542.jpg
ชัชชาติ สั่งอพยพประชาชนในรัศมี 30 เมตร ปิดการจราจรแยกบ้านแขก วงเวียนใหญ่

ชัชชาติ สั่งอพยพประชาชนในรัศมี 30 เมตร ปิดการจราจรแยกบ้านแขก วงเวียนใหญ่

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 20.35 น.

“ชัชชาติ” รุดลงพื้นที่เหตุอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ สั่งอพยพ 3 อาคาร เฝ้าระวังรัศมี 30 เมตร ปิดการจราจรแยกบ้านแขก-วงเวียนใหญ่ ย้ำปลอดภัยสูงสุด กำชับผู้รับเหมาเร่งแก้ไขสถานการณ์ด่วน

เมื่อเวลา 17.50 น. วันที่ 9 ก.ค. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์กรณีเกิดเหตุน้ำรั่วไหลภายในอุโมงค์ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน–ราษฎร์บูรณะ บริเวณใกล้วงเวียนใหญ่ โดยนายชัชชาติได้เข้าสังเกตการณ์บริเวณจุดเกิดเหตุบนถนนประชาธิปก พร้อมตรวจสอบอาคารข้างเคียงที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ถนนทรุดตัวและมีน้ำรั่วซึมภายในอุโมงค์ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ผู้ประกอบการร้านค้า คลินิก และอาคารพาณิชย์ในพื้นที่ต้องเร่งขนย้ายทรัพย์สินออกจากอาคารด้วยความกังวลเรื่องความปลอดภัย 


ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

นายชัชชาติได้ประชุมติดตามสถานการณ์ภายหลังพูดคุยกับผู้รับเหมาก่อสร้างและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในเวลาเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่เทศกิจ สำนักงานเขตคลองสาน และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของบริษัทผู้รับเหมา ได้ปิดการจราจรบนถนนประชาธิปก ตั้งแต่ช่วงแยกบ้านแขกไปจนถึงวงเวียนใหญ่ พร้อมทั้งใช้เครื่องมือตรวจวัดการทรุดตัวของผิวถนนและอาคารโดยรอบอย่างต่อเนื่อง จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าผิวถนนบริเวณจุดเกิดเหตุมีการทรุดตัวลงเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย เจ้าหน้าที่ต้องขยายแนวกั้นพื้นที่ออกไปเพื่อความปลอดภัยและป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

เวลา 19.00 น. นายชัชชาติ ได้เปิดเผยถึงสถานการณ์ว่า อุโมงค์ดังกล่าวเป็นเส้นทางเดียวกันกับจุดที่เคยเกิดเหตุที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล แต่เป็นคนละผู้รับเหมากัน สำหรับจุดเกิดเหตุนี้ถือเป็นจุดต่ำสุดของอุโมงค์ซึ่งทำหน้าที่คล้ายบ่อรับน้ำ จึงส่งผลให้เกิดการรั่วไหลของน้ำและนำไปสู่การทรุดตัวของดิน โดยในขณะนี้ทางการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และผู้รับเหมากำลังเร่งดำเนินการแก้ไขสถานการณ์อย่างเต็มที่

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

สำหรับแนวทางการดำเนินงานของกรุงเทพมหานครนั้น จะเน้นไปที่การดูแลความปลอดภัยของประชาชนบริเวณผิวจราจรเป็นหลัก โดยได้สั่งการให้มีการเฝ้าติดตามอัตราการรั่วของน้ำและการทรุดตัวของดินอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินสถานการณ์ว่าความเสียหายมีแนวโน้มจะขยายวงกว้างออกไปหรือไม่ ทั้งนี้ได้กำหนดพื้นที่เฝ้าระวังในรัศมี 30 เมตรจากจุดเกิดเหตุ และจำเป็นต้องอพยพผู้ที่อาศัยอยู่ในอาคารโดยรอบถนนประชาธิปกจำนวน 3 อาคาร ซึ่งมีประชาชนรวมประมาณ 60 คน ให้ย้ายออกจากพื้นที่ไปก่อนเป็นเวลา 1 สัปดาห์ โดยในส่วนของอาคารที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุมากที่สุดได้ดำเนินการอพยพประชาชนออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนอาคารใกล้เคียงยังคงอยู่ในระหว่างการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งมีการติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดการเอียงตัวและการสั่นสะเทือนของอาคาร หากพบค่าที่ผิดปกติระบบจะแจ้งเตือนทันที

ทั้งนี้กรุงเทพมหานครได้สั่งปิดการจราจรตั้งแต่แยกบ้านแขกถึงบริเวณวงเวียนใหญ่ เพื่ออำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่ได้เข้าปฏิบัติงานและลดแรงสั่นสะเทือนที่อาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่เกิดเหตุ โดยนายชัชชาติกล่าวว่า จากรายงานสถานการณ์ล่าสุดพบว่ามีแนวโน้มทรงตัวแต่ยังไม่สามารถวางใจได้ จำเป็นต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยแนวทางแก้ไขหลักคือการเร่งหยุดการรั่วของน้ำและทำให้ชั้นดินมีความแข็งแรงมากขึ้น ซึ่งเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้รับเหมาที่ต้องดำเนินการแก้ไขให้เรียบร้อย

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

นอกจากนี้ ในส่วนของการเยียวยาความเสียหาย จะมีการพิจารณาในภายหลัง โดยขณะนี้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรก พร้อมทั้งยอมรับว่าหากมีความจำเป็นต้องปิดการจราจรเป็นเวลานาน อาจต้องมีการจัดรถรับส่งเพิ่มเติมเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน โดยเฉพาะโรงเรียนหลายแห่งที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top