วันเสาร์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569
กมธ.ความมั่นคงฯ พอใจ หลังลงพื้นที่ดูรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา เผยสร้างได้สวยงาม พร้อมสนับสนุนกองทัพเต็มที่ สร้างทุกแนวรบ เพราะเป็นนโยบายรัฐบาล ลั่นถ้าไม่สร้าง อีก 100 ปีก็คุยไม่รู้เรื่อง เล็งลงพื้นที่ 4 จังหวัดอีสาน กลางเดือน ก.ค. เหตุเป็นพื้นที่ล่อแหลม “ทหารบ้านเขมร” ไม่มีวินัย
วันที่ 27 มิถุนายน 2569 นายมณเฑียร สงฆ์ประชา สส.ชัยนาท พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการฯ เดินทางลงพื้นที่ จ.จันทบุรี เพื่อศึกษาดูงานพื้นที่ก่อสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ ต.เทพนิมิต อ.โป่งน้ำร้อน โดยมี น.อ. ปรัชญา หาญเทียม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ผบ.ฉก.นย.จันทบุรี) กล่าวรายงาน
โดย น.อ. ปรัชญา ได้ยืนยันว่า การสร้างรั้วชายแดน ไทยจะสร้างชิดเส้นเขตแดน และได้แจ้งฝ่ายกัมพูชาไป เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด และขอยืนยันว่า ทุกขั้นตอนการปฏิบัติไทยยึดกฎหมายระหว่างประเทศ และไทยไม่ได้ทำฝ่ายเดียว ซึ่งทุกขั้นตอนในการสร้างรั้วชายแดน เราได้เชิญฝ่ายกัมพูชา มาตรวจสอบ และสังเกตการณ์ในการปฎิบัติงานทุกขั้นตอนก่อนที่เราจะดำเนินการ
น.อ. ปรัชญา ยังย้ำว่า ปัจจุบันในพื้นที่ปิดด่าน 100 % ไม่มีเปิด ตามนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ และรัฐบาล
สำหรับรั้วชายแดนดังกล่าว ใช้งบประมาณจากกองทุนหทัยทิพย์ รับผิดชอบการก่อสร้างโดย หน่วยทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย ถูกสร้างขึ้นบริเวณหลักเขตแดนที่ 52–54 ในเฟสแรก ระยะทาง 1.3 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเขตแดนที่ไทย และกัมพูชา สามารถตกลงกันได้แล้ว ผ่านกลไก JBC ปัจจุบันความคืบหน้าการก่อสร้างอยู่ที่ 45 %
ส่วนในเฟสที่ 2 จะสร้างบริเวณเขตแดนที่ 54–59 ระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างถนน จากหลักเขตแดนที่ 54 ประมาณ 600 เมตร เพื่อรองรับการก่อสร้างรั้ว และโครงสร้างด้านความมั่นคงในระยะต่อไป รวมระยะทางก่อสร้างรั้วทั้งสิ้น 8.3 กิโลเมตร
โดยลักษณะของรั้วชายแดน คือ แผ่นปูนทึบสูง 1.95 เมตร ความสูงรวมของกำแพง คือ 4.3 เมตร มีแนวรั้วลวดหนามติดอยู่บนยอดกำแพง

ส่วนช่องว่างรั้วกำแพง ที่เคยเป็นดรามาก่อนหน้านี้ คณะกรรมาธิการฯ ก็ได้ไปดู และสอบถามว่า เป็นไปตามข่าวจริงหรือไม่ ซึ่งผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ได้ชี้แจงว่า หลักเขตที่เป็นข่าวคือหลักเขตที่ 52 สร้างมาตั้งแต่สมัยสนธิสัญญาฝรั่งเศส ซึ่งถือเป็นสมบัติของทั้ง 2 ประเทศ (ไทย และกัมพูชา) โดยสาเหตุที่ต้องเว้นว่างก่อสร้างกำแพงไว้ ตรงบริเวณหลักเขต เนื่องจากกระบวนการของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม หรือ JBC ยังดำเนินการไม่ครบถ้วน และยังมาปรับปรุง หลังจากนั้นจะมีการนำแผ่นบานพับ แบบเปิด-ปิด ได้มาครอบตรงบริเวณหลักเขต เพื่อให้คณะกรรมการ JBC ร่วมกันตรวจสอบได้ ยืนยัน จะไม่เว้นช่องว่างไว้แน่นอน แต่ปัจจุบันยังสร้างไม่เสร็จ พร้อมยืนยันว่า หลักเขตก็ไม่ได้หายไปไหน หลังมีการไปตัดต่อภาพนำหลักเขตออก
ขณะเดียวกันคณะกรรมาธิการฯ ได้สอบถามถึงถนนเลียบกำแพงชายแดน ที่อยู่หลังกำแพงนั้นเป็นของใคร ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี เปิดเผยว่า เป็นของฝ่ายกัมพูชาสร้างไว้ โดยใช้งบของกัมพูชาเอง ซึ่งได้ก่อสร้าง ห่างจากรั้วชายแดนไทย ประมาณ 3 เมตร
จากนั้นคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐฯ ได้เดินทางไปสำรวจพื้นที่ตัว ก.ไก่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีลักษณะพื้นที่คล้ายตัว ก.ไก่ อยู่ในพื้นที่บ้านผักกาด อ.โป่งน้ำร้อน ซึ่งมีคลองตะเคียนอยู่ล้อมรอบ ถือเป็นเส้นแบ่งเขตแดนตามแนวธรรมชาติ แต่ปี 2563 พบว่า มีพื้นที่นี้ถูกตัดขาด ส่งผลให้พื้นที่ประมาณ 3 ไร่เศษถูกตัดขาด ซึ่งอาจส่งผลต่อแนวเส้นเขตแดน หากไม่เร่งรีบแก้ไข โดยกองกำลังการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) จึงได้ทำหนังสือประท้วงกัมพูชาว่า พื้นที่ที่ถูกตัดขาดไป ไม่ได้เกิดจากธรรมชาติ แต่เกิดจากฝีมือมนุษย์ เพื่อหวังให้เส้นทางน้ำเปลี่ยนไป แต่ฝ่ายกัมพูชาพยายามยืนยันว่า เกิดจากธรรมชาติ

น.อ. ปรัชญา กล่าวว่า ปัจจุบันกองทัพ และชาวบ้าน ได้ร่วมมือกันถมพื้นที่ปิดคลอง เพื่อให้แผ่นดินไทยกลับมาเชื่อมกันอีกครั้งเรียบร้อยแล้ว โดยใช้รถขนดินกว่า 200 คัน พร้อมสถาปนาความไว้ใจในพื้นที่ปักธงชาติไทย
อีกทั้งยังมีการทำถนนเข้ามายังในพื้นที่ ก.ไก่ และตัวยู เสร็จเรียบร้อยแล้วระยะทางรวมประมาณ 15 กิโลเมตร โดยใช้งบประมาณจากประชาชนทั้งหมด โดยในอนาคตหากต้องการให้ถนนมีความคงทน จะต้องมีการเปลี่ยนเป็นถนนลาดยาง ซึ่งต้องใช้งบประมาณจากภาครัฐ แต่ปัจจุบันยังไม่มีหน่วยงานที่จะเข้ามารับผิดชอบ ซึ่งอยู่ระหว่างพูดคุยกันว่า จะมอบหมายหน่วยงานใดเข้ามาดูแล เช่น กรมทางหลวงชนบท หรือว่า หน่วยทหารพัฒนา เพราะไม่ต้องการให้ถนนที่ประชาชนร่วมแรงร่วมใจในการทำมานั้นสูญเปล่า ซึ่งทางคณะกรรมาธิการฯ พร้อมเร่งรัด และประสานงาน เรื่องงบประมาณให้ แต่ว่า ขั้นตอนในการของบฯ จะต้องมีหน่วยงานราชการ อย่างน้อย 1 หน่วยงาน เป็นผู้รับผิดชอบพื้นที่เสียก่อน
ทั้งนี้ น.อ. ปรัชญา ยืนยันว่า ที่ผ่านมาทหารไม่ได้ละเลยในการปฏิบัติหน้าที่ และได้ดำเนินการจนสำเร็จลุล่วงด้วยดีด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
ขณะที่ นายมณเฑียร สงฆ์ประชา สส.พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ภายหลังการลงพื้นที่ดูรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นการสร้างรั้วแรกของประเทศไทยว่า เป็นนิมิตรหมายอันดีที่เรามาในวันนี้ มาดูรั้วแห่งแรกที่สร้างอยู่บริเวณเขตแดนในระหว่างข้อพิพาทของไทย-กัมพูชา ตอนนี้หลักหมุดที่ 52-59 ดำเนินการไปแล้ว 1 กิโล 300 เมตร แต่ความยาวของแต่ละหลักหมุดไม่เท่ากัน ซึ่งตอนนี้ก็กำลังก่อสร้างต่ออีก 600 กว่าเมตร โดยตอนนี้ยังก่อสร้างไม่เสร็จ

นายมณเฑียร กล่าวอีกว่า ตรงไหนที่เขตแดนชัดเจน รัฐบาล โดยการนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการการะทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เรามีนโยบายชัดเจนว่า เราพร้อมที่จะสร้างรั้วในทุกพื้นที่ทั้ง พื้นที่กองทัพภาค 1-2 กองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดง พร้อมที่จะดำเนินการให้
ส่วนในเรื่องของความแข็งแรงของรั้วมีอะไรที่ติดขัดต้องแก้ไขหรือไม่ นายมณเฑียร กล่าวว่า ตนพอใจ เพราะสร้างได้สวยงาม โดยช่างฝีมือทหาร ไม่ได้มีการจ้าง และเงินดังกล่าวเป็นเงินบริจาคของกองทุนหทัยทิพย์ เป็นกองทุนที่จัดตั้งขึ้นภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์ รวมถึงงบประมาณแผ่นดินได้มีการเตรียมไว้พร้อม
เมื่อถามว่า มีรายงานของอุปสรรคในการสร้างรั้วหรือไม่ นายมณเฑียร กล่าวว่า ไม่มีเพราะการสร้างรั้วได้ ต้องทั้งสองฝ่ายตกลงกันชัดเจนในคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม หรือ JBC ที่เราได้ตั้งขึ้นมา และถ้าตรงไหนที่เรายังไม่มีข้อตกลงร่วมกันชัดเจนก็มาปักเขตแดนคร่าว ๆ ไว้ โดยยืนยันว่า หากตรงไหนเขตแดนชัดเจนก็จะมีการสร้างทันที
เมื่อถามว่า คณะกรรมาธิการความมั่นคงจะมีการเดินหน้าสนับสนุนกองทัพ อย่างไรบ้าง นายมณเฑียร กล่าวว่า ยินดีในทุกด้าน ทุกเรื่อง ทั้งเรื่องงบประมาณ และเรื่องต่าง ๆ ขอให้มีการประสานงานมาว่า ติดขัดอยู่ตรงไหน เราฝ่ายนิติบัญญัติ เราจะเป็นผู้ประสานงานให้ พร้อมยืนยันว่า กมธ.ความมั่นคงฯ จะมีการสนับสนุนอย่างเต็มที่ และให้ประสบความสำเร็จ เพราะถ้าไม่สร้างอีก 100 ปีก็คุยกันไม่รู้เรื่อง เดี๋ยวก็เกิดการปะทะอีก เพราะเรามีการปะทะกันมา 2 ครั้งแล้วกับเรื่องนี้ และเป็นห่วงประชาชนในพื้นที่

ส่วนในอนาคตได้มีการปรึกษาหารือกันใน กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ เพราะกรรมาธิการความมั่นคงมีหลายพรรค ทางฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาล แต่พอมีการจับมือร่วมกันเป็นกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ เราไม่มีเรื่องทางการเมือง ไม่มีพรรคการเมือง เราพร้อมร่วมมือกันทุกภาคส่วนที่จะผลักดันในเรื่องความมั่นคงให้ ประสบความสำเร็จให้ได้ นอกจากนี้วันที่ 11-13 ก.ค. 69 ก็จะมีการลงพื้นที่เช่นเดียวกัน ที่ จ.บุรีรัมย์ จ. สุรินทร์ จ.ศรีสะเกษ จ.อุบลราชธานี เนื่องจากเป็นพื้นที่ล่อแหลม เพราะทหารทั้งสองฝ่ายยังมีการเผชิญหน้ากันอยู่ และเบาะบางมาก
“ทางฝ่ายกัมพูชาไม่ว่า เราจะดำเนินการทำอะไรทางฝ่ายกัมพูชาก็จะมีการยั่วยุ ให้เข้าทางเขาให้ได้ เพราะทหารทางบ้านเขาไม่มีวินัย ไม่ใช่ทหารอาชีพ เหมือนประเทศเรา เรามีข้อตกลงระหว่างประเทศอะไรเราทราบหมด ผมได้ทราบข่าวว่า เขามีการแก้แม้กระทั่งกฎหมายการเกณฑ์ทหารโดยที่ไม่มีอะไรเลย และให้คนอายุ 15 ไปเป็นทหารเลยมันเลย มันไม่ค่อยมีระเบียบวินัยเท่าไหร่ ” นายมณเฑียร กล่าว
นายมณเฑียร กล่าวต่อว่า ตนต้องขอขอบคุณทหารทุกภาคส่วน เพราะอยู่ชายแดนมีความลำบากต้องเจออุปสรรคมากมาย และพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ที่เราชนะโดยไม่ต้องรบ เราจึงได้เลือกเดินทางมาที่จุดนี้เป็นจุดแรกเพื่อนำจุดนี้ไปเป็นข้อมูลที่เราจะไปแก้ปัญหาตรงที่กำลังมีปัญหาต่อไป

ส่วนประเด็นดรามาเรื่องรั้ว ที่มีช่องว่าง
นายมณเฑียร กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องไม่จริงเพราะเราไปยืนอยู่ตรงรั้วแล้ว และที่เห็นว่า มีการเว้นช่องว่างไว้เพราะต้องให้คณะกรรมการ JBC หรือคณะกรรมการทั้ง 2 ฝ่ายมาดูอีกครั้ง แล้วแบบที่มีการออกแบบไว้ได้มีการชี้แจงแล้วว่า เราจะทำรั้วทึบปิดหมด แต่ถ้าคณะกรรมการทั้ง 2 ฝ่ายจะดูเราก็สามารถเปิดให้ได้ อาจจะมีการทำเป็นที่เปิดปิดได้ในอนาคต
ทั้งนี้นายมณเฑียร ยืนยันว่า การสร้างรั้วครั้งนี้เป็นความร่วมมือของทั้งฝ่ายไทย และฝ่ายกัมพูชา เพราะจุดดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่มีการประชุมคณะกรรมการ JBC และมีการเจรจา และลงนามเรียบร้อยแล้วว่า ตรงนี้เป็นเขตแดนไทย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี