วันพฤหัสบดี ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
“ชัชชาติ” ฟิตประชุมนัดแรก 4 เรื่องด่วน! สั่งเอ็กซเรย์ ธุรกิจทุนเทา-ต่างด้าวขายของ ขีดเส้น 1 เดือน / ตรวจสอบอาคารเก่า ประเมินความเสี่ยงใน 2 สัปดาห์ ย้ำทุจริต สั่งรื้อลู่วิ่ง17โครงการพิสูจน์ความโปร่งใส
เมื่อเวลา 13.40 น. วันที่ 9 ก.ค. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประชุมคณะผู้บริหาร กรุงเทพมหานคร ณ ห้องประชุม ชั้น 8 อาคารธานีนพรัตน์ ใน 4 ประเด็นสำคัญเร่งด่วน ประกอบด้วย 1. การจัดการธุรกิจข้ามชาติที่ผิดกฎหมาย 2. การบริหารจัดการอาคารเก่า 3. การจัดการปัญหาขยะ และ 4. การดำเนินการด้านการต่อต้านการทุจริต
.jpg)
เวลา 16.19 น. นายชัชชาติแถลงภายหลังการประชุม ว่า เรื่องแรกที่ทำคือแปลงนโยบายให้เป็นแผนยุทธศาสตร์ โดยให้สำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล (สยป.) ดำเนินการ เพื่อให้ทุกหน่วยงาน มีตัวชี้วัด ผลงานหรือความสำเร็จของงาน KPI (Key Performance Indicator) ที่ชัดเจน และมีแผนดำเนินการ ซึ่งจะทำให้รู้ว่า 100 วัน จะได้ผลอะไรบ้าง ซึ่งจะเริ่มดำเนินการ 2 วันนี้
นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องที่ประชุมวันนี้ มี 4 เรื่อง ที่ค้างมาจากช่วงที่หาเสียง 1. เรื่องเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าว หรือทุนเทา ได้เชิญหลายหน่วยงานเข้ามา อาทิ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกรุงเทพมหานคร (กอ.รมน.กทม.) ผอ.เขตต่างๆ มีข้อสั่งการหลัก 3 ข้อ ดังนี้ ข้อ1.ให้เข้มงวดในส่วนที่กทม.รับผิดชอบโดยตรง โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าวที่ขายของ หาบเร่แผงลอย ประกอบกิจการต่างๆ ซึ่งกฎหมายห้ามอยู่แล้ว ขอให้เข้มงวดตรวจสอบและติดตาม เพื่อนำส่งตำรวจ แล้วรายงานให้ทราบ ว่าตำรวจดำเนินการอย่างไรต่อ บางครั้งอาจมีการส่งกลับประเทศ หรือ ปล่อยไป ซึ่งมอบหมายให้ พล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตรสุขศรี ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. ดำเนินการ พร้อมรายงานสรุป

ข้อ2. เรื่องธุรกิจที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ให้กทม. ตรวจสอบ (X-Ray) ทุกพื้นที่ บางอย่างขออนุญาตถูกกฎหมาย แต่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายสาธารณสุข และการขออนุญาตต่างๆ กทม. ต้องทำข้อมูลสรุปว่าในแต่ละพื้นที่ มีกิจการอะไรบ้างที่น่าสงสัย ภายใน 1 เดือน เพราะแต่ละเขตก็มีธุรกิจของแต่ละชาติแตกต่างกันไป จากนั้นจะเรียกประชุม โดยมีหลายหน่วยงาน เข้าร่วมประชุมด้วย อาทิ กระทรวงพาณิชย์ เป็นต้น และข้อ 3. เรื่องใช้อำนาจที่เกี่ยวข้อง เช่น การขออนุญาตดัดแปลงอาคาร ทำธุรกิจที่ผิดกฎหมาย เช่นสถานบันเทิง ให้ฝ่ายโยธา 50 เขต ตรวจสอบอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้ก่อความเดือดร้อนรำคาญหรือเกิดอันตรายกับประชาชน
เรื่องที่ 2 เรื่องอาคารเก่า มีข้อสั่งการ 3 เรื่อง เรื่องแรก ห้องแถวเก่ามีประมาณ 280,000 อาคาร เป็นห้องแถวที่อายุเกิน 91 ปี ประมาณ 435 อาคาร ส่วนห้องแถวอายุ 51-90 ปี จำนวน 65,210 อาคาร ส่วนอีก 212,601 อาคาร มีอายุ 1-50 ปี ซึ่งช่วงแรกจะให้โฟกัสที่ห้องแถวที่มีอายุเกิน 91 ปีก่อน โดยให้เจ้าของอาคารรับผิดชอบตรวจสอบเพื่อดูความเสี่ยงประเมินกลับมาให้ กทม.ดำเนินการภายใน 2 สัปดาห์ และให้ทำเช็คลิสต์เพื่อช่วยผู้ประกอบการในการตรวจสอบบ้านตนเอง โดยเฉพาะอาการที่อยู่ติดพื้นที่สาธารณะ
.jpg)
ขณะที่อาคารสูงขนาดใหญ่ 16,400 อาคาร ให้เร่งดูว่ามีการรายงานตามกฎหมายหรือไม่ ตรวจสอบใหญ่ทุก 5 ปี และตรวจสอบด้วยตาทุก 1 ปี รวมถึงต้องเคร่งครัดเรื่องของการซ้อมหนีภัย สำหรับถนนหนทางที่มีการก่อสร้างโดยหน่วยงานภายนอก เช่น รถไฟฟ้า ได้ให้การไฟฟ้านครหลวง ดูความเรียบร้อยและเอาทุกจุดที่มีการก่อสร้างขึ้นแผนที่ เพื่อดูแลความปลอดภัย ที่ร้องเรียนมาเยอะคือถนนพระรามสาม ถนนสาทร และถนนเพชรบุรีตัดใหม่ที่มีการขุดบ่อไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวง
เรื่องที่ 3 โรงขยะอ่อนนุช ขอยืนยันว่าสถานการณ์ต่าง ๆ ดีขึ้น จากการที่คุยกับพี่น้องประชาชน แต่เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้เน้นย้ำให้ปฏิบัติตามสัญญาอย่างเข้มงวด หากปรับก็ต้องปรับแม้จะหมดสัญญาสิ้นปีนี้ 1 โรง แต่จะต้องเข้มงวดเปิดเผยข้อมูล E-nose หรือตัววัดกลิ่นให้ได้มากที่สุด เพื่อให้ประชาชนติดตามสถานการณ์กลิ่น มีกล้อง CCTV ในพื้นที่ เพื่อถ่ายให้เห็นการทำงาน เปิดเป็นสาธารณะเพื่อตรวจสอบว่าโรงงานทำกลิ่นที่มีปัญหาหรือไม่ พร้อมกับลงพื้นที่โดยรอบ เพื่อสอบถามทำความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาเรื่องกลิ่น โดยจะต้องสัมผัสกับประชาชนให้เยอะขึ้น ในระยะยาว โรงขยะอ่อนนุชจะปรับเป็นพื้นที่สีเขียวดูแลจัดการขยะที่มีคุณภาพ เนื่องจากเรามีแผนแม่บทอยู่แล้ว จะต้องดำเนินการตามแผนอย่างเคร่งครัดต่อไป
ส่วนเรื่องสุดท้าย การแก้ปัญหาทุจริตคอรัปชั่นในกทม. ย้ำว่าเรื่องทุจริตเป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญ เน้นย้ำเรื่องความโปร่งใสเชื่อว่าที่ผ่านมาเราทำดีขึ้นในหลายสถานการณ์แต่อาจจะยังมีเรื่องที่ค้างคาอยู่สำหรับเรื่องทุจริตลู่วิ่งได้สั่งการให้ปลัดกทม.ไปดูอีก 17 โครงการที่สส.ได้เสนอมาแต่ไม่ได้ขึ้นถึงผู้ว่าฯ ซึ่งปลัดกทม.ได้สั่งการไปที่สำนัก จึงได้ให้ปลัดกทม.ไปตามเรื่องและรายงานผลการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงภายใน 7 วันในเรื่องที่ยังอาจไม่ได้ตรวจสอบอย่างครบถ้วนหรือยังขาดอยู่
ส่วนเรื่องที่ทางคณะกรรมการ ก.ก. สั่งให้สอบสวนใหม่ก็ให้ไปเร่งรัดดำเนินการว่าที่ให้ตั้งคณะกรรมการสอบใหม่ตามข้อสังเกตของ ก.ก. ไปถึงไหนแล้ว ซึ่งที่เราบอกว่ายังไม่สิ้นสุดก็ให้ไปดำเนินการในส่วนนี้ และให้เร่งรัดทำหนังสือถามไปที่ ป.ป.ช. ว่าที่ให้ป.ป.ช.ไปตรวจสอบนั้นมีความคืบหน้าไปถึงไหนแล้วเพราะปปชจะมีวิธีการตรวจสอบที่มีรายละเอียดเข้มข้นกว่า เน้นย้ำทุกเรื่องเป็นเรื่องสำคัญไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม
"เพราะเรื่องทุจริตคอรัปชั่นเป็นเรื่องที่บั่นทอนความไว้วางใจของประชาชนต้องเร่งรัดและเอาจริงเอาจังอย่าให้คนส่วนน้อยมาทำให้คนส่วนใหญ่เกิดปัญหาขึ้น" นายชัชชาติ กล่าวย้ำ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี