Logo วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
542.jpg
หน้าแรก / การเมือง
เดือดขู่ฟ้อง‘ดีเอสไอ’  เท้งอุ้มภาวุธ  โวยป้ายสีคดีฟอเร็กซ์

เดือดขู่ฟ้อง‘ดีเอสไอ’ เท้งอุ้มภาวุธ โวยป้ายสีคดีฟอเร็กซ์

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.
Tag : คดีฟอเร็กซ์ เดือดขู่ฟ้องดีเอสไอ เท้งอุ้มภาวุธ
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

เดือดขู่ฟ้อง‘ดีเอสไอ’

เท้งอุ้มภาวุธ

โวยป้ายสีคดีฟอเร็กซ์

เอาคืนจี้ปปช.สอบTH-AI

อ้างไม่จำเป็นต้องมีคนร้อง

เรืองไกรตามเช็คบิลไอซ์

หัวหน้าเท้ง ยังไม่หายแค้น หลังสส.ภาวุธ ถูกโยงคดีฟอเร็กซ์ ขู่ฟ้องกลับ ม.157 ดีเอสไอ ทั้งจี้ ป.ป.ช.สอบฮั้ว TH-AI Passport ของรัฐมนตรีพรรคสีน้ำเงินโดยไม่จำเป็นต้องมีคนไปร้อง ด้านอธิบดีปกครอง ย้ำไม่ได้ส่งไลน์ “ช่วยน้ำเงินด้วย” หลังโดนอดีตปลัดภูเก็ตเอาผิด ด้านประชาชน ชวนจับตาเลือกตั้ง กทม.-เมืองพัทยา “ปริญญา-สมชัย” เจ้าเก่าเกาะติดถี่ยิบ ฝ่ายอนุชา-ปชป.ชูปราบคอร์รัปชั่น

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายนนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณี นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร อดีตปลัดจังหวัดภูเก็ต ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 ในความผิดตามมาตรา 157 กรณีคำสั่งให้ช่วยราชการไม่ชอบ และปมแชตไลน์หลุด “ช่วยน้ำเงินด้วย” ว่า ในส่วนประเด็นไลน์หลุด ยืนยันว่าไม่ใช่ข้อความของตน และไม่เป็นไปตามข้อกล่าวหา ส่วนเรื่องคำสั่งให้ช่วยราชการนายรุ่งเรือง นั้น มั่นใจว่าทำตามระเบียบขั้นตอนถูกต้องทุกอย่าง ตนได้รายงานต่อผู้บังคับบัญชาให้รับทราบแล้ว และยังไม่มีผู้บังคับบัญชาท่านใดท้วงติง หรือเห็นว่าตนทำผิดระเบียบและกฎหมายข้อไหน สำหรับการฟ้องร้องของนายรุ่งเรือง ตนมองว่าเป็นสิทธิ หากเห็นว่าไม่ได้รับความยุติธรรม ขอให้รอดูข้อเท็จจริงของผลการตรวจสอบของกระทรวงมหาดไทยต่อไป


“ผมนอกจากเป็นอธิบดีกรมการปกครองแล้ว ยังมีฐานะเป็นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) จากนี้ทุกเรื่องที่พิจารณาว่าเข้าข่ายมูลฐานความผิด ป.ป.ง. ผมจะส่งเรื่องให้ ป.ป.ง.ดำเนินการต่อตามหน้าที่ อำนาจ ต่อไปทุกราย” อธิบดีกรมการปกครอง กล่าว

ภท.เกาะติดคดีสส.พรรคส้ม

นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สส.สระบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน รวมถึง นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคประชาชน ออดมาระบุ พนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง นายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ อดีตผู้สมัคร สส.กทม.เขต 33 พรรคประชาชน ในคดีฟอกเงินที่เชื่อมโยงเครือข่ายยาเสพติด จนส่งผลให้พ้นจากการเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ว่า คดีของอดีตผู้สมัคร สส.กทม.เขต 33 พรรคประชาชน มีที่มาจากการขยายผลของเจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามยาเสพติด 2 (บก.ปส.2) เมื่อเดือน ธ.ค.2568 จากคดียาเสพติดสำคัญรวม 10 คดี ก่อนพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงไปยังผู้ต้องหา 11 ราย จึงรวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญา และเข้าตรวจค้น จับกุม พร้อมยึดทรัพย์สินหลายรายการ ต่อมา พนักงานสอบสวน บก.ปส.2 มีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 11 ราย ในข้อหาร่วมกันฟอกเงิน และส่งสำนวนให้อัยการพิจารณาเมื่อเดือนมีนาคม 2569 อย่างไรก็ตาม อัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง พร้อมส่งสำนวนกลับมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 145/1 คดีนี้ยังไม่ยุติ ขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับสำนวนกลับมาแล้ว และเชื่อว่าพนักงานสอบสวนจะทำความเห็นแย้งคำสั่งไม่ฟ้อง เพื่อส่งให้อัยการสูงสุดพิจารณาชี้ขาดตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ปชป.พร้อมอภิปรายงบฯ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเตรียมอภิปรายร่างพ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 และร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ของพรรคประชาธิปัตย์ โดยเตรียม สส.  อภิปรายเนื้อหาร่างพ.ร.บ.โอนงบประมาณ ปี 2569 ราว 3 – 4 คน ซึ่งเรื่องใหญ่ที่พรรคจะชี้เห็นคือรัฐบาลดำเนินการ จัดทำร่างกฏหมายโอนงบล่าช้า จึงทำให้ไทยเสียโอกาสเปลี่ยนแปลงการใช้งบประมาณ ทำให้หน่วยงานเร่งใช้งบฯ จากเดิมที่รัฐคาดการณ์จะทำการโอนงบได้เกือบ 100,000 ล้านบาท แต่สุดท้ายโอนงบได้เพียง 10,000 ล้านบาท ซึ่งหากรัฐบาลดำเนินการโอนงบได้เร็วอาจไม่จำเป็นต้องออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ทำให้เสียโอกาสในการใช้งบฯ โดยไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย  

นายสาทิตย์ กล่าวว่า การอภิปรายร่างกฎหมายงบฯ 2570 ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่สำคัญ รัฐบาลมีเวลาที่จะดูเรื่องการใช้จ่ายงบฯ มากพอสมควรที่จะดูแลเรื่องการจัดสรรงบ โดยในภาวะการณ์ทางเศรษฐกิจขณะนี้ การใช้จ่ายงบฯ ของรัฐที่มีจำกัด ควรมีทิศทางในการใช้จ่ายสอดคล้องกับภาวะการทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน และรัฐบาลอ้างเรื่องของภาวะการณ์ทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นและความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก ดังนั้นการใช้จ่ายต้องกำหนดทิศทางที่ชัดเจน เช่น 1. ภาวะเศรษฐกิจโดยรวม การใช้จ่ายตามนโยบายของรัฐบาลมุ่งดูแลประชาชนพุ่งเป้า หว่านโปรย ต้องดูว่ารัฐบาลจัดสรรงบฯ ดูแลประชาชนในกลุ่มต่างๆ อย่างไร 2. ในภาวะเศรษฐกิจจะต้องระมัดระวังหลายเรื่องเช่น เรื่องเงินเฟ้อ 3.ต้องรู้ว่าการใช้จ่ายตามนโยบายรัฐบาลตอบโจทย์ภาวะการทางเศรษฐกิจหรือไม่ เช่นงบลงทุนต้องสอดคล้องกับทิศทางที่ควรเป็นในมิติของอนาคตเช่นการลงทุนด้านเทคโนโลยี AI ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และ 4. โครงสร้างพื้นฐาน รัฐบาลที่ผ่านมาไม่ได้ควบคุมทิศทางการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของกระทรวง ทบวง กรมทำให้เกิดการใช้จ่ายงบซ้ำซ้อน และสูญเปล่า

นายสาทิตย์ กล่าวอีกว่า เกี่ยวกับการป้องกันการทุจริตการใช้งบประมาณที่อาจเกิดขึ้นที่จะเป็นประเด็นใหญ่ในการอภิปรายว่าการจัดสรรงบงบประมาณรายจ่ายประจำปี เรื่องใหญ่คือการใช้ Open Data  การเปิดข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างของรัฐ ในการอภิปรายพรรคประชาธิปัตย์จะชี้เห็นว่าการเปิดเผยข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างที่เรียลไทม์ทันต่อเวลาจะทำให้เกิดการตรวจสอบรั่วไหลของงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“อนุชา”ชูปราบคอรัปชั่น

นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 พร้อมด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และคณะผู้บริหารพรรค ลงพื้นที่รณรงค์หาเสียงตั้งแต่ช่วงเช้าที่ตลาดยิ่งเจริญ กับ นายชัชชนะพงศ์ แก้วทอง ผู้สมัคร ส.ก.เขตบางเขน หมายเลข 2

จากนั้นลงพื้นที่กับ นายต้นรังสรรค์ กียปัจจ์ ผู้สมัคร ส.ก.เขตหลักสี่ หมายเลข 4 ที่ตลาดเมืองทอง (บึงสีกัน) ซอยแจ้งวัฒนะ 14 ก่อนจะลงพื้นที่ร่วมกับนายจิรัฎฐ์ เชาว์อริยรัฐ ผู้สมัคร ส.ก.เขตมีนบุรี หมายเลข 2 ที่ตลาดจตุจักร 2 ต่อด้วยการลงพื้นที่กับนายเกษนันท์ เรืองตาบ ผู้สมัคร ส.ก.เขตคันนายาว หมายเลข 1

นายอนุชา กล่าวถึงเสียงสะท้อนจากการลงพื้นที่ที่เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายว่า นอกเหนือจากปัญหาเรื้อรังที่ชาวกรุงเทพฯ ต้องการให้แก้ไขอย่างเร่งด่วน ทั้งปัญหาน้ำท่วม ปัญหาการจราจรติดขัด ปัญหาขยะและความสะอาดแล้ว ประชาชนยังเรียกร้องให้มีการแก้ไขปัญหา “การทุจริตคอร์รัปชัน” อย่างจริงจัง

“ประชาชนต้องการให้ผู้ว่าฯ และ ส.ก. จากพรรคประชาธิปัตย์เข้าไปขจัดการทำงานที่ไม่โปร่งใสใน กทม.ทั้งในระดับผู้บริหารและข้าราชการประจำ โดยเฉพาะประเด็นการซื้อขายตำแหน่งและการเรียกรับผลประโยชน์ (ใต้โต๊ะ) เพื่อให้มั่นใจว่างบประมาณของกรุงเทพมหานคร จะถูกใช้อย่างคุ้มค่าและไม่มีการรั่วไหล ซึ่งนโยบายต่อต้านการทุจริตเป็นข้อสั่งการตรงจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ที่กำชับให้ผู้สมัครทุกระดับ ยึดถือปฏิบัติ หากพบความไม่โปร่งใส หรือมีข้อสงสัยจากสังคม ผู้ปฏิบัติงานจะต้องสามารถชี้แจงได้อย่างชัดเจนผ่านกลไกของพรรค” นายอนุชา กล่าว

ไม่ได้กังวลโพลโค้งสุดท้าย

สำหรับผลสำรวจความคิดเห็น (โพล) ในช่วงโค้งสุดท้าย นายอนุชา ระบุว่า ไม่ได้มีความกังวลใจใดๆ เนื่องจากตลอดการลงพื้นที่ ประชาชนยังคงให้กำลังใจและสนับสนุนให้เดินหน้าต่อไป นอกจากนี้ยังพบสัญญาณบวกจาก 2 กลุ่มหลักคือ กลุ่มอดีตผู้สนับสนุนพรรค ที่เคยไปเลือกผู้สมัคร หรือพรรคอื่น เริ่มแสดงความจำนงกลับมาสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง หลังเห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจ ส่วนกลุ่มที่ยังลังเล เริ่มตัดสินใจได้ชัดเจนขึ้น จากการนำเสนอนโยบายที่เอาจริงเอาจังและวิสัยทัศน์แห่งอนาคตที่พรรคนำเสนอ

ภาคประชาชนจับตาเลือกตั้ง

ที่ห้องประชุมจิตติ ติงศภัทิย์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ องค์กรภาคประชาชนร่วมแถลงข่าว “จับตาความโปร่งใส เลือกตั้ง กทม.-พัทยา” ที่จะมีขึ้นในวันที่ 28 มิถุนายน 2569

โดยมี รศ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รศ.สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. นายธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล นายพงษ์ศักดิ์ จันทร์อ่อน จาก We Watch นายยิ่งชีพ อัขฌานนท์ Vote62 และนางสาวกัลยกร สุนทรพฤกษ์ iLaw

รศ.ปริญญา กล่าวว่า การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่มีคำถามมากมายเรื่องความไม่โปร่งใส และจะทำอย่างไรให้การเลือกตั้งของประเทศไทยไม่เกิดคำถามหรือข้อสงสัยแบบนี้อีก การเลือกตั้งท้องถิ่นซึ่งเป็นรูปแบบพิเศษ นอกจากจะมี อบจ. เทศบาล มี อบต. แล้ว ประเทศไทยก็มีการเลือกตั้งพิเศษ 2 แห่ง คือ กรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา ซึ่งเลือกพร้อมกัน ดังนั้น องค์กรที่เป็นภาคประชาชนที่ติดตามสังเกตการณ์เลือกตั้งมาหลายครั้ง คือ We Watch, iLaw และเครือข่ายภาคประชาชน จึงจัดกิจกรรมจับตาการเลือกตั้งในครั้งนี้ เพื่อนำหลักความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของประชาชนให้กลับคืนมา เพราะสิ่งที่จะทำให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างเที่ยงธรรม ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจะเลือกใครก็เป็นสิทธิโดยบริบูรณ์ของประชาชน และประชาธิปไตยของการอยู่ร่วมกันท่ามกลางความเห็นต่าง ก็จบที่หีบบัตรเลือกตั้ง

ดังนั้น บัตรเลือกตั้งทุกใบก็ควรจะนับให้ตรงกับการแสดงเจตจำนง การจดคะแนน หรือการลงคะแนน ผลคะแนนทุกอย่างก็เป็นไปตามสิ่งที่เป็นเจตจำนงของประชาชนที่กากบาทไป ใครแพ้ชนะก็เป็นไปตามความเป็นจริงที่ประชาชนได้ตัดสินใจแล้วในคูหาเลือกตั้ง แต่เมื่อความโปร่งใสมีปัญหา การมีส่วนร่วมก็มีน้อย จึงเกิดคำถามเหล่านี้ขึ้น ครั้งนี้ ทั้ง iLaw และ We Watch จึงได้จัดกิจกรรมนี้ขึ้นมา เพื่อหาว่าจะทำอย่างไรให้การเลือกตั้งในครั้งนี้โปร่งใส

จับตาเลือกตั้งนายกฯพัทยา

นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้หลายคนบอกว่าไม่ค่อยได้มาแสดงออก หรือถกเถียง หรือปะทะกันในเชิงความคิดสร้างสรรค์ในการกำหนดนโยบายที่ทำให้ประชาชนได้ประโยชน์ แต่มีการดิสเครดิตกันทำให้อีกฝ่ายหนึ่งเสียคะแนน ซึ่งก็ไม่ได้เป็นความก้าวหน้าการแข่งขัน หรือการหาเสียงเลือกตั้ง จึงคิดว่าควรปรับปรุงเรื่องนี้ ส่วนประเด็นที่น่าสนใจและที่ต้องจับตาในการเลือกตั้งเมืองพัทยา จากประสบการณ์ที่ผ่านมา จะเห็นว่าผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งออกมาใช้สิทธิ์น้อยมาก 49.96% ซึ่งก็เป็นความท้าทาย บัตรเลือกตั้งหาย หรือบัตรเลือกตั้งเขย่ง สิ่งเหล่านี้ก็เคยเกิดขึ้นถึงขั้นประกาศชะลอการนับคะแนน และสั่งให้เลือกตั้งใหม่ในหน่วยเลือกตั้งนั้นก็เคยมีมาแล้ว

สมชัย เสียดายไร้นวัตกรรม

ด้าน รศ. สมชัย กล่าวว่า หากดู พ.ร.บ. การเลือกตั้งท้องถิ่นและเปรียบเทียบกับ พ.ร.บ. การเลือกตั้ง สส. ก็จะเห็นความแตกต่างว่า พ.ร.บ. ท้องถิ่นมีความก้าวหน้ามากกว่า ยกตัวอย่างเรื่องรูปแบบของการใช้สิทธิ์ พ.ร.บ. การเลือกตั้ง สส. ไปกำหนดเพียงรูปแบบเดียวว่าต้องใช้บัตรเลือกตั้งเท่านั้น ส่วน พ.ร.บ. เลือกตั้งท้องถิ่นสามารถใช้รูปแบบอื่น ๆ ได้ จะเป็นบัตรเลือกตั้งก็ได้ หรือจะเป็นเครื่องลงคะแนนก็ได้ เพื่ออำนวยความสะดวก ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้สะดวกกว่าเดิม และ กกต. ควรจะใช้โอกาสของการเลือกตั้งท้องถิ่นในการพัฒนาการจัดการเลือกตั้งให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการทบทวนใช้นวัตกรรมต่าง ๆ เพื่อเตรียมการการเลือกตั้งทั่วไปในอนาคต เพื่อพิสูจน์ความโปร่งใส รวมถึงการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม ตลอดจนการรายงานผลได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ กลับไม่ใช้โอกาสนี้เลย แต่กลับบอกว่าจะใช้การเลือกตั้งท้องถิ่นกรุงเทพมหานครและพัทยาครั้งนี้ให้ดีที่สุด ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของเอกชนหรือภาคประชาชนมาดำเนินการเอง

ย้ำคนไทยทุกคนเป็นเจ้าของ

ช่วงท้ายของการแถลงข่าว รศ.ปริญญา กล่าวว่า ประชาชนทุกคนเป็นเจ้าของการเลือกตั้งและร่วมสังเกตการณ์การเลือกตั้ง ป้องกันไม่ให้มีการทุจริตเกิดขึ้น ซึ่งมีเครื่องมือหลายอย่าง ทั้งกล้องถ่าย การบันทึกคลิปวิดีโอ หรือแม้แต่การใช้ AI เข้ามาช่วย และอีกข้อ ซึ่งสำคัญมากสำหรับคนที่จับตาการเลือกตั้ง คือการทักท้วงเมื่อเห็นว่าการนับคะแนนในหน่วยเลือกตั้งนั้นผิดปกติ เช่น การคิดคะแนนบนบอร์ดไม่ชัดเจน หรือบอร์ดนับคะแนนตั้งห่างไป ประชาชนหรือผู้สังเกตการณ์ก็สามารถทักท้วงได้

ร้องปปช.สอบทรัพย์สินไอซ์

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ และอดีตสมาชิกวุฒิสภา ด้วยการสรรหา สว.เปิดเผยว่า วันนี้ได้ส่งหนังสือทางไปรษณีย์ EMS เพื่อขอให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ว่า มีการยื่นบัญชีด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้น อันอาจจะเข้าข่ายฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 114 วรรคหนึ่ง หรือไม่

นายเรืองไกรยังยกตัวอย่างทรัพย์สินหลายราบการของนส.รักชนก ประกอบกำร้องด้วย

‘เท้ง’บี้’ปปช.’สอบฮั้วTH-AI

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน(ปชน.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการติดตามตรวจสอบโครงการTH-AI Passport ของรัฐบาล โดยส่งสัญญาณเตือนอย่างเข้มข้นไปยังหน่วยงานตรวจสอบอย่าง ป.ป.ช. และกระบวนการยุติธรรม ว่า ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (พ.ร.บ.ฮั้วประมูล) มาตรา 14 วรรคสอง กฎหมายเขียนไว้ชัดเจนว่าไม่จำเป็นต้องรอให้พฤติการณ์มีมูลความผิดชัดแจ้ง หากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พบพฤติกรรมที่ส่อเค้าว่าจะมีการล็อกสเปก หรือการตกลงราคาล่วงหน้าที่มีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้อง ป.ป.ช. ต้องดำเนินการสอบสวนทันที ที่ผ่านมาในการประชุมคณะกรรมาธิการร่วม 2 คณะ มีตัวแทน ป.ป.ช. นั่งร่วมรับฟังอยู่ด้วย และทาง น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร เตรียมจะส่งข้อสังเกตและบันทึกการประชุมไล่เรียงพฤติการณ์ทั้งหมดไปให้ ป.ป.ช. อย่างเป็นทางการ

ปปช.ต้องทำงานเชิงรุก

“ป.ป.ช. มีหน้าที่ต้องทำงานเชิงรุก เมื่อเห็นพฤติการณ์ส่อทุจริตต้องสอบสวนทันทีโดยไม่ต้องมีคนร้องเรียน หาก ป.ป.ช. ไม่ทำ ก็จะเข้าข่ายกระทำความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 เสียเอง ส่วนฝั่งฝ่ายค้านก็จะตรวจสอบควบคู่ขนานกันไป คาดว่าจะใช้เวลาอีกราว 1 เดือน” นายณัฐพงษ์ ย้ำ

เมื่อถามว่ากรณีที่ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ออกมาท้าให้ตรวจสอบนั้น ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่ าเป็นเรื่องปกติที่จะต้องปฏิเสธ แต่หากบริสุทธิ์ใจจริง รัฐบาลควรเปิดเผยข้อมูลทุกอย่างให้โปร่งใส หรือสั่งชะลอและยกเลิกโครงการนี้ไปก่อนเพื่อเปิดประมูลใหม่ตามช่องทางของ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง เนื่องจากเป็นโครงการที่สังคมตั้งคำถามสูงมาก

“เท้ง”อุ้ม”ภาวุธ”

นายณัฐพงษ์ ยังได้กล่าวถึงกรณีที่ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ซึ่งเป็นผู้เปิดโปงโครงการ TH-AI Passport แต่กลับถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) แถลงข่าวเชื่อมโยงกับคดีความ โดยตั้งข้อสังเกตว่าการแถลงข่าวของ DSI ครั้งนี้มีความผิดปกติอย่างมาก

“เป็นเรื่องที่แปลกมาก เพราะผู้ต้องสงสัยกลับถูกเปิดเผยชื่ออย่างเอิกเกริก แต่รายชื่อของผู้ต้องหาตัวจริงกลับไม่มีใครถูกเปิดเผยเลยแม้แต่คนเดียว อยากเรียกร้องให้ DSI ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา”

หัวหน้าพรรคประชาชน ระบุเพิ่มเติมว่า ฝ่ายกฎหมายของพรรคได้หารือกันแล้ว หากพบว่าเจ้าหน้าที่รัฐในกระบวนการยุติธรรมปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือยอมตนเป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อโจมตีทำลายล้างฝ่ายตรงข้าม พรรคประชาชนพร้อมรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อฟ้องดำเนินคดีกลับกับเจ้าหน้าที่รัฐทุกคนอย่างถึงที่สุด

เมื่อถามถึงประเด็นที่ นายภาวุธ ขาดการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ทั้งที่ก่อนหน้านี้อ้างว่ามีภารกิจประชุมจำนวนมาก นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนตอบแทนไม่ได้ เจ้าตัวต้องเป็นผู้ชี้แจงเองว่าวันนั้นติดภารกิจด่วนอะไร

ตั้งกก.สอบข้อเท็จจริงภาวุธ

ส่วนข้อสงสัยเกี่ยวกับเส้นทางการเงินจำนวน 28 ล้านบาทที่ไหลเข้าบัญชีของนายภาวุธนั้น ผู้นำฝ่ายค้านชี้แจงว่า จากการสอบถามข้อมูลเบื้องต้นภายในพรรค ทราบว่านายภาวุธมีพฤติกรรมการลงทุนและเทรดสินทรัพย์อยู่แล้ว เช่น ทองคำ หรือสินทรัพย์อื่นๆ ซึ่งการทำธุรกรรมออนไลน์อาจมีข้อจำกัดเรื่องการโอนเงินบ้าง ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ได้มีเจตนาทุจริตเสมอไป และขอให้สังคมให้ความเป็นธรรม

ขณะนี้พรรคประชาชนได้ตั้งคณะกรรมการเสาะหาข้อเท็จจริงภายใน โดยมี นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรค เป็นผู้ดูแลร่วมกัน แต่เนื่องจากกรณียังไม่มีหมายเรียกหรือเอกสารทางกฎหมายอย่างเป็นทางการเหมือนกรณีของสมาชิกพรรคคนอื่น จึงยังไม่ถึงขั้นตั้งกรรมการสอบสวนวินัย แต่อย่างไรก็ตาม จะให้นายภาวุธเข้ามาชี้แจงรายละเอียดของที่มาเงิน 28 ล้านบาทด้วยตนเองเพื่อให้เกิดความกระจ่างแก่สังคม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

เปลี่ยนโฉมประเทศ กรอ.นัดแรกดัน4วาระใหญ่

ศุภจีลั่นส่งออกยังแข็งแกร่ง เปิดตลาดใหม่-ดันFTAรับมือโลกผันผวน

‘วราวุธ’ปรับแผนตรวจโรงงานเหล็ก

ชีพจรโลกธุรกิจ : 22 มิถุนายน 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved