542.jpg
เปิดตลาดใหม่ รัฐบาลรุกคืบดึงคาซัคสถานเป็น 'หุ้นส่วนยุทธศาสตร์' ประตูเชื่อมเศรษฐกิจยูเรเซีย

เปิดตลาดใหม่ รัฐบาลรุกคืบดึงคาซัคสถานเป็น 'หุ้นส่วนยุทธศาสตร์' ประตูเชื่อมเศรษฐกิจยูเรเซีย

วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.16 น.

รัฐบาลรุกตลาดใหม่รับเศรษฐกิจโลกผันผวน เชื่อมคาซัคสถานสู่ยูเรเซีย เพิ่มโอกาสการค้า การลงทุน สร้างงานให้คนไทย

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายการทูตเศรษฐกิจเชิงรุก เพื่อเปิดตลาดใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย กระจายความเสี่ยงด้านการส่งออก และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในภูมิภาคที่มีศักยภาพสูง โดยเฉพาะเอเชียกลางและภูมิภาคยูเรเซีย ซึ่งกำลังก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุน พลังงาน และการขนส่งที่เชื่อมโยงหลายภูมิภาคของโลกแนวทางดังกล่าวเป็นการต่อยอดจากภารกิจของนายกรัฐมนตรีในการเยือนสหพันธรัฐรัสเซีย ระหว่างวันที่ 17–18 มิถุนายน 2569 ซึ่งได้ใช้เวทีการประชุมอาเซียน–รัสเซีย ผลักดันความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างอาเซียนกับภูมิภาคยูเรเซีย พร้อมยืนยันการสนับสนุนการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย–สหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (Thai–EAEU FTA) เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าและการลงทุนของไทยในระยะยาว


เศรษฐกิจ

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (EAEU) ซึ่งประกอบด้วย 5 ประเทศ ได้แก่ รัสเซีย คาซัคสถาน เบลารุส อาร์เมเนีย และคีร์กีซสถาน มีประชากรรวมกว่า 180 ล้านคน และเป็นประตูสำคัญที่เชื่อมเอเชียกลาง รัสเซีย ยุโรป และจีน จึงเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพในการขยายการส่งออกของไทย และช่วยกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดเดิม

นางสาวรัชดา กล่าวว่า ความคืบหน้าล่าสุดคือการเยือนสาธารณรัฐคาซัคสถานของนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งได้หารือกับประธานาธิบดีคาซัคสถาน และเห็นพ้องยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศสู่การเป็น “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” คาซัคสถานถือเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียกลาง และเป็นศูนย์กลางของเส้นทางขนส่ง Middle Corridor ซึ่งเชื่อมการค้าระหว่างเอเชียกับยุโรป ทำให้ไทยสามารถใช้เป็นประตูสู่ตลาดใหม่ในภูมิภาคยูเรเซียได้อย่างมีประสิทธิภาพ รัฐบาลมองเห็นโอกาสความร่วมมือในหลายสาขา ทั้งอุตสาหกรรมอาหาร การแปรรูปสินค้าเกษตร โรงแรม สปาและ Wellness ตลอดจนความร่วมมือด้านพลังงาน วัตถุดิบปิโตรเคมี และแร่หายาก ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น รถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ที่รัฐบาลกำลังเร่งผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญของภูมิภาค

นางสาวรัชดา กล่าวว่า จากนี้รัฐบาลจะบูรณาการการทำงานระหว่างกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งสร้างเครือข่ายทางเศรษฐกิจ เปิดตลาดใหม่ และดึงดูดการลงทุนจากประเทศที่มีศักยภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยมีตลาดใหม่ ห่วงโซ่อุปทานใหม่ และโอกาสการลงทุนใหม่ รองรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก

“รัฐบาลกำลังเร่งขับเคลื่อนการทูตเศรษฐกิจเชิงรุก เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้เศรษฐกิจไทย ด้วยการเปิดตลาดใหม่ กระจายความเสี่ยงด้านการส่งออก และลดการพึ่งพาตลาดเดิมที่เผชิญข้อจำกัดจากมาตรการภาษีและกีดกันทางการค้า เป้าหมายไม่ใช่เพียงเพิ่มตัวเลขการค้า แต่คือการสร้างรายได้ สร้างงาน และสร้างโอกาสใหม่ให้ประชาชนและผู้ประกอบการไทยในระยะยาว” นางสาวรัชดา กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top