วันเสาร์ ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2569
กรมพัฒนาที่ดิน ดัน“หม่อนไหมอุตสาหกรรม” แก้จนสกลนคร ดัน 1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง พื้นที่บ้านด่านตึง ตำบลหลุบเลา อำเภอภูพาน เร่งขับเคลื่อนแก้ปัญหาความยากจนแบบชี้เป้า ระดมเทคโนโลยีชีวภาพฟื้นฟู ที่ดินเสื่อมโทรม ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรสู่วิถีเกษตรยั่งยืน
นายสุรชาติ มาลาศรี ดำรงตำแหน่งเป็น รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า ระหว่างการลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ บ้านด่านตึง (หมู่ที่ 4) ตำบลหลุบเลา อำเภอภูพาน จังหวัดสกลนคร ว่า จากการลงพื้นที่ในครั้งนี้กรมพัฒนาที่ดินได้วางแนวทางในการศึกษาการแก้ปัญหาให้กับประชาชนในพื้นที่เป้าหมายเพราะพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในกลุ่มคนจนเป้าหมายของรัฐบาลที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน
.jpg)
ทั้งนี้จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่า พื้นที่ดังกล่าวมีข้อจำกัดทางกายภาพที่สำคัญ คือสภาพพื้นที่เป็น "ชุดดินปักธงชัย" (กลุ่มชุดดินที่ 40) ซึ่งมีเนื้อดินเป็นดินร่วนปนทราย ความอุดมสมบูรณ์ต่ำเก็บกักน้ำไม่อยู่ และเสี่ยงต่อการชะล้างพังทลาย ภาครัฐจึงได้บูรณาการความร่วมมือเพื่อแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยใช้แผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก (Agri-Map) รณรงค์ให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนพื้นที่จากการปลูกพืชที่ความเหมาะสมเล็กน้อย มาเป็นการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเชิงอุตสาหกรรม ซึ่งปัจจุบันมีเกษตรกรสนใจเข้าร่วมโครงการแล้วจำนวน 35 รายเพื่อสร้างรายได้ให้ประชาชนในพื้นที่
นอกจากนีักรมพัฒนาที่ดิน ยังได้มีการ ตรวจสอบดินพบว่าสามารถปลูกหม่อนเลี้ยงไหมได้ จึงได้ประสานงานไปยังกรมหม่อนไหม เพื่อสนับสนุนกิ่งชำหม่อนพันธุ์ "สกลนคร 85" จำนวน 1,000 ตัน ซึ่งเป็นพันธ์ุหม่อนที่มีจุดเด่นด้านการให้ผลผลิตใบสูงในสภาพอาศัยน้ำฝนและต้านทานโรค ขณะเดียวกัน กรมพัฒนาที่ดินได้เข้ามาดูแลด้านการจัดการทรัพยากรดินอย่างใกล้ชิด โดยส่งเสริมให้เกษตรกรทำคันดินและปลูกหญ้าแฝกขวางความลาดเทเพื่อป้องกันการพังทลายของหน้าดิน ควบคู่กับการใช้ ปุ๋ยชีวภาพ พด.12 เพื่อช่วยละลายฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมที่ถูกตรึงอยู่ในดินทรายให้พืชดึงไปใช้ได้ และใช้ สารเร่งซุปเปอร์ พด.3 ผลิตจุลินทรีย์ไตรโคเดอร์มาเพื่อควบคุมโรครากเน่าโคนเน่า
.jpg)
อย่างไรก็ตามเบื้องต้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมให้เกษตรกรนำร่อง เพื่อรับการตรวจประเมินมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP)เพื่อวางทิศทางการพัฒนาให้สามารถปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเพื่อสร้างรายได้ให้กับประชาชนที่เข้าร่วมโครงการต่อไป โดยจะมุ่งเน้นการใช้แนวทาง "ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม"
นายสุรชาติ บอกอีกว่า นอกจากการส่งเสริมการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมแล้ว ยังมีการเตรียมการนำระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) มาประยุกต์ใช้ในโรงเรือนเลี้ยงไหมเพื่อลดต้นทุนการผลิตในระยะยาว พร้อมทั้งส่งเสริมระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ด้วยการนำมูลไหมที่เหลือทิ้งมาผลิตเป็นปุ๋ยน้ำหมัก เพื่อลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมีโดยคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนบ้านด่านตึงอย่างเป็นรูปธรรม
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี