542.jpg
สีหศักดิ์ ขอสภาฯ อย่าหั่นงบ กต. แจงต้องใช้ในหลายภารกิจเพื่อพัฒนาประเทศ

สีหศักดิ์ ขอสภาฯ อย่าหั่นงบ กต. แจงต้องใช้ในหลายภารกิจเพื่อพัฒนาประเทศ

วันพุธ ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 19.14 น.

“สีหศักดิ์”ขอสภาฯ อย่าหั่นงบ กต. แจงต้องใช้ในหลายภารกิจเพื่อพัฒนาประเทศ มั่นใจการประนอมภาคบังคับ ปกป้องผลประโยชน์ทางทะเลได้

1 กรกฎาคม 2569 ที่รัฐสภา นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯและรมว.ต่างประเทศ  ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาฯ วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 วาระแรก ตอนหนึ่งว่า งบประมาณที่กระทรวงการต่างประเทศได้รับจัดสรร ขอสภาฯ อย่าได้ปรับลด เพราะก่อนหน้านี้ถูกลดลงแล้ว 10% ซึ่งงบประมาณที่ได้จะทำไปใช้เพื่อประโยชน์ของประเทศ ภายใต้ยุทธศาสตร์การทูต 2.0 ที่ประสานกับกระทรวงต่างๆ เพื่อตอบโจทย์ ขับเคลื่อนประเทศ พัฒนาเศรษฐกิจ หาตลาดใหม่ ส่วนประเด็นเรื่องการทูตกับประเทศกัมพูชา ขณะนี้ได้เข้าสู่การประนอมภาคบังคับภายใต้ อันครอส ซึ่งตนมั่นและพร้อมเต็มที่ที่จะปกป้องผลประโยชน์ทางทะเลของไทย


นายสีหศักดิ์ ชี้แจงต่องบประมาณส่วนของยุทธศาสตร์แก้ปัญหาพื้นที่ชายแดนภาคใต้ วงเงิน  8,400 ล้านบาท โดยยอมรับว่าตนได้รับหน้าที่ประธานคณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาลเพื่อแก้สถานการณ์ชายแดนใต้ ตนต้องศึกษาให้ถ่องแท้ ลงพื้นที่เพราะปัญหายืดเยื้อกว่า 20 ปี ถูกทุ่มงบประมาณจำนวนมาก แต่ประเด็นไม่ใช่งบประมาณเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับว่าใช้งบที่ได้รับจัดสรรอย่างไร 

“ปีนี้ไม่มีงบบูรณาการ แต่การจัดสรรงบทุกหน่วยงานทำแบบบูรณาการ ไปยังหน่วยงานต่างๆเพื่อให้เกิดผลงานให้มากที่สุด ว่าใครรับผิดชอบ โดยงบประมาณจัดทำภายใต้ยุทธศาสตร์ที่มีเอกภาพ ครอบคลุมทุกมิติปัญหาภาคใต้ กระบวนการพูดคุย และประชาชน  รวมถึงการศึกษา  สิ่งที่ท้าทายมากที่สุดทำให้การจัดสรรงบประมาณที่มีประชาชนศูนย์กลาง ประชาชนปลอดภัย กินดีอยู่ดี มีสิทธิเสียงกำหนดอนาคตของตนเอง” นายสีหศักดิ์ ชี้แจง 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากนั้นนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี ซักถามถึงการเข้าร่วมประนอมภาคบังคับที่อาจทำให้เกิดประเด็นเสียผลประโยชน์ โดยนายสีหศักดิ์ ชี้แจงว่า การเจรจาภายใต้เอ็มโอยูที่ยกเลิก ทั้งไทยและกัมพูชาร่วมเป็นภาคีอันครอส โดยกัมพูชา เข้าร่วมเมื่อเดือนมี.ค.68 ดังนั้นจึงอยู่ภายใต้กติกาเดียวกัน 

โดยการยินยอมเข้าร่วมการประนอมภาคบังคับภายใต้อันครอส เป็นเจตนารมณ์ที่ตกลงร่วมกันของผู้นำของประเทศไทย คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯไทย และ นายฮุน มาเนต นายกฯกัมพูชา ที่ตกลงกันที่เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ ช่วงประชุมสุดยอดอาเซียน ทั้งนี้ไม่ใช่กระบวนการทางศาล แต่คือการประนอมของทั้งสองฝ่าย

“หากไม่เข้ากระบวนการ การเจรจาต่างๆ เช่น เอฟทีเอ จะไม่มีความเช่ือมั่นในข้อตกลงที่มีพันธกรณี ที่สำคัญกระบวนการไม่ใช่ศาล แต่คือการประนอม ที่ผ่านผู้เชี่ยวชาญไม่ได้เน้นต่อสู้ทางคดี แต่เป็นการหาทางออกของกติการะหว่างประเทศและความเที่ยงธรรมทุกฝ่าย ส่วนข้อเสนอนั้นไม่ใช่สุดท้าย เพราะต้องคุยกันสองฝ่ายระหว่างไทยกับกัมพูชา ว่ามีอะไรที่รับกันได้หรือไม่” นายสีหศักดิ์ ชี้แจง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top