วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2569
เท้ง จี้ ป.ป.ช. ลุยสอบ TH-AI Passport เอง ไม่ต้องรอคนร้อง ขู่หากยังนิ่งระวังเจอเข้าข่ายละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ซัด ดีเอสไอ แถลงข่าวไม่ปกติ เปิดชื่อผู้ต้องสงสัย แต่ปิดชื่อผู้ต้องหา คดี ภาวุธ ลั่น ฝ่ายกฎหมาย ปชน. จ่อฟ้องกลับ จนท.รัฐทุกคน ถ้าปล่อยตัวเองเป็นเครื่องมือถล่มฝ่ายตรงข้าม วอนสังคมให้ความเป็นธรรม ชี้ยังไม่ถึงขั้นหมายเรียก พรรคไม่จำเป็นต้องสอบวินัย โยนเจ้าตัวแจงเองดีสุด ปม ขาดประชุมสภา-ที่มาเงิน 28 ล้าน
เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.2569 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการยื่นสํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ว่า ตนขอยืนยันตาม พ.ร.บ.ฮั้วประมูล มาตรา 14 วรรคสอง ซึ่งเขียนไว้ค่อนข้างชัดมาก ว่าไม่จําเป็นต้องรอให้พฤติการณ์มีมูล ถ้า ป.ป.ช. เห็นพฤติกรรมที่ส่อเขาว่าจะมีการฮั้วประมูล เช่น การล็อกสเปค การตกลงการยื่นใบเสนอราคามาก่อนหน้า ที่ทําให้เห็นว่าราคาใกล้เคียงกัน แล้วสามารถล็อกได้เลยว่า ควรจะใช้ตรงไหนเป็นราคากลาง รวมถึงมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องนั้น เพียงแค่มีพฤติการณ์ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ต้องสอบสวนตามกฎหมาย และเมื่อสอบสวนออกมาแล้ว ถ้ามีมูลก็ต้องดําเนินคดีต่อ ซึ่งจากการประชุมคณะกรรมาธิการร่วม 2 คณะที่ผ่านมา มีตัวแทน ป.ป.ช. นั่งอยู่ในห้องประชุมด้วย ซึ่งตนเองก็ได้มีการพยายามสอบถาม ไม่ต้องดูตามข้อกฎหมาย แต่ดูตามความประพฤติ พฤติการณ์ที่เกิดขึ้น ถ้าเห็นว่ามีพฤติการณ์ที่ส่อเค้า ต้องดําเนินการสอบสวนทันที โดยไม่ต้องมีคนร้องด้วยซ้ํา ถ้า ป.ป.ช.ไม่ทํา แปลว่าทําผิดต่อกฎหมายละเว้นการปฏิบัติต่อหน้าที่เสียเอง ขอยืนยันว่า ป.ป.ช.สามารถดําเนินการได้ในทันที
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามงบฯ สภาผู้แทนราษฎร ได้กล่าวในที่ประชุมว่า จะมีการส่งข้อสังเกตจากคณะกรรมาธิการไปยัง ป.ป.ช. ซึ่งเชื่อว่าในตัวข้อสังเกตดังกล่าว จะต้องมีการไล่เรียงบันทึกในที่ประชุมซึ่งทําให้เห็นพฤติการณ์ดังกล่าว ดังนั้น ในเชิงการให้ถ้อยคํา และลายลักษณ์อักษร ที่ส่งไป จะเป็นตัวตั้งต้น ป.ป.ช. ต้องสามารถดําเนินการได้เลยทันที ในส่วนของเราก็จะดําเนินการควบคู่ขนานกันไป แต่ยังคงต้องใช้เวลาอีกเกือบหนึ่งเดือน ทั้งนี้ ป.ป.ช. มีหน้าที่ในการทํางานเชิงรุก เมื่อได้รับข้อสังเกต ต้องสามารถดําเนินการได้ในทันทีโดยไม่ต้องรอคําร้อง
เมื่อถามถึงกรณีนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ท้าให้ยื่นตรวจสอบได้เลย นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติ ที่จะต้องมีการออกมาแสดงข้อคิดเห็นแบบนั้น และยืนยันในความบริสุทธิ์ของตัวเอง แต่ตนเองคิดว่าสิ่งที่รัฐมนตรีจะสามารถยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเองได้มากกว่านี้ นอกเหนือจากเรื่องที่ออกมาบอกว่ายินดีให้ตรวจสอบทุกอย่าง ก็คือการเปิดเผยข้อมูลทุกอย่างให้โปร่งใส และมีการทบทวนการดําเนินโครงการนี้ใหม่ ในเมื่อสังคมตั้งคําถามขนาดนี้ การจัดซื้อจัดจ้างที่ผ่านมาซึ่งมีเหตุผิดปกติเยอะ ทําไมไม่ยกเลิกไปก่อน เนื่องจากมีช่องทางตามสัญญาอยู่แล้ว ตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง หากทําให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ หรือต่อประโยชน์สาธารณะ ก็ยกเลิกและเปิดประมูลใหม่ได้ตามทีโออาร์ เพื่อคลายข้อสงสัยต่อสังคมมากกว่านี้
เมื่อถามว่าเป็นผลให้เกิดคดีของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนด้วยหรือไม่ หลังจากออกมาเปิดเผยเรื่อง TH-AI Passport นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนเคยให้ข้อสังเกตส่วนนี้ไปแล้ว เห็นได้ชัดว่าการออกมาแถลงข่าวของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นการแถลงข่าวที่ไม่ค่อยปกติมากเท่าไหร่ กลายเป็นว่าผู้ต้องสงสัยถูกเปิดชื่อ แต่ผู้ต้องหาไม่มีใครถูกเปิดชื่อเลยสักคน เป็นเรื่องที่แปลก ตนอยากให้ดีเอสไอทำทุกอย่างอย่างตรงไปตรงมา
เมื่อถามว่าจะดำเนินคดีกลับหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า มีการพูดคุยกันในฝ่ายกฎหมายของพรรคว่าถ้าเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยเฉพาะคนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมดำเนินการไม่ถูกต้องตามกฏหมาย หรือทำให้ตัวเองกลายเป็นเครื่องมือทางการเมือง ในการโจมตีทำลายล้างฝั่งตรงข้าม เราเองก็พร้อมที่จะเก็บรวบรวมพยานหลักฐานทุกอย่าง และยื่นฟ้องเจ้าหน้าที่รัฐทุกคนที่ใช้อำนาจโดยมิชอบ
เมื่อถามถึงกรณีที่นายภาวุธ ขาดการประชุมสภาฯในวันที่18มิ.ย.ที่ผ่านมา ทั้งที่ก่อนหน้าบอกว่ามีประชุมเยอะมากนั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องไปถามนายภาวุธเอง ว่าทำไมวันนั้นถึงเดินทางมาที่สภาด้วย ตนคงไปตอบแทนไม่ได้เพราะไม่รู้ว่าวันนั้นทำธุระอะไรตรงไหน
เมื่อถามว่าพรรคประชาชนได้มีการพูดคุยอะไรกับนายภาวุธเพิ่มเติมหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนคงไม่ใช้คำว่าสอบสวน แต่จากกระบวนการสอบถามภายใน มีการสอบถามข้อมูลเบื้องต้นเข้าใจว่าการทำทุรกรรมออนไลน์อาจจะมีข้อจำกัดในเรื่องการโอนเงินอยู่ ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ไม่ได้มีเรื่องของเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์เสมอไป ตนและพวกเราทุกคนก็ต้องคิดว่าต้องให้ให้ความเป็นธรรมกับนายภาวุธด้วยเช่นเดียวกัน
เมื่อถามว่าพรรคต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบหรือไม่ เหมือนกับกรณีที่ต้องสงสัยหลายกรณีก่อนหน้า นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรามีการตั้งคณะกรรมการเสาะหาข้อเท็จจริง ตนได้หารือกับนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากรูปการที่เราเห็นตอนนี้ ยังไม่มีหมายมาเหมือนกรณีสมาชิกพรรคคนอื่น ดังนั้นคงไม่ได้เข้าสู่กระบวนการทางวินัย จะเรียกว่าสอบสวนอาจจะไม่ถูก ต้องให้ความเป็นธรรมกับเขา แต่เราเองก็ไม่ได้นิ่งเฉย ก็มีการยกระดับการตรวจสอบภายในของเรา เพราะฉะนั้น เรื่องนี้คงจะตั้งทีมงานขึ้นมาเสาะหาข้อเท็จจริง และให้นายภาวุธ เข้ามาชี้แจง
เมื่อถามว่าเงินจำนวน 28 ล้านบาทที่เข้ามาในบัญชีนายภาวุธ ได้มีการสอบถามหรือไม่ว่ามีที่มาอย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จากคำชี้แจงของนายภาวุธ เขาเองก็เป็นคนที่เทรดอยู่แล้ว เช่น ทองคำ หรืออะไรต่างๆ ตนคิดว่ารายละเอียดเรื่องนี้ เงิน มีที่มาที่ไปอย่างไร ให้นายภาวุธชี้แจงด้วยตัวเอง น่าจะดีที่สุด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี