542.jpg
'ภราดร' รับงบปี 70 ตึงตัว จับมือฝ่ายค้าน ปฏิรูปโครงสร้างงบประมาณใหม่

'ภราดร' รับงบปี 70 ตึงตัว จับมือฝ่ายค้าน ปฏิรูปโครงสร้างงบประมาณใหม่

วันจันทร์ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 19.53 น.

 
วันที่ 29 มิ.ย.2569 เมื่อเวลา18.00น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาเรื่องด่วน ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ ในวันแรก
 
โดยนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลสำนักงบประมาณ ชี้แจงว่า รัฐบาลไม่ปฏิเสธสถานการณ์ของงบประมาณปี2570 เป็นอย่างที่ว่าเป็นงบหาเช้ากินค่ำ เพราะเป็นการจัดงบประเทศเป็นปีแรก ตนได้หารือกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง ได้เห็นปัญหาไม่ต่างที่สส.อภิปราย หากจัดโครงสร้างงบประมาณแบบเดิม อีก 2-3 ปี ประเทศอยู่ไม่ได้ สำหรับตัวเลขงบประมาณ 3.788 ล้านล้านบาท โดย 3 ล้านล้านบาทเป็นงบรายจ่าย เพื่อจ่ายงบประจำและชำหนี้ที่ก่อมาก่อนหน้านี้ ส่วนอีก 7แสนล้านบาทเป็นเงินกู้ 
 
“รัฐบาลมีทางเลือก 2 ทางจะตามน้ำ ทำงบแบบเดิมๆ เงินไม่พอขาดเท่าไร ใช้วิธีกู้เพิ่ม หรือแก้ไขที่โครงสร้าง ผมยอมรับว่าไม่สามารถจัดงบปี2570 ได้สมบูรณ์แบบ เพราะโครงการที่เป็นทำให้ต้องใช้วิธีปะผุ แต่สิ่งที่รัฐบาลไม่ทำ คือ ตามน้ำ เงินไม่พอใช้การกู้ แม้จะเป็นวิธีที่ง่ายที่ทำให้มีเม็ดเงินเพิ่มเพื่อทำโครงการที่สัญญาไว้ ทั้งนี้ได้พยายามปรับโครงสร้างและรักษาวินัยการเงินการคลังเคร่งครัด” นายภราดร กล่าว
 
นายภราดร กล่าวต่อว่า ยอมเจ็บเพราะรู้ว่าหากรัฐบาลไม่เจ็บปีนี้ ปีหน้า ปีถัดไปเจ็บเหมือนกัน และรัฐบาลนี้ไม่ได้อยู่ตลอดไป รัฐบาลหน้าจะเจอเช่นเดียวกัน ขณะที่งบประจำที่เพิ่มขึ้น ทำให้งบลงทุนลดลงเมื่อเทียบจากปีที่ผ่านมา 7 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ถึงเวลาเดินหน้าแก้ไขโครงสร้างงบประมาณ 
 
“หลังการอภิปราย ผมไปหาน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรรประชาชน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เห็นด้วยและเห็นภาพเดียวกัน ถึงเวลาที่ไม่เฉพาะรัฐบาล แต่ฝ่ายค้าน สส. เอกชน หน่วยงานราชการต้องตระหนักรู้และตอบโจทย์ร่วมกันเพื่อทำใหม่ ด้วยโครงสร้างงบประมาณแบบนี้ไม่สามารถตอบโจทย์ประเทศ ความต้องการของประชาชน ไม่สามารถเพิ่มเบี้ยให้ผู้สูงอายุ เบี้ยเด็ก เบี้ยคนพิการ ทั้งนี้รัฐบาลอยากทำ อยากแก้ปัญหา แต่งบที่จำกัดที่บีบรัฐบาล ที่ทำให้ทำไม่ได้” นายภราดร ชี้แจง
 
นายภราดร กล่าวอีกว่า เมื่อรัฐบาลเริ่มต้นรักษาวินัยการเงินเคร่งครัด พยายามไม่ยืนเงินคงคลังมาใช้ เช่น เบี้ยบำนาญ อยู่ในงบกลาง โดยตั้งงบเพิ่มขึ้นปี 2568-2569 เพราะเห็นปัญหาว่าตั้งไม่เคยพอจะเป็นภาระเงินคงคลัง ส่วนแนวทางจัดสรร เริ่มต้นการจัดทำงบปี70 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.คลัง  บอกให้รัดเข็มขัด งดการเดินทางไปดูงานต่างประเทศ หากจำเป็นต้องไป ต้องให้ไปเฉพาะคนที่เกี่ยวข้องเพื่อลดภาระงบประมาณ การจ้างงานต้องลดลง ส่วนการลดเงินลงทุน ไม่ใช่ลดการลงทุนของประเทศ แต่เปลี่ยนวิธีหาช่องทางเงินทุน เช่น ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ หรือร่วมทุนกับเอกชน (พีพีพี) 
 
นายภราดร ชี้แจงต่อว่า ส่วนงบจังหวัดหรือกลุ่มจังหวัด ได้ปี 2-3หมื่นล้าน ปี70เหลือ 4,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นหน่วยงานของกระทรวงมหาดไทยที่นายกฯ กำกับดูแล ต้องตัดเนื้อเฉือนเนื้อลูกน้อง ทั้งนี้เพราะเป็นการตั้งงบที่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น เช่น ทำถนน ที่บอกว่าจะดึงเป็นงบกลางเพื่อให้รัฐมนตรีจัดสรรงบของสส.ได้ หากทำแบบนั้นผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 144 ขณะที่รัฐบาลไม่มีเจตนา ส่วนโครงการที่ผ่านคณะกรรมการจังหวัดแล้วจะอยู่ในส่วนของฟังก์ชัน ไม่ใช่งบจังหวัดที่ต้องเป็นการพัฒนาพื้นที่ เพิ่มมูลค่าโอกาสให้ประชาชน ทำให้มีนโยบายว่างบจังหวัดกลุ่มจังหวัดที่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานราชการ หรือหน่วยฟังก์ชันให้ใช้งบฟังก์ชัน 
 
“ส่วนงบกลางที่เพิ่มขึ้น  1,000 ล้านบาท เพิ่มในส่วนบำนาญ และส่วนที่ต้องจ่ายให้กับ กบข. ทั้งนี้งบกลางนั้นมีส่วนที่รัฐบาลใช้ได้ ในหมวดฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วน และหน่วยงานราชการไม่ได้ตั้งงบไว้เท่านั้น  ขณะที่หมวดใหม่ในงบกลาง คือ การแก้ปัญหาวิกฤติผันผวนงบประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งรัฐบาลมีหลักคิดว่า รัฐบาลกู้เงิน 7 แสนล้านบาทต่อปี ดอกเบี้ย 3-4% แต่มีหลายหน่วยงาน เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีเงินสะสมที่ใช้ได้ 6 แสนล้านบาท กองทุนหมุนเวียน มีเงินสะสม หลายแสนล้านบาท หน่วยงานภาครัฐที่เก็บเงินนอกงบประมาณมีอีกมหาศาล แต่รัฐบาลกู้เงินทุกปีแสนล้านบาท แต่มีเงินในหลายองค์กรที่ฝากเงินในธนาคารเพื่อเก็บดอกเบี้ย เป็นสิ่งไม่ถูกต้อง ต้องปฏิรูปร่วมกันในโครงสร้างงบประมาณ ทั้งนี้ขอให้ทุกคนคิดและวางโครงสรร้างงบประมาณใหม่ ทั้งการจัดเก็บและหารายได้ใหม่” นายภราดร ชี้แจง
 
นายภราดร ชี้แจงต่อว่า ขอให้ช่วยคิดการจัดเก็บงบประมาณที่ตอบโจทย์ประเทศ นำเงินสะสมในกองทุนหมุนเวียนอยู่ในระบบงบประมาณมีวิธีการอย่างไร หาตั้งวงร่วมคิดไม่ใช่ช่วยรัฐบาลปัจจุบันแต่ช่วยประเทศให้มีโครงสร้างงบประมาณประเทศสมบูรณ์และตอบโจทย์ประเทศ ทั้งนี้หลังจากวันที่ 1 ก.ค. อภิปรายลงมติ หากสภาฯ เห็นชอบวาระแรก จะนำไปสู่กรรมาธิการ (กมธ.) ตนขอชวนให้ช่วยกันตัดลดงบประมาณที่ไม่จำเป็นให้มากที่สุด เพื่อให้นำเงินที่ตัดได้ ให้กับหน่วยงานที่ไม่ขัดกับมาตรา 144 ของรัฐธรรมนูญ เช่น งบวิจัย  เป็นต้น

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top