537.jpg
อนุทิน โชว์วิสัยทัศน์เวที ASEAN Future Forum ผนึกกำลังสมาชิก วางรากฐานสันติภาพ-ความมั่นคง

อนุทิน โชว์วิสัยทัศน์เวที ASEAN Future Forum ผนึกกำลังสมาชิก วางรากฐานสันติภาพ-ความมั่นคง

วันอังคาร ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.54 น.

อนุทิน โชว์วิสัยทัศน์ในเวที ASEAN Future Forum ผนึกกำลังสมาชิก วางรากฐานสันติภาพ-ความมั่นคงที่จับต้องได้จริง

เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.2569 เวลา 08.30 น. ที่โรงแรม Melia Hanoi กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุม ASEAN Future Forum ครั้งที่ 3 ภายใต้หัวข้อ “Shaping our Future Together: Peace, Prosperity, People-Centered” ซึ่งมีเวียดนามเป็นเจ้าภาพ ร่วมกับผู้นำประเทศอาเซียนจาก สปป.ลาว กัมพูชา และติมอร์-เลสเต โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถ้อยแถลงในที่ประชุม สรุปสาระสำคัญดังนี้


นายกรัฐมนตรีกล่าวชื่นชมเวียดนามในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุม ASEAN Future Forum 2026 ซึ่งได้กลายเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับอนาคตของภูมิภาคในช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ทั้งความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการค้าโลก ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งสะท้อนว่าระบบภูมิภาคและระบบโลกกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ระเบียบใหม่ โดยอาเซียนกำลังเผชิญทั้งความเสี่ยงและโอกาสสำคัญในเวลาเดียวกัน

ในสถานการณ์ที่หลายภูมิภาคของโลกเผชิญความผันผวน อาเซียนมีศักยภาพที่จะเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีเสถียรภาพมากที่สุดของโลก และเป็นจุดหมายสำคัญของการลงทุน การเติบโต และนวัตกรรมในอนาคต โดยสิ่งที่จะกำหนดอนาคตดังกล่าวคือการตัดสินใจร่วมกันของประเทศสมาชิกในวันนี้ ทั้งนี้ อาเซียนต้องใช้ประโยชน์จากจุดแข็งเชิงยุทธศาสตร์ที่มีมาอย่างยาวนาน โดยยึดมั่นหลักการผสานผลประโยชน์ของชาติและผลประโยชน์ของภูมิภาค เพื่อรักษาความเป็นแกนกลางของอาเซียน (ASEAN Centrality) ในการส่งเสริมสันติภาพ ความมั่นคง การสร้างความไว้วางใจ และการเปิดพื้นที่สำหรับความร่วมมือกับทุกฝ่ายท่ามกลางโลกที่มีความแตกแยกมากขึ้น

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า “ความยืดหยุ่น” หรือ Resilience จะเป็นรากฐานสำคัญของความมั่งคั่งในอนาคตของอาเซียน โดยต้องเร่งส่งเสริมการบูรณาการทางเศรษฐกิจและการเชื่อมโยงในทุกมิติ ทั้งด้านกายภาพและดิจิทัล พร้อมแสดงความยินดีที่อาเซียนมีเป้าหมายลงนามความตกลงกรอบเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (ASEAN Digital Economy Framework Agreement: DEFA) ภายในปีนี้ เพื่อปลดล็อกศักยภาพเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาค นอกจากนี้ ไทยยังผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ภาคใต้ของไทยในฐานะเส้นทางทางเลือกเพื่อเสริมความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานโลก ลดความเปราะบางจากจุดคอขวดด้านการคมนาคมทางทะเล รวมทั้งพร้อมสนับสนุนความมั่นคงด้านอาหารและพลังงานของภูมิภาค โดยไทยได้เสนอความพร้อมในการจัดหาเชื้อเพลิงอากาศยานแก่ประเทศสมาชิกอาเซียนจากกำลังการผลิตส่วนเกินที่มีอยู่

นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า อาเซียนต้องให้ความสำคัญกับการสร้างผลประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมแก่ประชาชน เพราะความสำเร็จของอาเซียนไม่ได้วัดจากจำนวนการประชุมหรือเอกสารที่รับรองร่วมกัน แต่ต้องวัดจากคุณภาพชีวิต ความปลอดภัย และความเชื่อมั่นในอนาคตของประชาชน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ต้องเผชิญทั้งโอกาสและความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี รวมถึงปัญญาประดิษฐ์ (AI) จึงจำเป็นต้องเสริมสร้างความร่วมมือในการรับมือกับปัญหาที่กระทบต่อชีวิตประจำวัน เช่น การหลอกลวงทางออนไลน์ ภัยคุกคามทางไซเบอร์ ความเสี่ยงด้านสาธารณสุข และภัยพิบัติทางธรรมชาติ ควบคู่กับการลงทุนด้านการศึกษา การพัฒนาทักษะ ระบบสาธารณสุข และระบบคุ้มครองทางสังคม

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความเชื่อมั่นว่า อาเซียนมีศักยภาพเพียงพอที่จะรับมือกับความท้าทายและคว้าโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงของโลก เนื่องจากอาเซียนยังคงมีจุดแข็งสำคัญที่หลายภูมิภาคกำลังขาดแคลน ได้แก่ เสถียรภาพ การเชื่อมโยง และความไว้วางใจ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดการลงทุน สนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ และสร้างโอกาสให้แก่ประชาชน พร้อมยืนยันว่าไทยพร้อมทำงานร่วมกับประเทศสมาชิกอาเซียนและหุ้นส่วนทุกฝ่าย เพื่อขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ดังกล่าวให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชาว่า ทั้งสองประเทศกำลังอยู่ในห้วงเวลาสำคัญที่การตัดสินใจในวันนี้จะส่งผลต่อทิศทางความสัมพันธ์ในอนาคต จึงจำเป็นต้องร่วมกันเผชิญความท้าทายและเปิดหน้าประวัติศาสตร์บทใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่างกัน โดยการบรรลุแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างสันติและยั่งยืนนั้น ต้องอาศัยเจตจำนงทางการเมือง ความมุ่งมั่น ความไว้วางใจ และการเจรจาด้วยความสุจริตใจ แม้จะไม่มีหนทางที่ง่าย แต่เชื่อมั่นว่าทั้งสองฝ่ายสามารถก้าวไปข้างหน้าร่วมกันได้ผ่านการสร้างความเชื่อมั่นและการพูดคุยอย่างสร้างสรรค์


 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top