั้งนี้ ในกรณีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ผู้ป่วยหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หรือผู้บาดเจ็บรุนแรงจากอุบัติเหตุ ทุกนาทีล้วนมีความหมายต่อโอกาสรอดชีวิต หากระบบข้อมูลยังทำงานแบบต่างคนต่างทำ ความสูญเสียที่เกิดขึ้นอาจมากกว่าที่สังคมรับรู้

อย่างไรก็ตาม จากการประชุมคณะทำงานครั้งแรก ที่ประชุมได้กำหนดกรอบการศึกษาเพื่อจัดทำข้อเสนอปฏิรูปอย่างเป็นรูปธรรม โดยเน้นแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างที่เป็นอุปสรรคต่อการรับมือภาวะวิกฤตของประเทศ ประกอบด้วย 5 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและระบบสื่อสารสำรองที่มีประสิทธิภาพ การเพิ่มศักยภาพบุคลากรด้านเทคโนโลยีและการวิเคราะห์ข้อมูล การบูรณาการฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงาน การปรับปรุงกฎหมายและโครงสร้างองค์กรภาครัฐให้รองรับนวัตกรรมใหม่ และการกำหนดมาตรฐานกลางด้านเทคโนโลยีสำหรับงานกู้ชีพ กู้ภัย และการบริหารจัดการสาธารณภัย

นอกจากนี้ คณะทำงานยังเตรียมศึกษาข้อเสนอเชิงรุกเพื่อยกระดับระบบบริหารจัดการภาวะวิกฤตของประเทศ อาทิ การจัดตั้งศูนย์บัญชาการข้อมูลฉุกเฉินแห่งชาติ (National Emergency Data Platform) ที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลผู้ป่วย รถพยาบาล โรงพยาบาล หน่วยกู้ภัย ตำรวจ และหน่วยงานด้านสาธารณภัยไว้บนแพลตฟอร์มเดียว การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยวิเคราะห์และคาดการณ์สถานการณ์ฉุกเฉินล่วงหน้า การใช้ระบบสื่อสารสำรองในพื้นที่ประสบภัย และการพัฒนาแอปพลิเคชันกลางสำหรับแจ้งเหตุและติดตามการช่วยเหลือแบบเรียลไทม์

นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การปฏิรูประบบบริหารจัดการภาวะวิกฤตไม่ใช่เพียงการลงทุนด้านเทคโนโลยี แต่เป็นการสร้างระบบที่สามารถช่วยชีวิตประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความสูญเสียจากเหตุฉุกเฉิน และเพิ่มความพร้อมของประเทศในการรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ในอนาคต

ทั้งนี้ คณะทำงานจะประชุมอย่างต่อเนื่องเดือนละ 2 ครั้ง ทุกวันจันทร์ เวลา 14.00 น. เพื่อรวบรวมข้อมูล รับฟังความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ และจัดทำข้อเสนอที่เป็นประโยชน์สูงสุด ก่อนนำเสนอต่อคณะอนุกรรมาธิการและคณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา เพื่อผลักดันสู่การปฏิบัติในระดับนโยบายต่อไป

สำหรับ คณะทำงานชุดดังกล่าว ประกอบด้วยบุคคลจากหลากหลายภาคส่วน อาทิ นายพิเชษฐ์ หนองช้าง รองประธานคณะทำงาน พลโทโชคชัย ขวัญพิชิต นายเตชิต ทิวาเรืองรอง ผู้ช่วยศาสตราจารย์พัฒนพงษ์ วันจันทึก พันเอกอาภากร เผือกสุวรรณ และ น.ส.สุพรรษา ธรรมสโรช ร่วมเป็นคณะทำงาน เพื่อระดมองค์ความรู้และประสบการณ์ในการวางรากฐานระบบบริหารจัดการภาวะวิกฤตยุคดิจิทัลของประเทศไทย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top