วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
โพลชี้พรรคส้มเรตติ้งพุ่ง
เท้งขึ้นนำหนู
อภิสิทธิ์ลุยขอนแก่น
ภท.หนุนก.ม.นิรโทษ
ภูมิใจไทยประกาศจุดยืนพร้อมหนุนร่างก.ม.นิรโทษกรรม หลังไม่เหมารวมคดี 112 เตรียมนำที่ประชุมวิปรัฐบาลสัปดาห์หน้า เผยท่าทีพรรคฝ่ายค้านชัดเจนไม่รับแล้วขอไปตั้งกรรมาธิการร่วมด้าน‘กรวีร์’มั่นใจได้ออกมาใช้แน่ ส่วนพรรคเพื่อไทย แบะท่าเอาด้วยชี้กฎหมายมีประโยชน์สร้างความปรองดอง ขณะที่โพลชี้ปชช.หนุน‘เท้ง’นั่งนายกฯ ส่วนพรรคสีส้มมีคะแนนนิยมนำสีน้ำเงิน‘อภิสิทธิ์’นำทัพลุยขอนแก่นปลุกปชป.คืนชีพ
เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2569 นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานวิปรัฐบาล ให้สัมภาษณ์กรณีสภาฯจะพิจารณา ร่างพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข หรือร่างพ.ร.บ.นิรโทษ กรรมคดีชุมนุมทางการเมืองในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา คือปี 2548-2568หลังสว. ปรับแก้ถ้อยคำในบางมาตรา เช่นไม่นิรโทษการกระทำผิดกฎหมายอาญามาตรา 112 ว่า วันที่ 6 ก.ค. ทางวิปรัฐบาลจะมีการประชุมประจำสัปดาห์ถึงกฎหมายที่จะเข้าสู่การพิจารณาในสัปดานี้
นายกรวีร์ กล่าวว่า สำหรับร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่ทางสว.ส่งกลับมา ในที่ประชุมจะได้หารือกับพรรคร่วมรัฐบาลถึงสิ่งที่สว.แก้ไขมาว่ามีความเห็นอย่างไร เท่าที่ดูจากประเด็นที่สว.แก้ไขมา ยังอยู่ในแนวทางที่ฝ่ายการเมืองรับได้ หรือถ้ามีประเด็นไหนติดใจจำเป็นต้องตั้งกรรมาธิการร่วมของทั้งสองสภาก็ไม่ขัดข้อง แต่ถ้าดูแล้วทุกฝ่ายพอรับได้เราก็เดินหน้าไปเลย เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้ออกมาได้เร็ว
ภท.รับได้กม.นิรโทษไม่เหมาเข่ง112
“ทางพรรคภูมิใจไทย ไม่มีประเด็น ก็ต้องหารือกับเพื่อไทยว่ามองอย่างไรรับได้มั้ยกับสิ่งที่สว.แก้มา หากรับได้ก็เดินหน้าถ้าต้องปรับก็ไม่มีปัญหา ส่วนท่าทีของฝ่ายค้านชัดเจนไม่รับแล้วขอไปตั้งกรรมาธิการร่วม ซึ่งจุดยืนเรื่องนิรโทษคดีการเมืองแต่เว้น 112 เป็นจุดยืนของภูมิใจไทยอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามเชื่อว่าสุดท้ายกฎหมายฉบับนี้ออกมาใช้แน่นอน ถ้าทุกคนเห็นตรงกันและรับได้กฎหมายก็ออกมาเร็วถ้าไปตั้งกรรมธิการร่วมก็ต้องเข้าสภาในสมัยประชุมหน้าก็ใช้เวลา 2-3 เดือนก็จะล่าช้าออกไป”นายกรวีร์ กล่าว
พท.ชี้มีประโยชน์รอวิปรัฐบาลเคาะ
ด้านนายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทยไทย ให้สัมภาษณ์ กรณีดังกล่าวว่า เรื่องนี้ต้องฟังวิปรัฐบาลว่าจะพิจารณาอย่างไร เพราะตัวแทนแต่ละพรรค จะนำความคิดเห็นของสมาชิกมาคุยกัน ตนเชื่อว่าเรื่องนี้คงได้ข้อสรุปที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองและสามารถผลักดันกฎหมายฉบับนี้ออกมาได้ เนื่องจากผู้ที่ได้รับประโยชน์มีทั้งกลุ่มที่ผิดพลาดหลงผิด เมื่อกฎหมายนี้ออกมาจะเปิดโอกาสให้คนเหล่านี้ได้กลับมาใช้ชีวิตสร้างความปรองดองสมคีเกิดขึ้นในชาติ ให้เขาได้ใช้ศักยกาพของเขาในการร่วมกันพัฒนาประเทศต่อไป
จักรภพรับตำแหน่งสส.ปาร์ตี้ลิสต์
ขณะที่นายจักรภพ เพ็ญแข สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังมีผลเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ว่า การได้ทำหน้าที่ สส.ถือเป็นโอกาสสำคัญที่สุดช่วงหนึ่งของชีวิต เพราะเป็นตำแหน่งที่สามารถใช้อำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายในการสร้างประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งสอดคล้องกับความตั้งใจตลอดชีวิตที่อยากสร้างคุณประโยชน์ให้แก่ส่วนรวม
“ยอมรับว่าไม่อาจรับประกันได้ว่าการทำงานทุกเรื่องจะสมบูรณ์แบบหรือปราศจากข้อผิดพลาด แต่สามารถรับปากได้ว่าจะปฏิบัติหน้าที่ทุกด้านด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ และสติปัญญาทั้งหมด โดยไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคใดๆ”นายจักรภพ กล่าวย้ำ
‘อภิสิทธิ์’ลุยอีสานปลุกปชป.สู้ศึก
ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติขอนแก่น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ลงพื้นที่ พบปะเครือข่ายอดีตผู้สมัคร และสมาชิกพรรคในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีผู้บริหารพรรคและคณะกรรมการพรรค เข้าร่วมพบปะและร่วมประชุมกับสมาชิกพรรคในภาคอีสานอย่างพร้อมเพรียง
โดย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ยังพร้อมทำงานรับใช้ประชาชน แม้ปัจจุบันจะไม่มีสส.ในพื้นที่ ซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเพียงการจัดการภายในพรรค แต่ต้องการระดมความคิดเห็นเพื่อหาแนวทางรับมือความท้าทายของภาคอีสาน โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจและภาคการเกษตรซึ่งจำเป็นต้องก้าวข้ามการแก้ปัญหาระยะสั้นเรื่องราคาสินค้า ไปสู่การเพิ่มมูลค่าผลผลิต ควบคู่กับการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสร้างโอกาสใหม่จากเศรษฐกิจสีเขียวและพลังงานทางเลือก
ประกาศเลือกตั้งรอบหน้าพร้อมแน่
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคยังคงเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อผลักดันภาคอีสานเป็นประตูเชื่อมประเทศไทยกับจีนและกลุ่มประเทศ CLMV และเสียดายที่โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมจีนมีความคืบหน้าล่าช้า ทั้งที่ริเริ่มมาตั้งแต่กว่า 15 ปีก่อน พร้อมเห็นว่ารัฐบาลควรให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานในภาคอีสานมากกว่ามุ่งเน้นเฉพาะโครงการแลนด์บริดจ์ในภาคใต้
“การเลือกตั้งที่ผ่านมา พรรคมีข้อจำกัดด้านเวลา หลังเข้ารับตำแหน่งผู้บริหารพรรคได้เพียงเดือนเดียวก็มีการยุบสภา ส่งผลให้ผู้สมัครหน้าใหม่ไม่มีเวลาสร้างความสัมพันธ์กับประชาชนเพียงพอ แต่ย้ำว่าครั้งหน้าจะไม่มีข้อจำกัดดังกล่าวอีก พร้อมเชื่อว่าหากพรรคทำงานต่อเนื่องและมีนโยบายที่ตอบโจทย์ประชาชน ก็จะได้รับโอกาสจากชาวอีสาน โดยยังไม่ขอประเมินจำนวนที่นั่ง ส.ส. เพราะต้องการให้น้ำหนักกับการทำงานมากกว่าการคาดการณ์ตัวเลข”นายอภิสิทธิ์ระบุ
‘อนุทิน-ไอซ์’นักการเมืองโดดเด่น
วันเดียวกัน สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่องดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือน มิ.ย.2569 กลุ่มตัวอย่างจำนวน 2,054 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 29 มิ.ย.-3 ก.ค.2569 พบว่า กลุ่มตัวอย่างให้คะแนนภาพรวมดัชนีการเมืองไทยประจำเดือน มิ.ย. เฉลี่ย 3.69 คะแนน เพิ่มขึ้นจากเดือน พ.ค.2569 ที่ได้ 3.66 คะแนนตัวชี้วัดที่ได้คะแนนสูงสุด คือ ผลงานของฝ่ายค้าน เฉลี่ย 4.17 คะแนน ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนต่ำสุดคือการแก้ปัญหายาเสพติดและผู้มีอิทธิพล เฉลี่ย 3.03 คะแนน
สำหรับนักการเมืองฝ่ายรัฐบาลที่มีบทบาทโดดเด่น คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 35 รองลงมาคือ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ร้อยละ 27.84 ตามด้วย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ร้อยละ 16.11, นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ร้อยละ 13.02, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ร้อยละ 8.03 ส่วนฝ่ายค้าน คือ น.ส.รักชนก ศรีนอก ร้อยละ 30.12 รองลงมาคือ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ร้อยละ 24.11, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร้อยละ 23.6, น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ร้อยละ 11.62, นายพริษฐ์วัชรสินธุ ร้อยละ 10.55
ปชช.ชอบไทยช่วยไทยพลัส
ผลงานฝ่ายรัฐบาลที่ชื่นชอบประจำเดือน คือ ไทยช่วยไทยพลัส ร้อยละ 62.37 ตามมาด้วยนโยบายเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 23.91, การแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา 13.72 ด้านผลงานฝ่ายค้านที่ประชาชนชื่นชอบประจำเดือน คือ การตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ร้อยละ 44.14 รองลงมา คือ การอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณฯ ปี 2570 ร้อยละ 35.58, การติดตามตรวจสอบการทุจริต คอร์รัปชัน ร้อยละ 20.28
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล กล่าวว่า ภาพรวมดัชนีขยับขึ้น 0.03 คะแนน โดยมี “ไทยช่วยไทยพลัส” ช่วยสร้างความรู้สึกเชิงบวกและบรรเทาภาระค่าครองชีพในระดับหนึ่ง แต่เศรษฐกิจโดยรวมยังไม่ฟื้นตัว จึงทำให้คะแนนด้านเศรษฐกิจยังอยู่ในระดับต่ำนอกจากนี้ อีกทั้งผลงานรัฐบาลและผลงานนายกรัฐมนตรียังปรับลดลง สะท้อนว่าแม้ประชาชนจะชื่นชอบมาตรการช่วยเหลือเฉพาะด้าน แต่ยังไม่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในภาพรวมอย่างชัดเจน
นิด้าโพลหนุน’เท้ง’นั่งนายกฯ
ขณะที่ ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “การสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 2/2569” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ วันที่ 29 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวนทั้งสิ้น 2,500 หน่วยตัวอย่าง
จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 26.08 ระบุว่าเป็น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน) อันดับ 2 ร้อยละ 21.68 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) อันดับ 3 ร้อยละ11.80 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์) อันดับ 4ร้อยละ 11.64 ระบุว่าเป็น นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ (พรรคเพื่อไทย) อันดับ 5 ร้อยละ 10.24 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้
ตะแนนนิยมพรรคส้มนำสีน้ำเงิน
ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่ประชาชนจะสนับสนุนในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 34.80 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชน อันดับ 2 ร้อยละ 17.00 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย อันดับ 3 ร้อยละ 16.84 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 4 ร้อยละ 12.68 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 5 ร้อยละ 5.32 ระบุว่า ยังหาพรรคการเมืองที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 6 ร้อยละ 2.96 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ อันดับ 7 ร้อยละ 2.76 ระบุว่าเป็น พรรคไทยภักดี อันดับ 8 ร้อยละ 2.04 ระบุว่าเป็น พรรคเศรษฐกิจ อันดับ 9 ร้อยละ 1.92 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย อันดับ 10 ร้อยละ 1.60 ระบุว่าเป็น พรรคเสรีรวมไทย และร้อยละ 2.08 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคกล้าธรรม พรรคพลังประชารัฐ พรรคโอกาสใหม่ พรรคประชาชาติ และพรรคไทรวมพลัง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี