542.jpg
แฉมหกรรมโกงสอบ ทะล9พันคน ซือขายมานานกว่า2ปี

แฉมหกรรมโกงสอบ ทะล9พันคน ซือขายมานานกว่า2ปี

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

แฉมหกรรมโกงสอบ

ทะล9พันคน

ซือขายมานานกว่า2ปี

ตร.เรียกสอบ‘สถ.-มศว’

ปปช.-ปปง.แกะรอยเงิน

คลิปเสียง‘ส้ม-กิจ’ลาม

นายกฯรีบป้องปลัดมท.

 

กองปราบฯ ผ่า TOR โกงสอบท้องถิ่นมหาประลัย เรียกสอบ “มศว-สถ.-โรงพิมพ์-10 ขรก.” พิสูจน์ข้อเท็จจริง พร้อมแกะรอยคลิปเสียง “ส้ม-กิจ” เปิดขบวนการทุจริต เจอหลักฐานแก้คำตอบผิดเป็นถูก โดย “พิชิต” โอนเงินต่อให้ “ฉัตรพิศุทธิ์” ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการ ขยายลูกข่ายไปยังภูมิภาค เชื่อทำมานานกว่า 2 ปี ผงะพบคนจ่ายเงินแล้ว 9,000 คน ด้าน ป.ป.ช.ตั้ง คณะทำงานร่วม ปปง.สอบเส้นเงินทุจริต “อนุทิน”ซัดCSI LA”เพ้อเจ้อ”โดยป้อง ปลัดมท.ปมคลิปเมียเอี่ยว ด้าน อธิการบดีมศว ลุยแจ้งความสน.ทองหล่อ เอาผิดโดนตัดต่อคลิปดิสเครดิต ยันสุจริต ท้าคนแฉแน่จริงเปิดหน้าเลย


เมื่อเวลา 07.40 น.วันที่ 26 มิ.ย.69 ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีเพจ CSI LA ปล่อยคลิปเสียงที่อ้างว่าภรรยาปลัดกระทรวงมหาดไทย เกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริตสอบบรรจุท้องถิ่น ว่า “ให้ไปถามปลัดกระทรวงมหาดไทย เพ้อเจ้อไปเรื่อย”

เมื่อถามว่าปลัดกระทรวงมหาดไทยได้มีการชี้แจงหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่ต้องชี้แจง เพราะเป็นคลิปอะไรก็ไม่รู้ ผู้สื่อข่าวต้องแยกแยะ เขาเป็นหลานอะไรกันจริงหรือไม่ ก็ไม่รู้

เมื่อถามต่อว่านายกฯจะต้องยึดหลักการสอบสวนใช่หรือไม่ โดยไม่สนใจข้อมูลจากทางโซเชียลมีเดีย นายอนุทิน ถามกลับว่า ถ้าเราไม่ยึดข้อเท็จจริงเราจะไปยึดข้อมูลอะไร ไปยืนยันว่าไม่มีอะไรทุกอย่างเดินหน้าไปแล้ว สิ่งที่เราอยู่ตรงนี้ต้องแยกแยะให้เป็น ว่าสิ่งไหนเป็นเรื่องสาระหรือไม่มีสาระ ว่าจะไปให้ข้าทำไมกับเรื่องที่ไม่มีสาระ

ลั่นตรงไหนโกงก็สับให้เละ

เมื่อถามอีกว่าวันนี้มียกเลิกการชะลอบรรจุแต่งตั้งผู้ที่สามารถสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นได้ นายกฯ กล่าวว่า ไม่ทราบรายละเอียด บอกได้อย่างเดียวว่าตรงไหนโกงก็สับให้เละ แค่นั้นเอง คนที่มีหน้าที่สับก็คือตำรวจ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และคนที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยแต่งตั้ง ไปเป็นผู้สืบสวนสอบสวนซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้ทำการแจ้งความแล้ว ในฐานะผู้เสียหายทั้งทางกระทรวงและกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

โดยนโยบายของตนมีความชัดเจนว่าตรงไหนที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตคอรัปชัน หรือด้วยความที่ไม่โปร่งใสและไม่เป็นธรรมกับผู้ที่เข้ามาสอบ ต้องดำเนินการให้หมด ถึงแม้ตอนนี้คณะกรรมการกลางและท้องถิ่น บอกว่าให้มีการบรรจุข้าราชการไปก่อนต้องรับผิดชอบ ก็ต้องรับผิดชอบไปแล้ว เพราะกระทรวงมหาดไทยบอกว่าไม่ให้บรรจุ ซึ่งถ้าใช้มติเสียงข้างมากบรรจุไป ก็ไม่เป็นไรให้บรรจุข้าราชการได้ แต่เมื่อไหร่ที่มีผลการสืบสวนออกมา ว่ามีการทุจริต เราก็ไปดำเนินการในตอนไหนก็ได้ เพราะคดีพวกนี้ไม่มีอายุความ เราก็ทำตามมติคณะกรรมการไป

เมื่อถามต่อว่าได้มีการกำชับถึงการสอบอื่น ๆ ของกระทรวงมหาดไทยด้วยหรือไม่ เพราะมีการเชื่อมโยงถึงการสอบนายอำเภอ นายกฯกล่าวว่า ตนไม่ได้สอบโรงเรียนนายอำเภอมานานแล้ว ขอให้เอาคำถามที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองดีกว่า ซึ่งโรงเรียนนายอำเภอไม่ได้จัดการสอบตั้งแต่ช่วงที่ตนถูกให้พ้นจากตำแหน่งออกไป ครบ 1 ปีพอดี และตั้งแต่ที่ตนกลับเข้ามาในรอบที่ 2 ก็ยังไม่มีการสอบ เรื่องที่เกิดขึ้นในอดีตก็ไม่รู้ว่าอดีตแค่ไหน มันรู้ทุกเรื่องไม่ได้แต่ถ้ารู้แล้วก็ต้องรีบดำเนินการ

ไม่ให้ค่าคลิปมหาประลัย

เมื่อเวลา 09.20น.นายอนุทิน พร้อมด้วยนายอรรษิษฐ์ เดินทางออกจากกระทรวงมหาดไทย เพื่อออกไปปฏิบัติภารกิจ เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามขอสัมภาษณ์ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายกฯจึงได้ชี้ไปที่ปลัดฯ ก่อนบอกว่า“เอาสิ”ขณะที่ปลัดฯได้ยกมือรับไหว้สื่อมวลชนพร้อมระบุสั้นๆว่า“ตอบเหมือนท่านนายกฯ

จากนั้น ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงกรณีคลิปเสียงที่อ้างว่าภรรยาปลัดกระทรวงมหาดไทย เกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริตสอบบรรจุท้องถิ่น นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า“อะไรที่ไม่ใช่ความจริง ก็ไม่รู้จะชี้แจงเรื่องอะไร”

เมื่อถามอีกว่า ยืนยันว่าภรรยาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใช่หรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า“ประวัติคนเรามันสืบได้สบายอยู่แล้ว และคนที่เขาให้ข้อมูลเอามาจากไหน ต้องไปถามเขา”

เมื่อถามว่าจะปกป้องตัวเองด้วยกฎหมายหรือไม่ เพราะข้อกล่าวหาค่อนข้างรุนแรง นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า “คนกล่าวหามันลอยๆ จะไปให้ค่าทำไม”

ก่อนที่นายอนุทินจะกล่าวแทรกขึ้นมาว่า“พอแล้ว ไม่ต้องถามแล้ว ก็สามีบอกว่าภรรยาไม่เกี่ยว”

เมื่อถามว่ากระแสข่าวที่ออกมาในตอนนี้ เป็นเหมือนการสกัดหรือไม่ นายอรรษิษฐ์ ไม่ตอบคำถาม ผู้สื่อข่าวจึงหันไปสอบถามนายกฯว่าหลายอย่างที่เกิดขึ้นตอนนี้ พุ่งเป้าไปที่ปลัดฯจะดำเนินการอย่างไรและยังไปด้วยกันใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า“คิดก่อนถาม”

ปปช.สอบเอกสารทั้งหมด

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบคดีทุจริตสอบเข้ารับตำแหน่งข้าราชการท้องถิ่น กล่าวว่าในเบื้องต้นได้นำเรียนเลขาธิการ ป.ป.ช.แล้ว ท่านมีแนวคิดว่า จะตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุด ที่มีผู้เชี่ยวชาญจาก ป.ป.ช. และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ซึ่งตนได้นำเรียนกับเลขาธิการ ปปง.แล้ว ว่าจะขอความร่วมมือในการตรวจสอบเส้นทางการเงินต่างๆ ซึ่งกระบวนการตรวจสอบ เราขอความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญงานบริหารบุคคล และการตรวจข้อสอบต่างๆ แต่ต้องมีการหารือกันก่อน

เมื่อถามว่า หลังจากนี้ ป.ป.ช.จะเรียกบุคคลใดมาชี้แจงอีกหรือไม่ นายพัฒนพงศ์ กล่าวว่า ต้องดูวัตถุพยานก่อน ซึ่งอยู่ระหว่างการไล่รายละเอียดว่ามีบุคคลใดเกี่ยวข้องบ้าง ซึ่งพนักงานไต่สวนยังไม่ได้เสนอมา ส่วนพยานบุคคลในที่เกิดเหตุ รวมถึงมหาวิทยาลัยเท่าที่รายงานมาทราบว่าได้ให้ถ้อยคำไปบางส่วนแล้ว ทั้งจะสอบคลิปเสียงต่างๆที่ปรากฎในขณะนี้ด้วย

‘นฤชา’ฟ้องหมิ่นคนพาดพิง

นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า เตรียมมอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาดำเนินคดีกับนายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” ในความผิดฐานหมิ่นประมาท และความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ภายหลังมีการให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อออนไลน์แห่งหนึ่ง ใส่ร้ายตนในประเด็นการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น จนก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง

นายนฤชากล่าวต่อว่า ในการให้สัมภาษณ์ดังกล่าว มีการกล่าวอ้างเชื่อมโยงว่าโรงพิมพ์ที่ใช้จัดพิมพ์ข้อสอบสอบท้องถิ่น เป็นโรงพิมพ์แห่งเดียวกับเอกสารบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. จังหวัดสมุทรปราการ ถูกนำไปใช้เป็นกระดาษรองไข่ไก่ พร้อมทั้งพาดพิงถึงตนว่า ขณะดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นผู้รับผิดชอบกระบวนการจัดสอบและการวางตัวผู้คุมสอบทั้งหมด

“ยืนยันว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เป็นความจริง และเห็นว่าการนำเสนอข้อมูลในลักษณะดังกล่าวเป็นการใส่ความ ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง จึงเตรียมดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาดต่อไป”อธิบดีกรมการปกครอง กล่าว

ป.เรียกสอบ‘มศว.-สถ.’

ที่กองบังคับการปราบปราม พ.ต.อ.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม (ผกก.2 บก.ป.) เปิดเผยว่า หลังประชุมการทำงานคดีทุจริตข้อสอบข้าราชการท้องถิ่น ร่วมกับ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(ผบช.ก.) เบื้องต้นกำหนดกรอบการทำงาน โดยจะต้องพิจารณาเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทั้งหมด ทั้งผู้จัดทำ TOR คือ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) โรงพิมพ์ข้อสอบในจังหวัดสมุทรปราการ ข้าราชการที่ปรากฏในคลิปการจับกุมทั้ง 10 คน รวมถึงพิจารณาเรียกผู้เสียหายเข้ามาสอบถามข้อมูล

“ส่วนกรณีปรากฏคลิปเสียงหญิงและชาย ชื่อนายกิจ และนางส้ม ที่แอบอ้างว่าอยู่ในขบวนการทุจริตข้อสอบและรู้จักกับบุคคลระดับสูง เบื้องต้นตำรวจจะตรวจสอบข้อมูลก่อน หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องจริง ก็อาจจะต้องเรียกเข้ามาสอบปากคำ ซึ่งการจะเรียกบุคคลใดก็ตามเข้ามา ตำรวจจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด เนื่องจากเป็นคดีที่หลายฝ่ายให้ความสนใจ” ผกก.2 บก.ป. ระบุ

พ.ต.อ.เนติวิทย์เผยอีกว่าคดีนี้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง มีแนวทางที่จะตั้งคณะทำงานขึ้นมา โดยคณะทำงานชุดนี้ จะประกอบไปด้วยกองบังคับการปราบปราม หรือ บก.ป. และกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ดำเนินการร่วมกัน เนื่องจากคดีนี้ บก.ปปป. ดำเนินการมาก่อนล่วงหน้า ทำให้มีข้อมูลอยู่แล้ว ซึ่ง บก.ป. ก็อาจจะต้องนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ประกอบสำนวนคดีของตัวเอง ยืนยันขณะนี้ยังไม่ได้ออกหมายจับบุคคลใด เนื่องจากอยู่ระหว่างเก็บรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วนก่อน.

โกงมานานกว่า 2 ปี

พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามชุดทำคดี เปิดเผยว่า คดีนี้ เริ่มมาจากมีผู้ร้องเรียน จากที่มีผู้ลงสอบข้าราชการท้องถิ่น โดยใช้ความสามารถของตัวเองสอบ และผู้ที่ลงสอบโดยการจ่ายเงินให้กับขบวนการดังกล่าว โดยหวังว่า ตัวเองจะเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับการบรรจุ จำนวน 6,000 คน จากผู้สมัครลงสอบกว่า 400,000 คน แต่มีบางส่วนไม่ได้รับการบรรจุ จึงได้มาร้องทุกข์กับกองบังคับการปราบปราม

จากการตรวจสอบทราบว่า ขบวนการนี้ มีคนจ่ายเงินทั้งหมด 9,000 คน แต่ละคนจ่ายในราคาที่ไม่เท่ากัน เริ่มตั้งแต่ 300,000 บาท ไปจนถึง 900,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 4,000 ล้านบาท

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบสวนสอบสวน และทราบว่าบ้านพักแห่งหนึ่งย่าน จ.นนทบุรี เปิดเป็นบริษัท สามเมืองเจริญรุ่งเรืองกิจ จำกัด และพบว่า สถานที่ดังกล่าวมีข้าราชการหลายคนรวมตัวกันเพื่อรับแก้ข้อสอบ สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 10 คน

พบหลักฐานการโอนเงิน

รวมถึงเอกสารการทุจริตข้อสอบ จากการสอบปากคำและทำการขยายผล ทราบว่า ขบวนการเหล่านี้มีผู้ที่มีส่วนร่วมอยู่หลายคน โดยเฉพาะนายพิชิต ที่เป็นบุคคลระดับสูงของเครือข่าย โดยนายพิชิต (สงวนนามสกุล) ได้จ่ายเงินให้ข้าราชการที่เป็นผู้ต้องหา 1 ใน 10 คน หรือ นายฉัตรพิศุทธิ์ (สงวนนามสกุล) ให้เป็นผู้จัดการ ดูแลเรื่องการประสานรับสำนวนเอกสารการสอบ จากสถานที่สอบมายังบริษัทดังกล่าว ก่อนจะกระจายไปยังภาคต่าง ๆ

สำหรับรูปแบบการแก้คะแนนข้อสอบขบวนการทุจริต จะเอาผลคะแนนการสอบตัวจริงมาคัดลอกเป็นสำเนา จากนั้นจะเอามาเปรียบเทียบกับใบเฉลยเพื่อดูคำตอบที่ถูกต้อง และจะใช้ปากกาสีแดงขีดลงไปในช่องคำตอบที่ถูกต้องเพื่อเป็นสัญลักษณ์ และจะนำไปแก้ไขในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อให้ได้คะแนนผ่านเกณฑ์ ก่อนจะสแกนสำนวนที่แก้แล้วกลับไปในระบบ

นอกจากนี้ ยังมีบุคคลสำคัญอีก 1 คน ซึ่งขณะนี้ยังติดตามตัวไม่ได้ โดยบุคคลดังกล่าว เป็นบุคคลที่คอยรวบรวมข้อมูลคะแนนของผู้สอบที่มีการจ่ายเงิน และจะคัดลอกใส่ Flash Drive พร้อมนำข้อมูลดังกล่าวไปส่งมอบให้กับบริษัทที่ จ.นนทบุรี แต่ตัวเอกสารผลสอบตัวจริงจะถูกเก็บไว้ที่โกดังของ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) โดยผลสอบจะถูกเก็บไว้ในโกดังนี้เป็นระยะเวลา 2 ปี ก่อนที่จะทำลายทิ้งเป็นขั้นตอนและกฎระเบียบ ซึ่งยอมรับว่าเป็นช่องว่าง เพราะไม่สามารถที่จะตรวจสอบย้อนหลังภายในปีอื่นได้อีก

สำหรับขบวนการดังกล่าว เชื่อว่าทำมามากกว่า 2 ปี โดยดูจากเส้นเงินที่เชื่อมต่อไปยังบุคคลอื่น ๆ เพราะเส้นเงินของหนึ่งในผู้ต้องหาพบว่าเชื่อมโยงไปยังปี 2567 โดยอำนาจหน้าที่ของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) จะแจ้งข้อกล่าวหากับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ในฐานความผิดอั้งยี่ซ่องโจร เพราะพบพฤติกรรมเป็นการรวมตัวกันกระทำความผิดในการทุจริตข้อสอบท้องถิ่น

ขอหลักฐานจากปปช.ด่วน

รวมถึงจะดำเนินการกับผู้ที่นำข้อมูลของกระทรวงมหาดไทยมาเผยแพร่ ตามที่กระทรวงมหาดไทยได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้ แต่เรื่องการกระทำความผิดอื่น ป.ป.ช.จะเป็นผู้ดำเนินการเอง แต่หากทาง ป.ป.ช.จะมอบอำนาจให้ บช.ก.ก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

ด้าน พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยว่า วันนี้ได้ประสานไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอหลักฐานที่ตรวจยึดได้ เช่น กระดาษคำตอบ สำหรับนำไปขยายผล ซึ่ง ป.ป.ช. ยินยอมมอบหลักฐานให้ ซึ่งช่วงบ่าย จะเรียกประชุมสืบสวนสอบสวน เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ว่าหลังจากแบ่งงานไปแล้ว คณะทำงานมีความคืบหน้าในประเด็นการสืบสวนสอบสวนใดบ้าง เบื้องต้นขอให้ตำรวจได้ทำงาน เชื่อว่าจะมีความชัดเจนในวันจันทร์ที่ 29 มิ.ย.2569

อธิการ”มศว”โร่แจ้งความ

วันเดียวกัน ที่ สน.ทองหล่อ ศาสตราจารย์ ดร.ชลวิทย์ เจียรจิตต์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลและเพจเฟซบุ๊กที่มีการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ รวมถึงคลิปวิดีโอที่มีการตัดต่อเชื่อมโยงข้อมูลเกี่ยวกับการจัดสอบท้องถิ่น ในลักษณะโจมตี บิดเบือน และกล่าวหาว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของตนเองและสถาบันเป็นอย่างมาก

“ผมขอยืนยันว่าข้อความที่อยู่ในคลิปไม่เป็นความจริง 100% ไม่มีทางเป็นไปได้เลย ยืนยันด้วยเกียรติภูมิของผม ในฐานะครูบาอาจารย์ที่สอนหนังสือมา และยืนยันความสุจริตเป็นที่ตั้ง ตั้งแต่เป็นผู้บริหารทุกระดับจนถึงอธิการบดีคนปัจจุบัน มหาวิทยาลัยของเราไม่มีการเรียกรับผลประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น เรื่องนี้เรารับไม่ได้จริงๆ” อธิการบดี มศว กล่าว

แฉเป็นคลิปตัดต่อ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความรู้สึกครั้งแรกที่ได้เห็นและฟังคลิปดังกล่าว อธิการบดี มศว ยอมรับว่า เป็นเรื่องที่รับไม่ได้อย่างมาก เพราะเป็นข้อมูลเท็จทั้งหมด พร้อมทั้งลั่นวาจาท้าทายกลุ่มบุคคลที่อยู่เบื้องหลังว่า “หากคนไหนก็ตามที่กล่าวหาในเรื่องนี้มีข้อมูลความจริง ก็ขอให้ออกมาเปิดเผยตัวตนต่อสังคมได้เลย ไม่ใช่หลบซ่อนอยู่แบบนี้”

นอกจากนี้ อธิการบดีฯ ยังระบุอีกว่า การกระทำดังกล่าวถือเป็นความโหดร้ายอย่างมาก ที่มีการนำคลิปไปตกแต่ง ตัดต่อคำพูดเชื่อมโยง แล้วเอ่ยชื่อถึงตำแหน่งอันทรงเกียรติ จึงอยากขอความเป็นธรรมให้กับตนเองและสถาบัน เพราะ มศว เป็นมหาวิทยาลัยที่รับใช้สังคมและยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริตมาโดยตลอด การนำข้อมูลเท็จมาดิสเครดิตเช่นนี้ ส่งผลกระทบต่อภาพรวมและเกียรติยศของมหาวิทยาลัยที่สะสมมาอย่างยาวนาน

หนู-ปลัดมท.ดูงานโอท้อป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 14.15 น. ภายหลังจากที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยกเลิกการเป็นประธานประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) นายอนุทิน พร้อม นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางมา ที่อาคารอิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อเยี่ยมชมงาน “OTOP Midyear 2026 ไทยช่วยไทยสร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาสู่ระดับสากล” เป็นวันที่ 6

จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้นั่งพักอยู่ภายในห้องรับรอง ก่อนที่นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนางณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี พร้อมทีมงาน ได้นำกระเป๋าลากใส่เอกสารขนาดใหญ่มาด้วย ก่อนจะนำแฟ้มเอกสารจำนวนหลายแฟ้มให้นายกรัฐมนตรีเซ็น ทั้งนี้ระหว่างเซ็นเอกสารโทรทัศน์ภายในห้องรับรองที่กำลังนำเสนอข่าวกรณีคลิปเสียงภรรยาของปลัดกระทรวงมหาดไทยที่เผยแพร่ออกมา ทำให้นายกรัฐมนตรีถึงกับหยุดเซ็นเอกสารและหันไปดูข่าวดังกล่าว พร้อมกล่าวติดตลกว่า “เป็นครั้งแรกที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยถูกสื่อรุมสัมภาษณ์มากกว่านายกรัฐมนตรี” ซึ่งระหว่างนั้นปลัดกระทรวงมหาดไทยก็อยู่ภายในห้องรับรองด้วย

คลิปสอบครูโผล่โทรทัศน์

จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้เดินออกห้องรับรอง หลังเซ็นเอกสารต่างๆที่ทีมงานนำมาให้เสร็จเรียบร้อยแล้ว นายอนุทิน ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า ตนทำงานได้ทุกที่ และเนื่องจากจะต้องเดินทางไปต่างประเทศหลายวันจำเป็นต้องเซ็นเอกสารหลายแฟ้ม

เมื่อถามว่าขณะนายกฯนั่งเซ็นแฟ้มเอกสารซึ่งเป็นช่วงที่โทรทัศน์เผยแพร่ข่าวเพจ CSI LA ปล่อยคลิปเสียงที่อ้างว่าเมียปลัดกระทรวงมหาดไทย เกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริตสอบบรรจุท้องถิ่นนายกฯรู้สึกอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า เราตั้งชุดสอบสวนใครผิดก็ว่าไปตามผิด ส่วนที่มีการกล่าวหาว่ามีคนใกล้ชิดปลัดกระทรวงมหาดไทยเข้าไปเกี่ยวข้องกังวลหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่กังวล เพราะว่าเรายึดหลักฐาน

เมื่อถามว่าคลิปถูกปล่อยออกมาเรื่อยๆมองว่ามีกระบวนการอะไรหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ต้องมีคนทำผิดแน่นอน และตอนนี้พยายามที่จะเบี่ยงประเด็นอะไรต่างๆ แต่ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยเราได้ตั้งกรรมการสอบสวนและดึงคนที่เกี่ยวข้องเข้ามาอยู่ที่สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อเดินหน้าด้วยความเป็นธรรมและไม่ต้องเกรงใจใคร

ผิดตรงไหนก็ต้องแก้ตรงนั้น

เมื่อถามว่าตอนนี้ถูกมองไปไกลกว่านั้น มองว่า เป็นเกม พยายามเขย่าเก้าอี้นายกฯและปลัดกระทรวงมหาดไทยด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า คนละเรื่องกัน และจะคิดทุกอย่างเป็นเกมไม่ได้ หน้าที่รัฐบาลเมื่อมีการกระทำผิดตรงไหนก็ต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด อย่างที่ภูเก็ตก็มีการติดตามตรวจสอบดำเนินคดี ยึดทรัพย์ และเอาที่ของหลวงกลับคืนมาจากคนที่ยักยอกและโกงไป ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนอยู่แล้ว

เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าจะถูกโยงไปถึงสมัยที่ดำรงตำแหน่งรมว.มหาดไทย นายอนุทิน กล่าวว่า “ผมจะต้องกังวลเมื่อผมทำ และตอนนี้ไม่ว่าอยู่ในกระทรวงไหนผมก็ต้องไปจัดการทั้งหมดถ้าเกิดขึ้นในกระทรวงมหาดไทย ในส่วนนั้นกระทรวงมหาดไทยก็ต้องจัดการ ไอ้เรื่องที่จะไปยกเว้นใครไม่มีอยู่แล้ว ผมก็ทำให้เห็นไม่รู้กี่เรื่องต่อกี่เรื่องแล้วว่าไม่เคยมีการยกเว้น ความผิดไม่ว่าคนนั้นจะเป็นใครก็ตาม“

เมื่อถามย้ำว่าเอ๊ะหรือไม่ว่าตอนนี้มีคนกำลังเล่นงาน นายกฯย้อนถามว่า “เล่นงานผมนั่นหรอ“ ก่อนกล่าวอีกว่า ”ตั้งแต่ผมมาเป็นรองนายกฯ ตั้งแต่เล่นการเมืองแล้ว เพราะฉะนั้นเราต้องอยู่ในความตั้งมั่น ความมั่นใจ ถ้าเราทำอะไรผิด จะเห็นได้ว่าคนทำผิดต้องวิ่งออกมาแก้ตัว ออกมาเบี่ยงประเด็น สร้างความวุ่นวาย เป็นพัลวัน แต่คนที่ไม่ได้ทำอะไรผิดก็ทำงานตามปกติ ห้ามให้คนมากล่าวหาไม่ได้“

โกงสอบต้องมีคนรับผิดชอบ

เมื่อถามว่าให้คำมั่นได้หรือไม่ว่าเรื่องการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นจะต้องมีคนรับผิดชอบ นายกฯ กล่าวว่า ดำเนินคดีเต็มที่ ไม่ใช่ว่ารับผิดชอบ แต่ต้องรับโทษ รับผิดอย่างเดียว ไม่มีรับชอบ เมื่อถามอีกว่าตัวปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เปิดใจคุยกันหรือไม่หลังจากมีชื่อไปเกี่ยวข้อง นายกฯ กล่าวว่า ไม่ต้องเปิดใจ ท่านทำงานอยู่กับตนตลอดเวลา และเมื่อมีเรื่อง คนที่สั่งดำเนินการโดยทันที ตั้งกรรมการสอบ สั่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเข้ามาประจำกระทรวง คือท่านปลัดฯได้ทำทุกอย่างก่อนที่จะมาหารือกับตน ทำให้ตนเห็นว่าท่านได้ดำเนินการตามกรอบแห่งกฎหมายแล้ว ทุกอย่างต้องทำตามกฎหมาย จะเอาแต่ทันใจคนไม่ได้ เพราะถ้าจะเอาแต่ทันใจคนอย่างเดียวก็จะไปผิดหลักของกฎหมาย ตอนนี้มันถูกล็อกอยู่ด้วยข้อของกฎหมาย และเมื่อถูกล็อกด้วยข้อกฎหมายก็ต้องใช้วิธีการทางกฎหมายแก้ปัญหา

ไม่ตอบย้ายปลัดเมื่อไหร่

เมื่อถามว่า ทำไมตอนนี้ยังไม่ย้ายปลัดฯไปนั่งตรงอื่นก่อน เพื่อให้การสอบสวนเกิดความเป็นธรรม นายกฯ ย้อนถามว่าเรื่องอะไร ผู้สื่อข่าวตอบว่าเรื่องการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น เพราะถือว่าปลัดฯเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของข้าราชการมหาดไทย นายกฯกล่าวว่า อันนี้คุณถือเอง เพราะได้สั่งอธิบดีฯเข้ามาแล้ว ถ้ามีหลักฐานชัดเจนก็ทำได้เลย แต่ถ้ายัง ก็เป็นการถูกกล่าวหา ตอนนี้เรื่องทุกอย่างที่เป็นประเด็นกำลังอยู่ในกระบวนการหมดแล้ว ได้รับการตอบสนองและดำเนินการ ดำเนินคดีหาข้อเท็จจริง อย่างกรณีทุจริตสอบอีก7วันเขาก็ต้องกลับมารายงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดฯก็ต้องมารายงานตน ซึ่งตนเดินทางกลับจากต่างประเทศพอดี เราก็จะรู้และดำเนินการขั้นต่อไป

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top