วันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569
เคลียรปมเรื่องแม่-วุฒิฯ
‘ไชยชนก’ฮึ่ม
เตรียมปรึกษาทนายเอาผิด
คปท.บุกจี้ทวงเขากระโดง
ขู่สอบจริยธรรม‘นันทนา’
“ไชยชนก”เปิดใจตอบทุกคำถามปมดราม่าเรื่องแม่-วุฒิการศึกษาย้ำไม่เคยปิดบัง ขอหากจะโจมตีให้พุ่งเป้ามาที่ตน อย่าโฟกัสผิดจุด เตรียมปรึกษาทนายเอาผิด แม้ไม่อยากก่อกรรมเพิ่ม ด้าน สว.จ่อยื่นสอบ‘นันทนา’หลังอภิปรายเสียดสี‘ไชยชนก-แนน’โดนเเล้ว1คดี’ปปช.’ตั้งไต่สวนขัดจริยธรรมฯเหตุบูลลี่‘สว.เขียงหมู’
เมื่อวันที่ 10มิถุนายน2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกระแสโจมตีเกี่ยวกับเรื่องมารดา ว่า ตนขอชี้แจงเพียงรอบเดียว เพราะเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมที่จะดึงเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมือง นายไชยชนก กล่าวว่า ความสัมพันธ์กับคุณแม่นั้น ตนทราบว่าได้หย่ากับ นายเนวิน ชิดชอบ บิดาของตน ตั้งแต่ตนอายุประมาณ 2–3ขวบ ซึ่งยังจำความอะไรไม่ได้และเมื่อจำความได้ คุณแม่กรุณา ชิดชอบ เป็นผู้เลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็กจนโต ตนเคยถามเรื่องมารดาที่ให้กำเนิดกับคุณพ่อหรือไม่ ตนเคยถาม แต่เป็นคำถามที่คุณพ่อไม่สบายใจที่จะตอบ จึงไม่ได้ถามต่อถึงเหตุผลว่า ทำไมถึงเลิกรากัน โดยทราบว่าคุณแม่มีครอบครัวใหม่ และมีความสุขดี คบกันมายาวนานหลายสิบปีแล้ว ซึ่งตนไม่ได้พบหรือพูดคุยกับคุณแม่ โดยเมื่อเติบโตขึ้นก็ได้ติดตามความเป็นอยู่ของคุณแม่ ซึ่งทราบว่าไม่ได้ลำบากอะไร
‘ไชยชนก’เปิดใจประวัติครอบครัว
ส่วนกรณีคดีปี2554 ที่ตำรวจบุกทลายบ่อนและมีคดีความที่เกี่ยวข้องกับมารดาของตนนั้น ตนไม่เคยทราบมาก่อน และเพิ่งมาทราบภายหลัง ทำให้ได้รู้จักคุณแม่มากขึ้น ทั้งนี้ หากฝากอะไรถึงคุณแม่ หากได้เห็นข่าวนี้ อยากบอกว่า อดีต ปัจจุบันและอนาคตเป็นอย่างไร ขอขอบคุณที่ให้กำเนิดตนมา และเรื่องที่เป็นกระแสข่าวไม่ได้กระทบความรู้สึก ขอให้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ส่วนสื่อมวลชนที่มีจุดประสงค์จะทำลายอนาคตทางการเมืองของผม หรือดิสเครดิตผม ขอให้โฟกัสให้ถูกจุด อย่าเบี่ยงไปเรื่องอื่น เพราะคุณแม่ไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ ต่างคนต่างอยู่ ต่างครอบครัวและทุกคนก็มีความสุขอยู่แล้ว
ชี้การเมืองโหดร้าย-ต้องอดทน
เมื่อถามว่า ตั้งแต่เกิดเรื่อง คุณพ่อได้ให้คำแนะนำอะไรหรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า ต้องอดทน เพราะเราเป็นเป้า และเป็นเรื่องปกติ ต้องเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง อยู่ให้ได้ ที่ตนเลี่ยงการเมืองมาตั้งแต่เด็กจนโต เพราะรู้ว่าการเมืองโหดร้าย และเมื่อเข้ามาเองก็ต้องยอมรับ เชื่อมั่นในสิ่งที่คุณพ่อสอนว่า หากมีเจตนาทำดี ก็ให้ยึดมั่นและทำต่อไป
เรียนนอกไม่จบ-ทำสนามแข่งรถ
เมื่อถามถึงกรณีวุฒิการศึกษาที่ไปศึกษาต่อต่างประเทศถึง 17ปี แต่เหตุใดจึงมาจบปริญญาตรี ที่ จ.บุรีรัมย์ นายไชยชนก กล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่เคยปิดบัง เคยเรียนprep school และ high school ระหว่างเรียนมหาวิทยาลัยมีการซ้ำชั้น มีฝึกงานและสุดท้ายจึงออกจากการเรียนเพื่อไปทำสนามแข่งรถ ทั้งที่ยังเรียนไม่จบ ทั้งหมดไม่มีสิ่งใดที่เคยปิดบัง ทั้งเรื่องครอบครัวและการศึกษา
เล็งใช้สิทธิตามกฎหมายจัดการ
เมื่อถามถึงกระแสวิจารณ์ครั้งนี้ มองว่าเป็นการ “ชกใต้เข็มขัด”หรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า ตนเป็นมือใหม่ทางการเมือง จะใต้หรือไม่ใต้ไม่ทราบ แต่ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ตนจะไม่ทำสิ่งเหล่านั้น ยึดจุดยืนนี้ เมื่อถามว่า จะใช้สิทธิทางกฎหมายเพื่อปกป้องตนเองหรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา โดยได้มอบหมายฝ่ายกฎหมายไปดูแล หากรับได้ก็อาจไม่จำเป็นต้องดำเนินการ เพราะไม่อยากก่อกรรมเพิ่ม แต่จะขอปรึกษาทีมกฎหมายก่อน
ขู่สอบ‘นันทนา’บูลลี่’ไชยชนก-แนน’
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. ตั้งกระทู้ถามสดโครงการ TH-AI Passport ถามนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดย นายไชยชนก มอบหมายให้ น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มาตอบกระทู้แทน เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยการอภิปรายของ น.ส.นันทนา ถูกวิพากวิจารณ์ว่าใช้ถ้อยคำเสียดสีนายไชยชนก และน.ส.แนน นั้น
ล่าสุด มีความเคลื่อนไหวจาก สว.บางส่วนที่ไม่พอใจท่าที น.ส.นันทนา โดยเฉพาะการอภิปรายช่วงหนึ่งที่ น.ส.นันทนาระบุว่า“ขอบคุณที่ น.ส.แนน มาตอบกระทู้เรื่องนี้แทนนายไชยชนก เพราะหากนายไชยชนกมาตอบ ดิฉันคงต้องไปฝึกภาษา“ทิงลิช”มาสนทนากับนายไชยชนกและอาจจะต้องมีคนมาแปลภาษาให้คนอื่นเข้าใจอีกครั้ง ขอกระทู้ถามรัฐมนตรีช่วยเป็นภาษาคน อุ้ย !ภาษาไทยแล้วกัน”
เเหล่งข่าวจาก สว.ระบุว่า สว.บางส่วนมองว่าคำพูดเชิงเสียดสีดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การทำงานของ สว. อีกทั้งตัวของน.ส.นันทนา ถูกตั้งคำถามถึงมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดำรงตำเเหน่งทางการเมืองมาหลายครั้ง ที่สำคัญก่อนหน้านี้ น.ส.นันทนา มีคดีเกี่ยวกับมาตรฐานทางจริยธรรมถูกฟ้องร้องอยู่ด้วย และเห็นว่า สว.พยายามสร้างมาตรฐานการอภิปรายเชิงสร้างสรรค์มาตลอด สว.หลายคนได้ทำความเข้าใจตรงกันว่างานสภาฯควรดำเนินการให้เป็นแบบอย่างกับบุคคลภายนอก แต่น.ส.นันทนา มักจะสร้างเงื่อนไขให้เกิดความขัดแย้งมาหลายครั้ง
แหล่งข่าวจาก สว.ระบุว่า ดังนั้นการอภิปรายของ น.ส.นันทนา เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งมีเนื้อหาเสียดสีนายไชยชนก และน.ส.แนน มีโอกาสที่ทาง สว.บางคน จะยื่นให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ตรวจสอบว่า เข้าข่ายความผิดมาตรฐานทางจริยธรรมหรือไม่
ปปช.ไต่สวนปม’สว.เขียงหมู’แล้ว
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 28 ต.ค.68 น.ส.นันทนา ถูก มติสว.เสียงข้างมาก 130 เสียงชี้ว่า ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมร้ายแรง และส่งให้ ปปช.ดำเนินการจากกรณีด้อยค่า นางเเดง กองมา สว.กลุ่ม10 ว่าสว.คนขายหมู มาแล้ว เเละเมื่อวันที่ 5 พ.ย.68 น.ส.นันทนายื่นคำร้องต่อป.ป.ช.เพื่อขอให้ไต่สวนและชี้มูลพล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ในฐานะประธานคณะกรรมการจริยธรรม วุฒิสภา กับพวกรวม 18 คน ว่ามีการกระทำที่อาจเข้าข่ายฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้านแรงหรือไม่ กรณีสอบสวนเรื่องจริยธรรมที่มีผู้ร้องเรียน น.ส.นันทนา โดยไม่ชอบด้วยข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกวุฒิสภาและกรรมาธิการ พ.ศ.2563 และ ระเบียบว่าด้วยการยื่นเรื่องร้องเรียน การรับเรื่องร้องเรียน การนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณา และวิธีพิจารณาของคณะกรรมการจริยธรรมวุฒิสภา พ.ศ.2563 ซึ่งอาจเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้ได้รับโทษทางจริยธรรม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณี น.ส.นันทนา พาดพิงนางเเดงนั้น ล่าสุดมีรายงานว่า ป.ป.ช.พิจารณาแล้วและมีมติเอกฉันท์ตั้งไต่สวนน.ส.นันทนาในกรณีนี้เเล้ว และ อีกคดีของน.ส.นันทนานั้นเกิดขึ้นช่วงต้นเดือน ส.ค.68 โดย น.ส.นันทนาและสว.อีก 20คน ถูกกล่าวหาว่า ปลอมลายมือของ สว.2ราย ประกอบด้วย นายณัชชญ์พงศ์ วงศ์มูลาลี เเละ นายเดชา นุตาลัย ส่วนพ.อ.หญิง ธณตศกร บุศราคม สว.อีกรายหนึ่งนั้น ขอถอนชื่อในการรวบรวมรายชื่อ สว.ตามมาตรา82 วรรคหนึ่งเเห่งรัฐธรรมนูญ เพื่อถอดถอน136สว.สีน้ำเงิน
ตามที่ น.ส.นันทนา กับพวกระบุว่า สว.สีน้ำเงิน ฝ่าฝืนมาตรา113 เและขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ สว.จำนวนดังกล่าว ยุติปฏิบัติหน้าที่ในการลงมติเลือกกรรมการองค์กรอิสระ ซึ่งกรณีดังกล่าวต้องล้มเลิกไป แต่มีเรื่องร้องเรียนไปยังป.ป.ช.ให้ดำเนินคดีกับน.ส.นันทนา กับพวกเเล้ว ซึ่งหากข้อกล่าวหานี้พิสูจน์เเล้วมีมูล น.ส.นันทนา กับพวกอาจต้องรับโทษทางอาญาคือ ปลอมเเละใช้เอกสารทางราชการ รวมทั้งขัดมาตรฐานทางจริยธรรมร้ายเเรง
‘ชัชชาติ’นำ’มัลลิกาที่2-อนุชาอันดับ3
ผศ.ดร.สานิตศิริวิศิษฐ์กุล หัวหน้าศูนย์สำรวจความคิดเห็น”นอร์ทกรุงเทพโพล” มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ เปิดเผยว่า จากการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ซึ่งเป็นการสำรวจในรอบที่ 2 ภายหลังจากการสมัครรับเลือกตั้ง ระหว่างวันที่ 5-7 มิถุนายน2569 จากจำนวน 2,391ตัวอย่าง จากกลุ่มตัวอย่างในเขตกรุงเทพมหานคร ทั้งในรูปแบบของออนไลน์และการเก็บข้อมูลภาคสนาม ในประเด็น “เลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพมหานคร 2569” ต่อข้อคำถาม ดังนี้ ท่านติดตามข่าวสารการเมืองกรุงเทพมหานครบ่อยเพียงใด พบว่า คนกรุงเทพฯ ติดตามข่าวสารการเลือกตั้งสัปดาห์ละหลายครั้ง ร้อยละ 31.5 , นานๆ ครั้ง ร้อยละ 29.1 , ติดตามทุกวัน ร้อยละ 26.5 และไม่เคยติดตามเลย ร้อยละ 12.6
พรรคการเมืองที่ชื่นชอบและจะสนับสนุนผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานคร พบว่า คนกรุงเทพฯ ไม่ยึดติดพรรคการเมืองโดยสนับสนุนผู้สมัครอิสระ37.0,พรรคประชาชน ร้อยละ 22.2 , พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 14.8 , พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ7.4 , กลุ่มคนทำงาน ร้อยละ3.7,กลุ่มเพื่อนมัลลิกา ร้อยละ3.7และกลุ่มกรุงเทพบินได้ ร้อยละ0.8 บุคคลที่ท่านจะสนับสนุนให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มากที่สุด พบว่า บุคคลที่ประชาชนอยากสนับสนุนมากที่สุด 6อันดับแรก คือ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ร้อยละ 69.1 นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ร้อยละ 10.0 นายอนุชา บูรพชัยศรี ร้อยละ 4.0 นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ร้อยละ 3.6 นายชาญเทพ เสสะเวช ร้อยละ 1.4 ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ร้อยละ 1.1ในการเลือกตั้งครั้งนี้ท่านมีแนวโน้มจะเลือกผู้สมัครจากพรรคการเมืองใดเป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) พบว่า การเลือกตั้ง สก.ยังคงให้ความสำคัญกับผู้สมัครอิสระ ร้อยละ 33.0 , พรรคประชาชน ร้อยละ 25.9 , พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 18.5 , พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 18.5 และอื่นๆ ร้อยละ 3.7 ในการเลือกตั้งครั้งนี้ท่านมีแนวโน้มจะเลือกผู้สมัครสมาชิสภากรุงเทพมหานคร (สก) ในเขตของท่านอย่างไร พบว่า ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 48.1 , ยังคงเลือกผู้สมัคร สก.คนเดิม ร้อยละ 40.7 และผู้สมัครคนใหม่ ร้อยละ11.1
‘อนุชา’เพิ่มประสิทธิภาพระบายน้ำ
นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข5และนายสมพร คงโครัด ผู้สมัคร ส.ก.เขตบางบอน หมายเลข2 ลงพื้นที่หาเสียงตลาดเช้าหมู่บ้าน DK จากนั้นลงพื้นที่ร่วมกับ ดร.ฮารูนมูหมัดอาลี ผู้สมัคร ส.ก.เขตหนองแขม หมายเลข 5 ที่ตลาดวัดหนองแขม โดยพ่อค้า แม่ค้า ประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอยให้การต้อนรับทักทายกันอย่างเป็นกันเองและได้พูดคุยสอบถามเกี่ยวกับการหาเสียงรวมถึงนโยบายต่างๆ กับ นายอนุชา จากนั้น นายอนุชา เปิดเผยว่า ปัญหาสำคัญของประชาชนในพื้นที่เขตบางบอนและหนองแขมส่วนใหญ่ คือปัญหาน้ำท่วมขังเวลามีฝนตก ปัญหาระบบขนส่งสาธารณะที่เข้าถึงยาก ตลอดจนประเด็นความสะอาดและการจัดเก็บขยะที่ยังล่าช้า ซึ่งทางพรรคประชาธิปัตย์ได้กำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่อย่างเป็นระบบ ภายใต้การทำงานที่มุ่งเน้นความสะดวก สะอาด และความโปร่งใสที่ตรวจสอบได้
สำหรับมาตรการบรรเทาอุทกภัยและน้ำทะเลหนุนหนุนสูง นายอนุชา ย้ำว่า นอกจากการลอกท่อระบายน้ำและคูคลองเป็นประจำแล้ว จำเป็นต้องมีการวางแผนระยะยาวผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพสถานีสูบน้ำ การปรับปรุงประตูระบายน้ำให้มีความเหมาะสม ส่วนโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมในอนาคต จะต้องตรวจสอบและศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) อย่างละเอียดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมเตรียมพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลกรุงเทพมหานคร เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว ร้านอาหารและอัตลักษณ์ของแต่ละเขต เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและการค้าขาย
คปท.บุกจี้รบ.เร่งคืนที่เขากระโดง
เวลา 10.00น.ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาลสำนักงาน ก.พ. นายพิชิต ไชยมงคล พร้อมด้วย นายนัสเซอร์ยีหมะ แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) รวมไปถึงตัวแทนสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ สมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย และสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย เข้ายื่นหนังสือต่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการตามคำพิพากษาคดีที่ดินเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ รวมทั้งรักษามาตรฐานจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยปัญหาเขากระโดงไม่ใช่ข้อพิพาทด้านกรรมสิทธิ์ที่ดิน แต่เป็นบททดสอบสำคัญหลักนิติรัฐ หลักธรรมาภิบาลและความศักดิ์สิทธิ์ของกระบวนการยุติธรรมไทยคปท.จึงเรียกร้องให้รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยเร่งดำเนินการตามคำพิพากษาของศาลที่มีผลผูกพันต่อทุกหน่วยงานของรัฐ พร้อมแก้ไขปัญหาการออกเอกสารสิทธิทับซ้อนบนที่ดินของรัฐโดยเร็ว และไม่ใช้กลไกหรือกระบวนการสอบสวนของกรมที่ดินมาอยู่เหนือคำพิพากษาของศาล
บี้นายกฯย้ายชื่อพ้นทะเบียนบ้าน
นอกจากนี้ คปท.ยังตั้งข้อสังเกตถึงกรณีมีข้อมูลว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนายไชยชนก ชิดชอบ มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านภายในพื้นที่ที่กำลังมีข้อพิพาทและอยู่ระหว่างการดำเนินการตามคำพิพากษา โดยเห็นว่าอาจก่อให้เกิดข้อสงสัยจากสังคมเกี่ยวกับความเหมาะสมทางจริยธรรมและความโปร่งใสในการใช้อำนาจรัฐจึงเรียกร้องให้นายกฯย้ายชื่อออกจากทะเบียนบ้านดังกล่าวโดยทันทีรวมถึงหยุดหรือหลีกเลี่ยงพฤติกรรมใดๆอาจถูกมองว่าเป็นการรับรองหรือเอื้อประโยชน์ต่อการบุกรุกหรือละเมิดที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐบาลและสถาบันทางการเมือง
‘ไชยชนก’ย้ำเอกสารสิทธิ์ถูกต้อง
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึงกรณีที่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวช สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยและกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.)เข้ายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีทวงถามเกี่ยวกับเรื่องที่ดินเขากระโดงว่าตามที่ได้ศึกษาข้อมูลมาขอให้ปล่อยไปตามกระบวนการกฎหมาย ขอยืนยันเหมือนเดิมตามที่เคยบอกในเรื่องของสิทธิ์และความถูกต้อง ส่วนที่ถูกขุดขึ้นมาเป็นประเด็นเรื่องนายชัย ชิดชอบ ผมอยากให้ไปเช็กข้อมูลด้วยตัวเอง ไม่ต้องฟังจากปากผมเรื่องเนื้อที่ที่ปู่ชัยเซ็นเพราะไม่มีเอกสารสิทธิ์มีเพียง 6ไร่ ซึ่งเห็นแล้วว่าหากไม่มีเอกสารสิทธิ์ ครอบครัวของเราก็เซ็นอยู่แล้วอะไรที่ไม่มีสิทธิ์และไม่ถูกต้อง เราต้องยึดมั่นในความถูกต้องแต่พื้นที่ที่เหลือมีเอกสารสิทธิ์ เราครอบครองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย
มั่นใจปมเขากระโดงไม่เป็นจุดอ่อน
เมื่อถามว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยได้ฟ้องในส่วนของที่ดินที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวชิดชอบหรือไม่ นายไชยชนกตอบว่าทุกอย่างอยู่ในขั้นตอนกระบวนการของกฎหมาย ขอให้เป็นเรื่องของทีมฝ่ายกฎหมายมาตอบเพื่อความชัดเจนทั้งนี้นายไชยชนก มั่นใจว่าประเด็นดังกล่าวนี้จะไม่เป็นจุดอ่อนของรัฐบาล
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี