542.jpg
พลพีร์-วรศิษฎ์ นั่งหัวโต๊ะมอบนโยบาย  ปูพรมตรวจเอกสารสิทธิ์ทุกเกาะทั่วไทย

พลพีร์-วรศิษฎ์ นั่งหัวโต๊ะมอบนโยบาย ปูพรมตรวจเอกสารสิทธิ์ทุกเกาะทั่วไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.21 น.

‘พลพีร์-วรศิษฎ์’ นั่งหัวโต๊ะมอบนโยบาย ‘ผู้ว่าฯภูเก็ต-ส่วนราชการ’ สั่งรีเซ็ตทุกปัญหาเร่งคืนแผ่นดินไทยให้คนไทย นำร่องลุยปูพรมเช็คเอกสารสิทธิ์ทุกเกาะทั่วไทย ดัน ‘ผู้ประกอบการ’ จับส่วยเข้าระบบถูกกฎหมาย

วันที่ 18 มิถุนายน 2569 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ศาลาว่าการจังหวัดภูเก็ต นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย และนายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประชุมมอบนโยบายในสังกัดกระทรวงมหาดไทย และส่วนราชการในสังกัด โดยมีนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เข้าร่วมประชุม


นายพลพีร์ กล่าวภายหลังการประชุมว่า วันนี้มาประชุมกับผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตและอธิบดกรมป่าไม้ สิ่งที่ตนได้มอบนโยบายไป คือเราต้องทวงพื้นที่ของคนไทยให้กับคนไทยก่อน โดยพบว่ามีกว่า 200 บริษัทในจังหวัดภูเก็ต ที่เป็นของชาวต่างชาติ ซึ่งจะให้ทางกรมที่ดินประสานกับทางจังหวัดให้ดำเนินคดีทั้งทางอาญาและทางแพ่ง ซึ่งในพื้นที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ อย่างเช่นหาดต่างๆที่เราได้ไปลงพื้นที่เมื่อวานนี้ (17 มิถุนายน 2569) ซึ่งส่วนตัวจะมีข้อสงสัยว่าในหมุดที่ดินและเอกสารสิทธิ์ต่างๆเกิดขึ้นมาได้อย่างไร โดยจะให้ทางกรมที่ดินไปตรวจสอบอีกครั้ง และรายงานความคืบหน้ามาภายหลัง ทั้งนี้ยังได้มีการประสานกับกรมป่าไม้ ทั้งหมดให้ไปสำรวจพื้นที่ในจังหวัดภูเก็ตทั้งหมดรวมถึงจังหวัดใกล้เคียงที่เป็นจังหวัดท่องเที่ยวว่ามีพื้นที่ไหนที่มีการบุกรุกและออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ แล้วจะให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรายงานมาที่กระทรวงมหาดไทย โดยจะเป็นคนดูแลเกี่ยวกับเรื่องนี้ เฮ้อที่จะรู้ว่ามีการบุกรุกจริงหรือไม่ ก่อนจะมีมาตรการอื่นๆเพิ่มเติมต่อไป 

นายพลพีร์ ยังกล่าวถึงปัญหาบ่อขยะซึ่งเป็นปัญหาสำคัญในจังหวัดภูเก็ต โดยนายวรศิษฎ์ ก็มีหลายข้อเสนอที่จะมาช่วยในการลดขยะ รวมถึงวิธีการจัดการบริหาร ซึ่งเราจะลงพื้นที่ไปดูในเรื่องนั้นด้วย รวมถึงยังเป็นห่วงในเรื่องของผู้ประกอบการ ซึ่งจากการลงพื้นที่เมื่อคืนนี้ ที่บริเวณถนน walking street ป่าตอง ก็อาจจะมีทั้งถูกบ้างและผิดบ้าง จึงต้องดูในเรื่องของระเบียบโซนนิ่งและกฎกระทรวงว่าสอดคล้องกับปัจจุบันหรือไม่ และสาเหตุที่ผู้ประกอบการไม่สามารถเข้าระบบได้ จะสามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีใด ซึ่งนายวรศิษฎ์ได้ให้นโยบายและแนวคิด และทางรองอธิบดีกรมการปกครอง รวมถึงหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง จะไปดูข้อบังคับต่างๆของกระทรวง และพระราชบัญญัติต่างๆที่เกี่ยวข้องเพราะเราอยากให้ภูเก็ตเป็นเมืองเศรษฐกิจที่ดี และเราก็รู้ว่าภาษีรายได้ของจังหวัดภูเก็ตมีมหาศาล และเป็นกลไกสำคัญของสร้าง ภาษีให้กับประเทศ เพราะภาษีส่วนใหญ่ที่นำมาใช้กับรัฐบาลก็มาจากจังหวัดภูเก็ต และเราก็พยายามจะทำให้จังหวัดภูเก็ตมีความอบอุ่นให้จังหวัดภูเก็ตกลับมาสดใสอีกครั้งหนึ่ง แต่ทั้งหมดต้องอยู่ภายใต้ระเบียบอะไรที่ผิดกฎหมายเราไม่ได้ปล่อยวาง 

เมื่อถามถึงกรณีที่ถามว่าภาพที่ปรากฏออกไปสู่สังคมเป็นภาพการล้างบางผู้บริหารระดับสูงของจังหวัด โดยการมาลงพื้นที่ในครั้งนี้ได้มีการติดตามข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับส่วยในจังหวัดภูเก็ตอย่างไร นายพลพีร์ กล่าวว่า ข้าราชการในจังหวัดภูเก็ตเป็นข้าราชการน้ำดีทุกท่าน อย่างนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ก็ถือว่าเป็นผู้ที่มีประสบการณ์เคยดำรงตำแหน่งในระดับอธิบดีมาแล้วด้วย จึงอยากบอกว่าข้าราชการที่อยู่ในกระแสข่าว ยังไม่ได้มีมีความผิด 

“ฉะนั้นกระบวนการในการตรวจสอบและหาข้อมูล เราจะดำเนินการไป แต่ภูเก็ตจะมาหยุดในเรื่องแค่นี้ไม่ได้เพราะภูเก็ตมีประชาชนที่กำลังลำบาก ทั้งการทำมาหากินและการเตรียมตัวในช่วงโลวซีซั่นเพื่อเตรียมตัวรับนักท่องเที่ยวอีกทั้งปัญหามลภาวะและมลพิษต่างๆ จึงไม่อยากไปโฟกัสว่าใครผิดใครถูก แต่การที่ตนมาที่นี่เราไม่ได้มารื้อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันคืออะไร แต่เรามาเพื่อต้องการรีเซ็ทภูเก็ต เป็นจังหวัดที่น่าอยู่ น่ามาและน่าเที่ยวซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุด คือประชาชนผู้ประกอบการ และข้าราชการในพื้นที่ จะต้องกลับมาสดใสกว่าเดิม ทำให้ภูเก็ตเป็นฮับของการท่องเที่ยวให้กับประเทศไทยอีกครั้ง“ นายพลพีร์ กล่าว

นายพลพีร์ กล่าวอีกว่า เรื่องของการตรวจสอบ ตามมาตรการต่างๆที่มีกรมการปกครองก็จะทำไป ในเรื่องของการโยกย้าย หากเราจมอยู่กับปัญหาทุกวัน ก็อาจจะมองไม่เห็นอีกมิติหนึ่ง ฉะนั้นการนำคนใหม่เข้ามาอาจจะเห็นมิติอื่นที่คนที่เคยอยู่อาจจะไม่เห็น 

“อย่างผมมาจากอีสาน ท่านวรศิษฎ์ มาจากสตูล อาจจะไม่มีเคมีกับเกาะหรือจังหวัดภูเก็ตเลย แต่วันนี้ผมมีไอเดียก็เลยหารือกับทุกท่าน เกี่ยวกับวิธีการจัดการการบริหารและการทำให้ถูกกฎหมายรวมถึงการอำนวยความสะดวกว่าควรจะทำอย่างไร ฉะนั้นบางทีเราเอาคนที่เฟรชอายเข้ามาดู ว่าจะเป็นอย่างไร วันหนึ่งท่านเซมเบ้ก็อาจจะกลับมาที่นี่ก็ได้ หรือวันนึงรองผู้ว่าฯทั้งสองท่าน อาจจะต้องกลับไปในจังหวัดที่เคยอยู่ หรือจังหวัดอื่นก็ได้ แต่วันนี้คิดว่าเราเอาแนวคิดและมุมมองใหม่ เข้ามาดูว่าช่วยเหลือภูเก็ตได้อย่างไร“ นายพลพีร์ กล่าว

เมื่อถามว่าจะทำอย่างไรไม่ให้ประชาชนเข้าไปสู่ในระบบการจ่ายส่วย และหันมาที่ภาครัฐแทน นายพลพีร์ กล่าวว่า ถ้าวันนี้ทุกคนทำธุรกิจถูกต้องตามกฏหมาย มันไม่มีใครไปรีดไถท่านได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้เราจะยอมรับกันหรือไม่ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดบางคนก็เทาๆ บางคนก็ดำเลย หรือบางคนก็ไม่อยากจะเข้าระบบเลย ฉะนั้นเป็นสิ่งที่นายกรัฐมนตรีและพวกตนรับไม่ได้ ซึ่งเราก็พยามจะทำให้ทุกคนเข้ามาอยู่ในระบบ โทรหากอยู่ในระบบแล้วก็ไม่มีใครสามารถทำอะไรได้ แต่วันนี้ทุกคนต้องเดินมากับพวกตน ทั้งนี้การเดินทางลงพื้นที่เมื่อคืนนี้ (17มิ.ย.)ตนได้ไปถามผู้ประกอบการว่าการท่องเที่ยวรวมถึงใบอนุญาตเป็นอย่างไร และมีการเสียภาษีหรือไม่ ฉะนั้นข้อมูลของทุกคนหากเห็นว่าล้าหลังก็ต้องแก้ไข เราไม่ได้แก้ให้ภูเก็ตแต่เราแก้ให้ประเทศไทย จึงเป็นสิ่งที่พวกเราต้องมาเก็บข้อมูล

นายพลพีร์ กล่าวต่อว่า วันนี้ในช่วงบ่ายจะมีคลินิกของกรมการปกครองที่จะมาอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน เพื่อให้ข้อมูลกับผู้ประกอบการซึ่งข้อมูลเหล่านี้ผู้ตนจะ ลงพื้นที่ไปเองและข้อมูลเหล่านี้ก็จะเป็นหลักให้กับพวกตนได้ไปกลั่นกรองและคิด ว่าสิ่งที่ต้องปรับหรือแก้ หรือสิ่งใดที่รัฐบาลควรต้องทำและต้องบูรณาการร่วมกันจริงๆ

“ขอพี่น้องชาวภูเก็ตอย่างเดียวครับ ผมอยากให้ท่านกลับมามีศรัทธากับกระทรวงมหาดไทย ผมอยากให้พวกท่านเชื่อผมว่าผมมาอำนวยความสะดวกให้กับพวกท่านจริงๆ ไม่ว่าเมื่อวานมะรืนหรืออาทิตย์ที่แล้วจะเป็นอย่างไร ผมไม่ทราบแต่นับหนึ่งวันนี้ พวกเรามีความตั้งใจที่จะมาช่วยเหลือ มาช่วยอำนวยความสะดวกให้กับพวกท่านได้อยู่อย่างมีความสุขทำธุรกิจอย่างถูกกฎหมายไม่มีใครมารีดไถนี่คือเป้าหมายและสิ่งที่พวกผมจะต้องมาจัดการที่นี่และที่อื่นทั่วประเทศ และขออย่าหมดหวังกระทรวงมหาดไทยบำบัดทุกข์บำรุงสุขอยู่แล้ว และอยากให้กลับมาเชื่อมั่นว่าของข้าราชการภายใต้สังกัดกระทรวงมหาดไทย ประสบการณ์ท่านอาจจะไม่ดี แต่เชื่อผมเถอะครับว่าต่อจากนี้พวกท่านจะรักกระทรวงมหาดไทยมากกว่านี้“ นายพลพีร์ กล่าว

เมื่อถามถึงรายชื่อ 200 บริษัทที่ถือครองโดยชาวต่างชาติ นายพลพีร์ กล่าวว่า ได้ไปเช็คในบริษัทนิติบุคคลต่างๆ ที่มีการจดทะเบียนผ่านกระทรวงพาณิชย์ ที่อาจจะมีการไปเปลี่ยนชื่อผู้ถือหุ้น โดยเบื้องต้นที่ตนได้ไปเช็คมาเราสามารถเช็คได้กว่า 200 บริษัทกับทางนิติบุคคลซึ่งทั้ง 200 บริษัทก็มีพื้นที่ครอบครองในจังหวัดภูเก็ต แต่ยังไม่สามารถแจ้งได้ว่าเป็นบ้านหรือที่ดิน ทั้งนี้ทั้งนั้นทางด้านประเทศไทยเป็นของคนไทย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top