วันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569
“ศุภจี” ประชุม นบข.นัดแรก กางแผนรับมือความเสี่ยงตะวันออกกลาง-เอลนีโญ่ มุ่งสร้างห่วงโซ่ผลิตข้าวไทยสู่ข้าวคุณภาพสูง เคาะมาตรการรักษาเสถียรภาพข้าวปี 69/70 รวม 5 โครงการ วงเงินกว่า 5.9 หมื่นล้าน นายกฯสมาคมชาวนาฯ หนุนมาตรการช่วยไร่ละ 2,000 บาท พร้อมคูปองปุ๋ยลดต้นทุน เผยข่าวดีงบค้างจ่าย "นาปัง" 1.8 พันล้านเตรียมโอนถึงมือเกษตรกร
วันที่ 11 มิ.ย.ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เป็นประธานการประชุมว่าคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ครั้งที่ 1/2569 โดยกล่าวเปิดประชุมว่า ในช่วงที่ผ่านมา สถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลให้ห่วงโซ่การผลิตมีภาวะที่เป็นแรงกดดันค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ในเรื่องต้นทุนการผลิตและการขนส่ง ซึ่งส่งผลให้เกษตรกรที่มีต้นทุนในการผลิตสูงขึ้น รวมถึงการคาดการณ์ในเรื่องของสภาพอากาศ ที่มีการคาดว่าปีนี้จะมีปัจจัยเสี่ยง ในเรื่องของปรากฏการณ์เอลนีโญ่ ซึ่งจะทำให้เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อ ผลผลิตของเกษตรกร
นางศุภจี กล่าวว่า รัฐบาลตระหนักว่า ทุกปัญหาและความท้าทายที่เกิดขึ้น เราต้องมาทบทวนในเรื่องของมาตรฐานที่มี เพื่อบริหารจัดการสถานการณ์ ให้เป็นไปตามสถานการณ์จริง และจะสามารถสะท้อน ในสิ่งที่เป็นความท้าทาย และการแก้ปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเรื่องนี้เราต้องดูแลกันทั้งกระบวนการ ตั้งแต่เรื่องผลิต การรวบรวม และการเปิดตลาดข้าวเพิ่มขึ้น
“มาตรการในวันนี้จะพยายามให้ครอบคลุมในทุกเรื่อง โดยเราจะยึดหลักใน 3 เรื่องด้วยกัน เรื่องแรกบริหารจัดการราคาให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เรื่องที่สองเพิ่มศักยภาพของการแข่งขันข้าวไทย ทั้งด้านคุณภาพมาตรฐานและโลจิสติกส์ และเรื่องที่สาม สร้างเสถียรภาพตลาดทั้งภายในและภายนอกประเทศ”นางศุภจี กล่าว
ด้านนายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนา และเกษตรกรไทย เปิดเผยว่าที่ประชุมฯ นบข.เห็นชอบมาตรการ รักษาเสถียรภาพ ราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต2569/70และมาตรการระยะยาวเพื่อปรับปรุงโครงสร้างการผลิต ภายใต้ กรอบแนวคิด “ข้าวไทยสู่เศรษฐกิจอนาคต” (New Rice Economy) รวมจำนวน 5 โครงการ วงเงินงบประมาณรวมทั้งสิ้นประมาณ 5.94 หมื่นล้านบาท โดยจะมีการนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามขั้นตอนต่อไป
ประกอบไปด้วย 1.โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2569/70 วงเงินรวม: 41,483.33 ล้านบาท โดยการจัดสรรงบประมาณ แบ่งเป็น วงเงินสินเชื่อ 34,275.00 ล้านบาท และวงเงินจ่ายขาด 7,208.33 ล้านบาท
2. โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปีการผลิต 2569/70วงเงินรวม: 15,656.25 ล้านบาท โดยการจัดสรรงบ แบ่งเป็น วงเงินสินเชื่อ 15,000.00 ล้านบาท และวงเงินจ่ายขาด 656.25 ล้านบาท
3. โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก ปีการผลิต 2569/70 วงเงินรวม 564.00 ล้านบาท การจัดสรรงบแบ่งเป็นวงเงินจ่ายขาดทั้งจำนวน
4. โครงการดูดซับข้าวเปลือก ปีการผลิต 2569/70 วงเงินรวม 1,680.00 ล้านบาท โดยการจัดสรรงบประมาณเป็นวงเงินจ่ายขาดทั้งจำนวน (ใช้งบกลางฯ) และ 5.โครงการส่งเสริมและพัฒนาข้าวคุณภาพสูงเพื่อเพิ่มรายได้เกษตรกร ปี 2570 วงเงินรวม: 84.00 ล้านบาท โดยการจัดสรรงบเป็นวงเงินจ่ายขาดทั้งจำนวน

นายปราโมทย์ กล่าวว่า ทั้งนี้จากการหารือมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวนากับที่ประชุม นบข.ทางสมาคมฯ ได้เสนอขอรับความช่วยเหลือในส่วนของ ข้าวนาปี ในอัตรา 2,000 บาทต่อไร่ จำกัดไม่เกิน 20 ไร่ต่อครัวเรือนซึ่งเป็นการเสนอขอเพิ่มขึ้นจากเดิมที่เคยได้รับ 1,000 บาทเมื่อปีการผลิตที่ผ่านมาโดยขณะนี้เรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการนำเสนอให้คณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าว (นบข.) ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณา ก่อนจะส่งเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมชุดใหญ่ นบข.เพื่อขออนุมัติต่อไป
นายปราโมทย์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีการเสนอ มาตรการคูปองปุ๋ย เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนการผลิต โดยเสนอให้สนับสนุนคูปองมูลค่า 200 บาทต่อกระสอบ จำกัดไม่เกิน 20 ใบต่อครอบครัว หรือคิดเป็นมูลค่าช่วยเหลือสูงสุด 4,000 บาท ซึ่งเกษตรกรสามารถเลือกซื้อปุ๋ยได้ทุกสูตรตามความต้องการ โดยเบื้องต้นทาง นบข. ไม่ขัดข้องในหลักการและให้เสนอผ่านคณะอนุกรรมการตามขั้นตอนเช่นเดียวกัน
นายปราโมทย์ กล่าวต่อว่าในสถานการณ์ปัจจุบันพี่น้องเกษตรกรได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากต้นทุนการผลิตที่สูงถึง 6,500 - 7,000 บาทต่อไร่ ทั้งจากค่าปุ๋ย ค่ายา และค่าน้ำมัน ขณะที่ราคาขายข้าวอยู่ที่ประมาณตันละ 4,500 - 6,000 บาท ซึ่งทำให้เกษตรกรอยู่ในภาวะขาดทุนจากการผลิต การได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มเติม และคูปองปุ๋ยจึงจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้ในระดับหนึ่ง
สำหรับมาตรการการประกันภัยนาข้าว ที่ประชุม นบข.ให้กลับไปทบทวนใหม่เนื่องจากเกรงว่าจะมีความซ้ำซ้อนกับระบบการชดเชยเยียวยาภัยพิบัติที่มีอยู่เดิม ส่วนการจ่ายข้าวนาปังที่ยังค้างจ่ายให้กับเกษตรกรที่ประชุมเห็นชอบให้จ่ายเงินที่ค้างอยู่ให้กับเกษตรกร 230,000 ราย ในส่วนของงบประมาณโครงการข้าวนาปังปีที่ผ่านมา วงเงินประมาณ 1,792 - 1,800 ล้านบาท ได้รับการอนุมัติเรียบร้อยแล้ว โดยทางธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) มีงบประมาณพร้อมจ่ายทันทีเมื่อขั้นตอนเอกสารเสร็จสิ้น
“ในฐานะตัวแทนเกษตรกรได้พยายามชี้แจงความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นจริงต่อภาครัฐ ซึ่งในภาพรวมทิศทางการช่วยเหลือถือว่าเป็นไปในทางที่ดี และมาตรการต่าง ๆ กำลังถูกเร่งรัดเพื่อให้ถึงมือชาวนาทั่วประเทศโดยเร็วที่สุด”นายกสมาคมชาวนา กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี