Logo วันเสาร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2569
คลิกเข้าชมเว็บไซต์แนวหน้าใหม่!!
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
546.jpg
หน้าแรก / การเมือง
ทลายเครือข่ายนอมินี  เปิดกลุ่มลับ!  ยึดหาดเปลือยอาบแดด

ทลายเครือข่ายนอมินี เปิดกลุ่มลับ! ยึดหาดเปลือยอาบแดด

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.
Tag : ทลายเครือข่ายนอมินี เปิดกลุ่มลับ ยึดหาดเปลือยอาบแดด รบ.ลุดตัดวงจร
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

ทลายเครือข่ายนอมินี

เปิดกลุ่มลับ!

ยึดหาดเปลือยอาบแดด

รบ.ลุยตัดวงจร3จังหวัด

เอาคืนที่ดินกว่า1,000ล.

รัฐบาลเอาจริงเปิดปฏิบัติการกวาดล้างนอมินีในพื้นที่ภูเก็ต–กระบี่-พังงา ยึดคืนที่ดิน 49 ไร่ มูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านบาท เร่งขยายผลปราบปรามทั่วประเทศ ด้านกรมพัฒนาธุรกิจฯ เผยบางบริษัทมีคนไทยถือหุ้น 100% แต่ในความเป็นจริงให้ต่างชาติมีผู้บริหารและควบคุมกิจการพบทั้งรับทำธุรกิจก่อสร้างพูลวิลล่า แถมยังเปิดรีสอร์ทกลุ่มลับเฉพาะยึดเป็นหาดส่วนตัวเปลือยกายกลางแจ้ง

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายใต้นโยบายเร่งด่วนของนายกรัฐมนตรี ในการกวาดล้างขบวนการนอมินีหรือการใช้ชื่อบุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ ตลอดจนแผนปฏิบัติการด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ รัฐบาลได้บูรณาความร่วมมือสนธิกำลังจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขับเคลื่อนนโยบายของนายกรัฐมนตรีอย่างต่อเนื่องมุ่งเน้นลงพื้นที่กวาดล้างขบวนการนอมินีรวมถึงแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติให้เกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรม โดยวันที่ 22 มิถุนายนนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงผลการดำเนินงานปราบปรามสแกมเมอร์และตัดวงจรนอมินีข้ามชาติ ที่ทำเนียบรัฐบาล


นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า ผลการดำเนินงานล่าสุดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่จากหน่วยต่างๆ บูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 500 นาย ปฏิบัติการ ”ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 3“ในพื้นที่ จังหวัดภูเก็ต จังหวัดพังงา และจังหวัดกระบี่ ดำเนินการตรวจค้นที่ดิน 89 แปลง พื้นที่รวม 49 ไร่ 1 งาน 6.4 ตร.ว. รวมมูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ประมาณ 1,053 ล้านบาท ในพื้นที่เป้าหมาย 3 จังหวัด ดังนี้

จังหวัดภูเก็ต ตรวจพบบริษัทที่มีพฤติการณ์เป็นนอมินี จำนวน 10 บริษัท ที่ดิน 4 แปลง จำนวน 2 ไร่ 1 งาน 50.5 ตร.ว. มูลค่าประมาณ 116 ล้านบาท ศาลอนุมัติหมายจับชาวต่างชาติ 12 คน หมายจับ 13 หมายจับ และ บริษัทที่ครอบครองที่ดิน ซื้อและครอบครองที่ดิน ซึ่งมีจำนวนคนต่างชาติถือหุ้นมากกว่ากึ่งหนึ่ง จำนวน 39 บริษัท ที่ดิน 52 แปลง เนื้อที่รวมประมาณ 12 ไร่ 2 งาน 62.5 ตร.ว. มูลค่าประมาณ 115 ล้านบาท ศาลอนุมัติหมายค้น 29 หมายค้น รวมที่ดินกลุ่มที่ 1 และ 2 จำนวน 56 แปลง เนื้อที่ 15 ไร่ 13 ตร.ว. มูลค่าประมาณ 231 ล้านบาท

จังหวัดพังงา ตรวจพบบริษัทที่มีพฤติการณ์เป็นนอมินี จำนวน 9 บริษัท ที่ดิน 7 แปลง จำนวน 17 ไร่ 3 งาน 18 ตร.ว. มูลค่าประมาณ 269 ล้านบาท ศาลอนุมัติหมายจับ 6 หมายจับ ศาลอนุมัติหมายค้น 3 หมายค้น สามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวต่างชาติได้ 1 คน และบริษัทที่ครอบครองที่ดิน ซึ่งมีจำนวนคนต่างชาติถือหุ้นมากกว่ากึ่งหนึ่ง จำนวน 1 บริษัท ที่ดิน 1 แปลง จำนวน 9 ไร่ 3 งาน 20.4 ตร.ว. เจ้าพนักงานที่ดินสาขาตะกั่วป่า ได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษกับ บริษัท อตามันฯ ซึ่งถือครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง มูลค่าประมาณ 54 ล้านบาท

จังหวัดกระบี่ ตรวจพบบริษัทที่มีพฤติการณ์เป็นนอมินี จำนวน 9 บริษัท ที่ดิน 17 แปลง จำนวน 6 ไร่ 1 งาน 12.4 ตร.ว.มูลค่าประมาณ 209 ล้านบาท ศาลอนุมัติหมายจับ 40 หมายจับ หมายค้น 13 หมายค้น สามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวไทย 26 คน ชาวต่างชาติ 12 คน นำตัวส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และบริษัทที่ครอบครองที่ดิน ซึ่งมีจำนวนคนต่างชาติถือหุ้นมากกว่ากึ่งหนึ่ง จำนวน 8 บริษัท ที่ดิน 8 แปลง จำนวน 8 ไร่ 25.6 ตร.ว. มูลค่าประมาณ 290 ล้านบาทศาลได้อนุมัติหมายค้น 6 หมาย เพื่อเข้าตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐานและเชิญตัวผู้เกี่ยวข้องมาทำการสอบสวนปากคำ เกี่ยวกับการถือครองที่ดินในนามของบริษัท

สรุปผลการปฏิบัติการ ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 3ในพื้นที่ จังหวัดภูเก็ต กระบี่ และพังงา บริษัทที่มีลักษณะเป็นนอมินี จำนวน 29 บริษัท และ บริษัทถือครองที่ดิน แต่มีจำนวนผู้ถือหุ้นเป็นคนต่างด้าวมากกว่าคนไทย จำนวน 48 บริษัท ดำเนินการตามหมายและกระบวนการทางกฎหมาย / ออกหมายจับ จำนวน 59 หมาย ออกหมายค้น จำนวน 60 หมาย ที่ดิน จำนวน 89 แปลง พื้นที่รวม 49 ไร่ 1 งาน 6.4 ตารางวา รวมมูลค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง จำนวน 1,053,518,872 บาท

“นายกรัฐมนตรีสั่งการเร่งขยายผลลงพื้นที่กวาดล้าง ปราบปรามในทุกพื้นที่ทั่วประเทศอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ทั้งนี้ หากพบเห็นการกระทำผิดกฎหมายของกลุ่มทุนต่างชาติ แจ้งเบาะแสได้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่ หรือสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง” นางสาวพลอยทะเล กล่าว

ด้านนายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา ตนพร้อมด้วยหม่อมหลวงภู่ทอง ทองใหญ่ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และทีมปราบนอมินีได้ลงพื้นที่ตรวจสอบธุรกิจต้องสงสัยใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพรางในจังหวัดภูเก็ตและกระบี่ ซึ่งเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลในการปราบปรามการใช้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าว ซึ่งเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ร่วมสนับสนุนตรวจสอบข้อมูลทางทะเบียนนิติบุคคล โครงสร้างผู้ถือหุ้น และงบการเงินแบบเชิงลึก

นายพูนพงษ์ กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ได้ร่วมกับพล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปชก.ตร.) และหัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้แทนจากกรมที่ดิน ผู้แทนสำนักงานพาณิชย์ทั้งสองจังหวัด และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ภายใต้ชื่อปฏิบัติการของ สตช. ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 3 ฝั่งอันดามันเพื่อป้องกันและปราบปรามการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวที่ฝ่าฝืนกฎหมาย และรักษาความเป็นธรรมในการแข่งขันทางการค้า

นายพูนพงษ์ กล่าวต่อว่าผลการปฏิบัติการในจังหวัดภูเก็ต พบบริษัทที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายเป็นนอมินีจำนวน 10 บริษัท เกี่ยวข้องกับการถือครองที่ดิน ซึ่งเป็นการถือครองที่ดินโดยผิดกฎหมาย โดยมีจำนวนที่ดิน 4 แปลง จำนวนกว่า 2 ไร่ มูลค่าประมาณ 116 ล้านบาท และพบบริษัทอีก 39 ราย ที่มีสัดส่วนการถือหุ้นของคนต่างชาติเกินกว่ากึ่งหนึ่ง เข้าข่ายต้องตรวจสอบเพิ่มเติมเกี่ยวกับการถือครองที่ดินรวม 52 แปลง มูลค่าประมาณ 115 ล้านบาท รวมมูลค่าทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตกว่า 231 ล้านบาท

โดยจุดที่กรมฯ ได้ร่วมตรวจค้นเป็นโรงแรมแห่งหนึ่งในอำเภอป่าตอง ซึ่งจดทะเบียนบริษัทเมื่อปี 2562 ประกอบธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท ห้องชุด และบริการเช่ารถจักรยานยนต์ รวมทั้งเคยประกอบธุรกิจนำเที่ยว แต่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตนำเที่ยวเนื่องกระทำผิดเงื่อนไขเรื่องสัดส่วนกรรมการ จากการตรวจสอบพบว่ากรรมการและผู้ถือหุ้นคนไทยในบริษัทมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นรวม 3 บริษัท และเป็นกรรมการ 5 บริษัท โดยผู้ถือหุ้นคนไทยยอมรับว่าถือหุ้นแทนคนอิสราเอล และยังพบว่ามีบริษัทที่ประกอบธุรกิจร้านอาหาร ร้านกัญชา ใช้ที่ตั้งแห่งเดียวกันในการประกอบกิจการด้วย

นายพูนพงษ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับจังหวัดกระบี่ พบบริษัทที่มีพฤติการณ์เป็นนอมินีจำนวน 9 บริษัท ถือครองที่ดิน 17แปลง จำนวนกว่า 6 ไร่ มูลค่าประมาณ 209 ล้านบาท และพบบริษัทอีก 8 ราย ที่มีโครงสร้างการถือหุ้นเข้าข่ายต้องตรวจสอบเพิ่มเติมเกี่ยวกับการถือครองที่ดิน 8 แปลง จำนวนกว่า 8 ไร่ มูลค่าประมาณ 290 ล้านบาท รวมมูลค่าทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกว่า 499 ล้านบาท

นอกจากนี้ การตรวจสอบยังพบกรณีสำคัญอีกหลายประเด็น อาทิ การตรวจพบบริษัททรอปิคอลเฮาส์ฯ ประกอบธุรกิจก่อสร้างและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ของกลุ่มนักลงทุนสัญชาติโปแลนด์ ซึ่งเป็นบริษัทก่อสร้างพูลวิลล่า โครงการตั้งอยู่ในทำเลทองในจังหวัดกระบี่ มีทุนจดทะเบียน 4 ล้านบาท ถือครองที่ดิน 16 แปลง จำนวนกว่า 6 ไร่ มูลค่าประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งเกินกว่าทุนจดทะเบียน

จากการตรวจสอบข้อมูลทางทะเบียน มีคนไทยถือหุ้น100% ทำให้บริษัทถือสัญชาติไทย แต่ในความเป็นจริงบริษัทดังกล่าว มีผู้บริหารและควบคุมกิจการโดยชาวต่างชาติ แต่ได้ใช้ชื่อคนไทยถือหุ้นแทน (นอมินี) โดยเชื่อว่าคนไทยไม่ได้มีการลงทุนจริง และ บริษัท ซาลาบัฟ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ที่หาลูกค้าที่เป็นรีสอร์ทเพื่อหาสมาชิกของกลุ่มลับเฉพาะในการให้บริการแก่นักท่องเที่ยวที่นิยมไม่สวมใส่เสื้อผ้าในกิจกรรมกลางแจ้งภายในรีสอร์ทและหาดทรายแบบมีความเป็นส่วนตัว โดยกรรมการเป็นคนไทยที่ไม่สามารถให้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ว่าเป็นผู้ลงทุนจริงแม้ปัจจุบันบริษัทดังกล่าวจะมีคนไทยถือหุ้น 100% เพราะบริษัทมีความผิดปกติหลายๆ ประเด็นที่ทำให้น่าเชื่อว่าเป็นนอมินี

นายพูนพงษ์ ยังระบุว่า จะมีการขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่โปร่งใส เป็นธรรม และส่งเสริมการลงทุนที่ถูกต้องตามกฎหมาย และเตรียมส่งข้อมูลบริษัท 623 รายในพื้นที่ 4 จังหวัด (สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต กระบี่ พังงา) ซึ่งพบผู้ทำบัญชีเข้าไปพัวพันให้การสนับสนุนต่างชาติกระทำความผิดในลักษณะนอมินีให้ชุดเฉพาะกิจฯ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

“ขอย้ำว่าประเทศไทยเปิดกว้างและพร้อมอำนวยความสะดวกต่อการลงทุนจากต่างชาติที่ดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยผู้ประกอบการต่างชาติสามารถเข้ามาลงทุนและประกอบธุรกิจได้ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 แต่จะดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่ใช้ช่องทางนอมินีเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายหรือแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ” อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย

นอกจากนี้ นายพูนพงษ์ ยังกล่าว กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยังได้ประชุมร่วมกับคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา และคณะกรรมาธิการความมั่นคงของรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร แลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวในประเทศไทยฌโดยใช้คนไทยเป็นนอมินีรวมถึงการใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย

จากกาการลงพื้นที่ครั้งนี้ ทางทีมปราบนอมินีของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้นำส่งข้อมูลนิติบุคคลรวม 53 ราย ให้สำนักงาน ปปง. ตรวจสอบเส้นทางการเงินและธุรกรรมทางการเงิน และนำส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเชิงลึกในทุกมิติ เพื่อนำผู้ฝ่าฝืนกฎหมายมาลงโทษให้ถึงที่สุด พร้อมทั้งนำส่งข้อมูลให้ชุดปฏิบัติการปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสรรพากร และกองบัญชาการตำรวจนครบาล ดำเนินการตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่โดยละเอียดอีกขั้นหนึ่ง

สำหรับพื้นที่เขตห้วยขวาง กรมฯ ได้รับการสนับสนุนข้อมูลร้านอาหารที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุนจากสำนักงานเขตห้วยขวางแล้ว 112 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก สำหรับพื้นที่อื่นในกรุงเทพมหานครอีก 49 เขต กรมฯ ได้ขอข้อมูลไปที่ทำการเขตทุกแห่งแล้ว รอการส่งข้อมูลกลับของแต่ละเขตเพื่อตรวจสอบต่อไป

 

 

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ

ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569

กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี

อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved