วันเสาร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
542.jpg
ศุภจี ชี้ปัญหาสินค้าเกษตรสะสมมานาน ย้ำแก้ทั้งห่วงโซ่ เตรียมปรับการสื่อสารให้เป็นมิติเดียวกัน

ศุภจี ชี้ปัญหาสินค้าเกษตรสะสมมานาน ย้ำแก้ทั้งห่วงโซ่ เตรียมปรับการสื่อสารให้เป็นมิติเดียวกัน

วันเสาร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.26 น.

"ศุภจี" ชี้การแก้ปัญหาสินค้าเกษตรต้องดำเนินการทั้งห่วงโซ่ พร้อมยอมรับว่าการสื่อสารนโยบายด้านข้าวของหน่วยงานภาครัฐที่ผ่านมาอาจทำให้เกษตรกรสับสนต่อทิศทางการขับเคลื่อน แม้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะทำงานร่วมกันภายใต้กรอบ นบข. จึงเตรียมปรับการสื่อสารให้เป็นมิติเดียวกัน เพื่อให้เกษตรกรเข้าใจทิศทางนโยบายของรัฐบาลได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

วันที่ 11 กรกฎาคม 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ปัญหาสินค้าเกษตรหลายชนิดไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่เป็นปัญหาที่สะสมและทับซ้อนมานานหลายปี การแก้ไขจึงต้องดำเนินการทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่การวางแผนการผลิต การพัฒนาพันธุ์ การยกระดับคุณภาพ การลดต้นทุน การแปรรูป ไปจนถึงการสร้างตลาดรองรับผลผลิต ไม่สามารถแก้ไขเพียงด้านใดด้านหนึ่งได้


"การแก้ปัญหาไม่ได้แก้ได้แค่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่ต้องแก้ทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นทาง กลางน้ำ และปลายน้ำ" นางศุภจีกล่าว

ทั้งนึ้นางศุภจียกตัวอย่างการขับเคลื่อนนโยบาย "ข้าว" ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของไทยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับผิดชอบด้านการผลิต ตั้งแต่การพัฒนาพันธุ์ การยกระดับคุณภาพ และการลดต้นทุนการผลิต ขณะที่กระทรวงพาณิชย์รับผิดชอบด้านการตลาด การเพิ่มมูลค่า การแปรรูป และการส่งออก โดยทั้งสองกระทรวงทำงานร่วมกันภายใต้กรอบ คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) เพื่อให้การดำเนินนโยบายตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม นางศุภจียอมรับว่า การสื่อสารที่ผ่านมาอาจทำให้เกษตรกรและผู้เกี่ยวข้องบางส่วนสับสนต่อทิศทางนโยบายของรัฐบาล เนื่องจากกระทรวงพาณิชย์ขับเคลื่อนแนวคิด "ข้าวประณีต" ขณะที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ผลักดัน "ข้าวคาร์บอนต่ำ" จนถูกมองว่าเป็นคนละนโยบาย ทั้งที่เป็นการทำงานร่วมกันภายใต้กรอบ นบข. จึงจำเป็นต้องปรับการสื่อสารให้เป็นมิติเดียวกัน เพื่อให้เกษตรกรเข้าใจบทบาทของแต่ละหน่วยงานและทิศทางนโยบายของรัฐบาลได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

สำหรับ"ข้าวคาร์บอนต่ำ" เป็นหนึ่งในรูปแบบการผลิตภายใต้แนวคิด "ข้าวประณีต" ที่กระทรวงพาณิชย์ผลักดัน โดย "ข้าวประณีต" เป็นกรอบการยกระดับข้าวไทยจากสินค้าโภคภัณฑ์สู่สินค้ามูลค่าสูง ผ่านการพัฒนาคุณภาพ การสร้างอัตลักษณ์ การแปรรูป การสร้างแบรนด์ และการเชื่อมโยงตลาด ขณะที่ข้าวคาร์บอนต่ำมุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและยกระดับคุณภาพผลผลิต เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดสินค้าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งกำลังเป็นแนวโน้มสำคัญของตลาดโลก โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนด้านการผลิต ส่วนกระทรวงพาณิชย์ต่อยอดด้านการสร้างมูลค่า การตลาด และการส่งออก

นางศุภจีกล่าวว่า หนึ่งในตัวอย่างของการทำงานร่วมกัน คือ การพัฒนาชุมชนผู้ปลูกข้าวภายใต้กรอบ นบข. โดยทั้งสองกระทรวงร่วมกันสนับสนุนองค์ความรู้ เครื่องมือที่จำเป็น การลดต้นทุนการผลิต การยกระดับคุณภาพ การสร้างมูลค่าเพิ่ม และการเชื่อมโยงตลาด เพื่อให้การผลิตสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกรในระยะยาว

โดยจากนี้จะให้ความสำคัญกับการสื่อสารควบคู่กับการขับเคลื่อนนโยบาย เพื่อให้เกษตรกรเข้าใจว่ากระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำลังขับเคลื่อนนโยบายเดียวกัน แม้แต่ละหน่วยงานจะรับผิดชอบคนละบทบาท แต่มีเป้าหมายร่วมกันในการยกระดับข้าวไทยและสินค้าเกษตรไทยให้แข่งขันได้ในตลาดโลก และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top