542.jpg
‘ไอติม’ ฮึ่มสร้างสังคมสันติสุขไม่ได้ หากยังสองมาตรฐาน เซ็งสภาปิดประตูใส่หน้าเยาวชน

‘ไอติม’ ฮึ่มสร้างสังคมสันติสุขไม่ได้ หากยังสองมาตรฐาน เซ็งสภาปิดประตูใส่หน้าเยาวชน

วันพุธ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 18.29 น.

'ไอติม' ฮึ่มสร้างสังคมสันติสุขไม่ได้ หากยัง ‘สองมาตรฐาน’ เซ็งสภาฯเป็นคนปิดประตูใส่หน้าเยาวชน ไม่ต้อนรับ-ไม่อนุญาตให้เด็กเดินผ่าน ลั่นยิ่งฝืนปิดประตูแรงเท่าไหร่ ประตูบานนั้นจะยิ่งพังเร็วขึ้น หนุนตั้งกมธ.ร่วมทบทวนใหม่ ขอเป็นก้อนหินเล็กๆ เพื่อทําให้ปิดประตูยากขึ้น 

วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เมื่อเวลา16.55น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)สร้างเสริมสังคมสันติสุข หลังจากที่วุฒิสภาส่งร่างกฎหมายที่แก้ไขกลับมาให้สภาฯพิจารณาว่าจะยืนยันให้ความเห็นชอบหรือไม่ โดยวุฒิสภามีการแก้ไขเนื้อหาเพิ่มเติมจากในชั้นสภาผู้แทนราษฎร ไม่ให้นิรโทษกรรมความผิดมาตรา112 แก่เด็กและเยาวชน อายุต่ำกว่า 18ปี  


โดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า การแก้ไขของ สว. โดยเฉพาะมาตรา 11 กําลังจะทําให้เนื้อหาของกฎหมายฉบับนี้ ห่างไกลจากเป้าหมายในการสร้างเสริมสันติสุขมากขึ้นกว่าเดิม ตนคิดว่าสภาฯของเราตกผลึกร่วมกันว่า กลไกของการนิรโทษกรรม เป็นกลไกที่สามารถมีส่วนในการช่วยคลี่คลายความขัดแย้งทางการเมืองได้ แต่สภาแห่งนี้ ก็ยังมีความเห็นที่แตกต่างกันอยู่ว่า การนิรโทษกรรมแบบไหน ที่จะสามารถคลี่คลายความขัดแย้ง และสร้างเสริมสังคมสันติสุขได้จริง 

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า การสร้างเสริมสังคมสันติสุขได้ ต้องไม่ใช่การนิรโทษกรรมแบบสองมาตรฐาน ที่พอเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกทางการเมืองของคนกลุ่มหนึ่ง ไม่ว่าจะปิดสถานที่ราชการ ล้อมคูหาเลือกตั้ง เราพร้อมจะลบล้างความผิด โอบรับเขากลับเข้าคืนสู่สังคม แต่พอเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกทางการเมืองของคนอีกกลุ่มหนึ่ง แม้ว่าอาจจะเป็นเพียงการแชร์โพสต์ในเฟซบุ๊ก แม้ผู้กระทําอาจอายุน้อยกว่า 18 ปี เรากลับไปตีตราเขา ว่าการกระทําเขานั้น เป็นสิ่งที่ไม่สามารถยกโทษให้ได้  ดังนั้น สิ่งที่สภาแห่งนี้ กําลังผลักดัน และที่ สว.มีการแก้ไข กําลังจะเดินหน้าสู่การนิรโทษกรรมแบบสองมาตรฐาน คือ 1.สําหรับผู้ที่ถูกดําเนินคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ 2.มาตรฐานสําหรับผู้ที่ถูกดําเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตราอื่น ๆ รวมถึงบางมาตราที่มีโทษร้ายแรงมากกว่ามาตรา 112 ด้วย

นายพริษฐ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา พรรคประชาชนพยายามอย่างเต็มที่ ที่จะป้องกันสภาวะสองมาตรฐานเช่นนี้ถึงสามครั้ง แม้ในวันนั้น พวกตนเองจะตั้งคําถามว่า กลไกมาตรา 11 นี้จะสามารถช่วยเยาวชนได้จริงแค่ไหน ตนเองเคารพเจตนารมณ์ของผู้เสนอ ที่ต้องการใช้กลไกดังกล่าว ช่วยเยาวชนจริง ๆ แต่พอเดินทางมาถึงตรงนี้ เจตนารมณ์ของผู้เสนอในวันนั้น และของเสียงข้างมากในสภาในวันนั้น ก็ถูกปฏิเสธโดยสิ้นเชิง โดย สว.ที่มีการเพิ่มวรรคสองเข้ามาในมาตรา 112 ระบุชัดเจนว่า ห้ามใช้กลไกดังกล่าวมาช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่ถูกดําเนินคดี มาตรา 112 

"สิ่งที่พวกผม และพรรคประชาชนย้ํามาตลอด คือหากเราต้องการสร้างประตูบานหนึ่งขึ้นมา เพื่อพยายามนําพาประชาชนทุกกลุ่ม ที่พัวพันกับความขัดแย้งทางการเมืองในอดีต ให้ก้าวไปสู่สังคมสันติสุข ที่เราพยายามจะสร้าง เรายืนยันว่า ประตูบานนั้น ต้องเป็นประตูที่เปิดกว้างกับคนทุกกลุ่ม และปฏิบัติกับคนทุกคนด้วยมาตรฐานเดียวกัน แต่สิ่งที่สภาแห่งนี้กําลังจะทํา คือกําลังจะบอกกับประชาชนบางกลุ่มว่า สังคมสันติสุขที่อยู่ข้างหลังประตูบานนี้ ไม่ต้อนรับพวกเขา ไม่อนุญาตให้เขา เดินผ่านประตูนี้ไปได้ แล้วพอพวกเราพยายามเสนอว่า ไปสร้างประตูอีกบานหนึ่งได้หรือไม่ อาจจะต้องเดินอ้อมไปอีกสักนิด ผ่านไปได้ยากกว่า มีเงื่อนไขที่ต้องพิสูจน์มากกว่า สภาแห่งนี้ก็ไม่ยอม เราจึงบอกว่า ถ้าอย่างนั้น ขอให้ประตูอีกบานหนึ่ง เป็นประตูขนาดเล็กเพียงพอแค่เฉพาะเด็กและเยาวชนที่เดินผ่าน แต่สภาแห่งนี้ก็ยังไม่ยอม จนมาถึงวันนี้ เสมือนกับว่าเสียงข้างมากของสภาในวันนี้ กําลังจะเดินไปที่ประตูเล็ก ๆ ที่เปิดไว้อยู่ แล้วปิดประตูสนิทใส่หน้าพวกเขา เพิ่มล็อกอีกหลายชั้น เพื่อจะบอกกับสังคมว่า สังคมสันติสุขที่อยู่หลังประตูบานนั้น ไม่ต้อนรับพวกเขา" นายพริษฐ์ กล่าว

นายพริษฐ์ กล่าวด้วยว่า ตนทราบดีว่า วันนี้พวกตนเองเป็นเสียงข้างน้อย เสมือนก้อนหินก้อนเล็กๆ ที่คงไม่มีน้ำหนักพอ ที่จะค้ำให้ท่านปิดประตูไม่ได้ แต่ในฐานะก้อนหินก้อนเล็ก ๆ ไม่กี่ก้อน ถ้าการมีอยู่ของพวกเรา จะทำให้ท่านปิดประตูได้ยากขึ้น พวกตนเองก็ต้องทำ ขอทิ้งท้ายข้อสังเกตว่า ยิ่งท่านฝืนปิดประตูแรงเท่าไหร่ ประตูบานนั้นจะยิ่งพังเร็วขึ้น สิ่งสุดท้ายที่ตนเองอยากจะเห็นพังทลายลงมา คือเป้าหมายที่ตนเองเคยเชื่อว่า สภาแห่งนี้มีร่วมกันในการสร้างสังคมสันติสุข พวกเรายืนยันว่า การจะสร้างได้นั้น จะต้องเป็นกฎหมายนิรโทษกรรมที่ไม่เลือกข้าง ไม่เลือกปฏิบัติ และเป็นธรรมทุกกลุ่ม 

“ด้วยเหตุผลดังกล่าว ประกอบกับความชัดเจนที่ยังไม่ได้รับว่า ทําไมบัญชีแนบท้าย พ.ร.บ.นี้ ถึงต้องมีการบรรจุ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. พวกผมจึงเห็นควรให้มีการตั้งกรรมาธิการร่วมขึ้นมา เพื่อทบทวนสิ่งที่ สว.มีการแก้ไข และเพื่อทําให้เราพิจารณาประเด็นที่เราไร้คําชี้แจงได้อย่างรอบคอบมากขึ้น” นายพริษฐ์ กล่าว

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top