วันจันทร์ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2569
เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 2569 เวลา 18.37 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาเรื่องด่วน ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ได้ลุกขึ้นชี้แจงถึงภาพรวมการจัดสรรงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาระยะสั้นควบคู่ไปกับการวางรากฐานโครงสร้างระยะยาว
เผชิญ 4 ความท้าทายหลักระดับโลกและโครงสร้างประเทศ
นางศุภจี ระบุว่า ปัจจุบันประเทศต้องเผชิญกับความท้าทาย 4 ด้านหลัก ได้แก่ 1. ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่มีการแบ่งขั้วอำนาจชัดเจน ทำให้การค้าขายยากลำบาก ไทยจึงต้องรักษาสมดุลให้อยู่ตรงกลาง 2. ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ทำให้ต้นทุนภาคการเกษตร ขนส่ง และผู้ประกอบการสูงขึ้น 3. โครงสร้างประชากรที่เข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ เด็กในระบบน้อยลง จึงต้องเร่งเสริมสร้างทักษะแรงงาน และ 4. โครงสร้างทางเศรษฐกิจที่ติดกับดักรายได้ปานกลางมาอย่างยาวนาน ซึ่งรัฐบาลจำเป็นต้องใช้งบประมาณที่มีจำกัดนี้ เข้าไปแก้ปัญหาเรื้อรังทั้งระยะสั้นและวางโครงสร้างระยะยาวไปพร้อมกัน
ยกระดับราคาสินค้าเกษตร บริหารจัดการล่วงหน้าครบวงจร
ในด้านค่าครองชีพและสินค้าเกษตร นางศุภจี กล่าวว่า ภาคเกษตรกรรมมีแรงงานถึง 30% แต่สร้างรายได้ให้ประเทศไม่ถึง 10% รัฐบาลจึงบูรณาการแก้ปัญหาทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ (เช่น การตั้งล้งชุมชนแปรรูป) และปลายน้ำ โดยเน้นการทำตลาดล่วงหน้า ตัวอย่างเช่น ผลผลิตทุเรียนในปีนี้ที่ออกมามากและลูกเล็กเนื่องจากสภาพอากาศ แต่การวางแผนล่วงหน้าโดยไม่ต้องรอกระทบงบประมาณมหาศาล ทำให้ราคายังอยู่ในเกณฑ์ดี ส่วนภาพรวมสินค้าเกษตรอื่นๆ แม้บางตัวราคาลดลง แต่ค่าเฉลี่ยส่วนใหญ่ปรับตัวสูงขึ้น โดยรัฐบาลพยายามประคองสถานการณ์ไม่ให้กลไกนี้ล่มสลาย
ดัน "ข้าวเศรษฐกิจอนาคต" สร้างชุมชนเข้มแข็ง
สำหรับสถานการณ์ข้าว ถือว่าปีนี้ราคาอยู่ในเกณฑ์ดีและอุปทานส่วนเกินลดลง รัฐบาลได้ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยประเมินพื้นที่อุปทานล้น เพื่อเข้าไปนำตลาดและชะลอข้าวออกสู่ตลาด พร้อมยกระดับไปสู่ "ข้าวเศรษฐกิจอนาคต" หรือข้าวประณีต โดยร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับเปลี่ยนพื้นที่เพาะปลูกให้เหมาะสม หรือเปลี่ยนพันธุ์ข้าวที่ให้ผลผลิตดีขึ้น นำร่องไปแล้ว 200 ชุมชน และตั้งเป้าขยายเป็น 466 ชุมชนในปีนี้ เพื่อสร้างความเข้มแข็งและยกระดับราคาข้าวอย่างยั่งยืน
ตั้งเป้าดันรายได้ SME แตะ 40% ของจีดีพี
ปัญหาของ SME เป็นอีกหนึ่งวาระสำคัญ โดยปัจจุบันกลุ่ม SME สร้างรายได้ประมาณ 35% ของจีดีพี ซึ่งตั้งเป้าผลักดันให้ถึง 40% เพื่อช่วยให้ประเทศหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง ที่ผ่านมาได้ดำเนินการฝึกทักษะผู้ประกอบการไปแล้วกว่า 55,400 ราย และมีผู้เข้าร่วมโปรแกรมกว่า 300,000 ราย รวมถึงการออก พ.ร.ก.เงินกู้ เพื่อเสริมสภาพคล่องให้ SME นำร่อง 2,000 ราย นอกจากนี้ยังเตรียมศึกษาโครงสร้างค่าธรรมเนียม (GP) ของแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อหาแนวทางลดภาระ รวมถึงส่งเสริมเครือข่ายแฟรนไชส์ที่สร้างมูลค่าได้กว่า 2 แสนล้านบาท
กวาดล้าง "นอมินี-ทุนเทา" สกัดบัญชีม้าเด็ดขาด
นางศุภจี เน้นย้ำถึงการจัดการปัญหาทุนเทาและนอมินี โดยได้ทำ MOU ร่วมกับ 23 หน่วยงานรัฐ ส่งผลให้การจดทะเบียนตั้งบริษัทชื่อต้องสงสัยลดลงถึง 51.05% มีการตรวจสอบข้อมูลผู้จดทะเบียนเทียบกับฐานข้อมูลบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อสกัดการทำบัญชีม้า ทำให้สถิติบริษัทต้องสงสัยลดลงจาก 549 แห่งในปีก่อน เหลือเพียง 10 แห่งในช่วงต้นปีที่ผ่านมา พร้อมลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึก 35 พื้นที่ใน 11 จังหวัด และประสานข้อมูลกับสรรพากร ตำรวจ ปอศ. และ ดีเอสไอ อย่างใกล้ชิด
รุกเจรจาการค้า-ดึง AI บูรณาการข้อมูล 4 กระทรวง
ในด้านการส่งออก รัฐบาลเร่งสร้างสมดุลการค้าผ่านการเจรจากับมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ และจีน รวมถึงเดินหน้าเจรจา FTA และขยายตลาดใหม่ๆ อย่างมาเลเซียและแอฟริกาใต้ เพื่อทดแทนตลาดที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม นอกจากนี้ ยังดึงเทคโนโลยี AI มาใช้ประเมินความเสี่ยงและเพิ่มความรวดเร็วในการทำงาน โดยบูรณาการข้อมูลร่วมกับกระทรวงเกษตรฯ กระทรวง อว. และกระทรวงดิจิทัลฯ เพื่อวิเคราะห์อุปทานสินค้าเกษตรล่วงหน้า ช่วยให้พาณิชย์จังหวัดเข้าไปพยุงราคาได้อย่างแม่นยำ
ในตอนท้าย นางศุภจี ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า "วันนี้โลกเราไม่ได้สมบูรณ์แบบ เราพยายามทำงานทั้งแก้ปัญหาระยะสั้น และแก้โครงสร้างในระยะยาวไปพร้อมกัน ในเวลา และงบประมาณที่เรามีอยู่อย่างจำกัด ก็ขอความเข้าใจและขอรับคำแนะนำของทุกคนเพื่อทำให้นโยบายของเราตอบโจทย์ให้มากที่สุด"
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี