วันเสาร์ ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2569
‘ประธานกมธ.พาณิชย์’ หวั่นเกษตรกรเข้าใจผิด ปม ครม.ขยายเวลานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเพื่อนบ้านไปถึง 31 ส.ค. ชี้ หาก 1-2 เดือนข้างหน้า เปลี่ยนใจไปปลูกชนิดอื่น อาจทำผลผลิตล้นตลาด-กระทบราคา
เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติขยายเวลาการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้าน จากวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เป็น 31 สิงหาคม 2569 ว่า ตนขอพูดข้อเท็จจริงเพื่อให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์คลายความกังวลใจ ตั้งแต่ปี 2554 ประเทศไทยมีการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้านตามข้อตกลงเขตการค้าเสรี อาเซียน (AFTA) เพื่อมาใช้ทดแทนผลผลิตภายในประเทศที่เราผลิตได้ประมาณ 5 ล้านตัน/ปี แต่โรงงานอาหารสัตว์ต้องการใช้ประมาณ 9 ล้านตัน/ปี โดยรัฐบาลกำหนดให้เอกชนนำเข้าได้ในช่วงเวลาที่ไม่มีการเก็บเกี่ยวผลผลิตภายในประเทศ คือ 1 กุมภาพันธ์ - 31 สิงหาคม ของทุกปี แต่จะต้องซื้อข้าวโพดภายในประเทศจากเกษตรกรให้หมดก่อน ซึ่งได้ปฏิบัติกันมามากกว่า 10 ปี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจะนำเข้ามากหรือน้อยขึ้นอยู่กับราคา และความต้องการของโรงงานอาหารสัตว์

นายสัมฤทธิ์ กล่าวว่า แต่ในช่วงกลางปี 2568 ที่ผ่านมาแนวโน้มราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ตกต่ำ เพราะมีการคาดการณ์ผลผลิตน่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 10% ตนเป็นหนึ่งคนที่ห่วงใยเรื่องนี้ ได้เสนอต่อที่ประชุมหลายคณะ และเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์หลายครั้ง เสนอให้รัฐบาลในมาตรการต่างๆ มาช่วยเหลือเกษตรกร 1 ในนั้นตนได้เสนอให้ลดเวลาการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้านให้สิ้นสุดเพียง 30 มิถุนายน 69 เพื่อกดดันให้โรงงานอาหารสัตว์ซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในราคาที่สูงขึ้น มีคำถามในที่ประชุมว่า หากลดเวลานำเข้าแล้วข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ไม่เพียงพอกับความต้องการใช้จะแก้ปัญหาอย่างไร ที่ประชุมสรุปว่า หากปีใดไม่พอใช้จริงๆ ก็ขยายเวลาให้นำเข้าได้แต่ต้องไม่เกิน 31 สิงหาคม ซึ่งเป็นกรอบเวลาเดิม และจะต้องไม่กระทบกับผลผลิตใหม่ที่จะเก็บเกี่ยว
ประธาน กมธ.การพาณิชย์ฯ กล่าวว่า ปีนี้คาดว่า ผลผลิตภายในประเทศจะเริ่มเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนกันยายน หรือตุลาคม เพราะการเพาะปลูกล่าช้า เนื่องจากสภาพภูมิอากาศและต้นทุนการผลิตของเกษตรกรสูงขึ้น ดังนั้น การอนุญาตให้นำเข้าถึง 31 สิงหาคม 2569 จึงเป็นไปตามกรอบเวลาเดิมที่ปฏิบัติกันมา ตั้งแต่ปี 2554 ตามข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) ไม่ได้ขยายเวลาเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด หากปีใดมีการเพาะปลูกเร็วขึ้น มีการเก็บเกี่ยวผลผลิตเร็วขึ้น ตนในฐานะประธาน กมธ.การพาณิชย์ฯ จะต่อสู้ และเสนอให้รัฐบาลลดเวลาการนำเข้า เพื่อรักษาประโยชน์ให้กับเกษตรกรอย่างแน่นอน

“ยืนยันว่า ผมไม่ได้แก้ต่างหรือเข้าข้างใคร แต่อยากให้เกษตรกรได้รับทราบข้อเท็จจริง เพราะหากมีการเข้าใจผิด อาจจะส่งผลต่อการตัดสินใจของเกษตรกรว่า ใน 1-2 เดือนข้างหน้า พวกเขาจะเลือกเพาะปลูกอะไร หากหันไปปลูกพืชชนิดอื่น เช่น อ้อย และผลผลิตเพิ่มขึ้นสัก 10% จะทำให้ล้นโรงงานและมีผลต่อราคา ซึ่งปัจจุบันการเพาะปลูกพืชชนิดต่างๆ มีความสมดุลอยู่แล้ว ซึ่งในส่วนตัวผมคิดว่า ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปีนี้อยู่ในเกณฑ์ดี เพราะดูจากข้าวสาลีในตลาดโลกหากเอกชนสั่งซื้อวันนี้ราคาสูง ประมาณ 10 บาทต่อกิโลกรัม” นายสัมฤทธิ์ ระบุ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี