542.jpg
สถ.กางผลโกงสอบทั่วปท. พิรุธ5,372คน ตรวจคะแนน10ศูนย์ แฉเมืองคอน-สงขลา เจอผิดปกติเกิน70%

สถ.กางผลโกงสอบทั่วปท. พิรุธ5,372คน ตรวจคะแนน10ศูนย์ แฉเมืองคอน-สงขลา เจอผิดปกติเกิน70%

วันเสาร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

สถ.กางผลโกงสอบทั่วปท.

พิรุธ5,372คน

ตรวจคะแนน10ศูนย์

แฉเมืองคอน-สงขลา

เจอผิดปกติเกิน70%

 

“สงขลา-นครศรีธรรมราช” ติดชาร์ต หลัง สถ.เปิดผลคะแนน โกงสอบท้องถิ่น 10 ศูนย์ พบความผิดปกติพุ่ง เกิน 70% เผยตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้วครบ 100% จากยอดผู้มารายงานตัวเข้ารับการบรรจุทั้งสิ้น 14,988 ราย ด้าน “ลิซ่า” โฆษกปชน.ตามจี้ มท.4 “วรศิษฎ์”ถอนตัวคดีโกงสอบท้องถิ่น หลังชื่อลุงถูกกล่าวหา ทำนายเก้าอี้ รมต.สั่นคลอนแน่นอน เจ้าตัว ยันไม่ถอนตัว ระบุไม่เกี่ยวกับการตรวจสอบ ลั่นไม่มีการแทรกแซง ชี้ต้องแยกเรื่องส่วนบุคคลกับการเมือง


เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.)เปิดเผยรายงานความคืบหน้าการตรวจสอบผลคะแนนสรรหาและบรรจุแต่งตั้งพนักงานส่วนท้องถิ่น ล่าสุดกระบวนการตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้วครบ 100% จากยอดผู้มารายงานตัวเข้ารับการบรรจุทั้งสิ้น 14,988 ราย (จากยอดเรียกบรรจุทั้งหมด 15,520 ราย และไม่มารายงานตัว 532 ราย)

โดยพบว่ามีผู้ผ่านเกณฑ์ในกลุ่มคะแนนปกติจำนวน 9,217 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 61.50 ขณะที่ตรวจพบกลุ่มที่มีข้อผิดปกติสูงถึง 5,372 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 35.84 และยังมีกลุ่มที่อยู่ระหว่างชะลอเพื่อรอตรวจสอบเพิ่มเติมอีก 399 ราย (ร้อยละ 2.66)

เจาะลึกกลุ่มที่มีความผิดปกติ

จากการเจาะลึกข้อมูลในกลุ่มที่มีความผิดปกติรวม 5,372 ราย สามารถจำแนกปมปัญหาในระบบประมวลผลคะแนนออกเป็น 3 ประเด็นหลัก ได้แก่

กลุ่มความผิดปกติทั่วไปในระบบ: มีจำนวนสูงสุดถึง 3,044 ราย (คิดเป็นร้อยละ 20.31)

กลุ่มคะแนนคลาดเคลื่อน (เพิ่ม 1 คะแนน) ตรวจพบกรณีที่คะแนนในกระดาษคำตอบจริงน้อยกว่าข้อมูลฐานข้อมูลในระบบ Excel จำนวน 1,522 ราย (คิดเป็นร้อยละ 10.15)

กลุ่มที่ไม่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ พบผู้เข้ารับการตรวจที่ได้คะแนนภาค ค น้อยกว่าร้อยละ 60 หรือมีคะแนนวิชาภาษาอังกฤษน้อยกว่า 10 คะแนน จำนวน 806 ราย (คิดเป็นร้อยละ 5.38)

สำหรับกลุ่มที่ยังอยู่ระหว่าง “รอการตรวจสอบ” อีกจำนวน 399 ราย นั้น เกิดจากปัญหาด้านเทคนิคและเอกสาร โดยแบ่งเป็น กรณีไฟล์ภาพไม่ชัดเจน 133 ราย, ไม่มีไฟล์ภาพในระบบ 27 ราย, และไม่มีรายชื่อปรากฏในระบบ Excel จำนวน 205 ราย รวมถึงสาเหตุอื่นๆ อีก 34 ราย ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งสอบทานเอกสารต้นฉบับเพื่อหาข้อสรุปที่แน่ชัด

ทั้งนี้ เมื่อจำแนกตามรายศูนย์สอบทั่วประเทศทั้ง 10 แห่ง พบว่าศูนย์สอบที่มีความโปร่งใสและมีสัดส่วนคะแนนปกติสูงที่สุดคือ ศูนย์สอบภาคเหนือ 1 (เชียงใหม่) มีอัตราความปกติสูงถึงร้อยละ 79.15 รองลงมาคือ ศูนย์สอบภาคเหนือ 2 (พิษณุโลก) อยู่ที่ร้อยละ 72.90

สงขลา-นครศรีฯน่าห่วง

ในทางกลับกัน ศูนย์สอบที่พบอัตราส่วนความผิดปกติพุ่งสูงที่สุดจนน่ากังวลคือ ศูนย์สอบภาคใต้ 2 (สงขลา) ซึ่งมีอัตราความผิดปกติสูงถึงร้อยละ 75.96 (พบข้อผิดปกติ 477 ราย จากผู้ตรวจทั้งหมด 628 ราย) และตามมาด้วย ศูนย์สอบภาคใต้ 1 (นครศรีธรรมราช) มีอัตราความผิดปกติอยู่ที่ร้อยละ 74.09 โดยศูนย์สอบภาคใต้ 1 ยังเป็นพื้นที่ที่ตรวจพบผู้ได้คะแนนภาค ค หรือภาษาอังกฤษไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำสูงที่สุดในประเทศอีกด้วย (จำนวน 691 ราย)

ทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ยืนยันว่าจะดำเนินกระบวนการตรวจสอบเอกสารและสมุดคำตอบฉบับจริงอย่างตรงไปตรงมาและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพื่อรักษาผลประโยชน์และสร้างความเชื่อมั่นในระบบราชการส่วนท้องถิ่นอย่างสูงสุดต่อไป

“ลิซ่า”ตามไล่บี้ มท.4

วันเดียวกัน น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคประชาชน (ปชน.) ตั้งคำถามถึงคดีทุจริตสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่นกลายเป็นประเด็นใหญ่ระดับประเทศที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก เพราะมูลค่าความเสียหายมหาศาล และหลักฐานที่ปรากฏขึ้นมาเรื่อยๆ ก็ยิ่งทำให้เห็นเบาะแสของเครือข่ายการทุจริตที่ทำงานเป็นขบวนการ ว่าอาจมีทั้งข้าราชการประจำระดับสูงและฝ่ายการเมืองเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง

ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รับคดีทุจริตจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 เป็นคดีพิเศษ มีผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 6,014 คน และปรากฏว่า หนึ่งในรายชื่อผู้ถูกกล่าวหา คือนายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สตูล เป็นลุงของนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.4)

ย้ำต้องขุดให้ถึงต้นตอ

โดย น.ส.ภคมน กล่าวว่า หวังว่าท่านวรศิษฎ์คงไม่ปฏิเสธว่าไม่รู้จัก ไม่สนิทกับคุณลุง แม้วันนี้ต้องให้ความเป็นธรรม ว่าผู้ถูกกล่าวหาในทางกฎหมายยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์และสามารถชี้แจงข้อเท็จจริงกับ ป.ป.ช. ได้ตามกระบวนการ แต่สังคมจะเชื่อหรือไม่ว่า คนที่เป็นหลานรับผิดชอบกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ออกหน้าแถลงข่าวกับสาธารณะว่าจะต้องเอาให้ถึงที่สุด การสอบทุจริตเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ จะต้องสาวให้ถึงตอ จะต้องขุดให้ถึงราก วันนี้คนที่ถูกกล่าวหาคือคนใกล้ตัวมาก ๆ คือพี่ชายของบิดา ซึ่งเป็นคุณลุง ท่านจะเชื่อไหมว่าวันนี้ท่านวรศิษฎ์จะขุดให้ถึงตอจริง ๆ

โฆษกพรรค ปชน. กล่าวอีกว่า เพื่อให้กระบวนการเป็นไปอย่างยุติธรรม จึงเรียกร้องให้นายวรศิษฎ์ถอนตัวออกจากกระบวนการตรวจสอบทุจริตการสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น เพราะตอนนี้สังคมกำลังตั้งคำถาม นำไปสู่การไม่เชื่อถือ และหากยังอยู่ในหน้าที่ต่อไป การปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งหน้า ตำแหน่งของวรศิษฎ์อาจไม่มั่นคง

“ต่อให้ท่านบอกว่าปิดชื่อและถือความผิดเป็นที่ตั้ง อย่าลืมว่าปิดชื่อ นามสกุลยังโผล่ ประชาชนเขาไม่เชื่อ ว่าท่านจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน ประชาชนเขาไม่เชื่อ ว่าท่านจะไม่เอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้อง ประชาชนเขาไม่เชื่อค่ะ ว่าท่านมีเจตนาที่จะขุดให้เจอตอ สาวให้ถึงรากจริงๆ เพราะอะไร เพราะสุดท้ายเหมือนที่ดิฉันบอกว่า ต่อให้เจอตอ ก็เป็นรากเดียวกัน” โฆษกพรรค ปชน. กล่าว

น.ส.ภคมน กล่าวย้ำว่า นายวรศิษฎ์ควรแสดงสปิริตถอนตัว เพราะไม่มีความชอบธรรม เนื่องจากมีคนใกล้ตัวเป็นผู้ถูกกล่าวหา เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าไม่มีส่วนรู้เห็นเป็นใจเกี่ยวกับการทุจริตสอบในครั้งนี้

“วรศิษฎ์”ยันไม่ถอนตัว

ด้าน นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ โฆษกพรรคประชาชนเรียกร้องให้ถอนตัวออกจากคณะกรรมการตรวจสอบทุจริตการสอบข้าราชการท้องถิ่น หลังปรากฏชื่อ นายสัมฤทธิ์ เรียงประสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล ซึ่งมีศักดิ์เป็นลุง เป็นหนึ่งในรายชื่อที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรียกสอบนั้น

นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า รายชื่อที่ถูกเรียกสอบส่วนใหญ่เป็นบุคคลที่อยู่ในคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ซึ่ง ป.ป.ช. ก็จะเรียกสอบอยู่แล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นผู้ที่กระทำความผิดแล้ว หรือมีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการทุจริต ขณะที่ตนเองอยู่ในฝ่ายบริหารด้านนโยบาย ซึ่งมีการสั่งการให้ไปตรวจสอบ ตนไม่ใช่ผู้ที่ลงไปตรวจหรือชี้ถูกชี้ผิด จึงไม่ต้องกังวลว่าการมีชื่อคนใกล้ชิดของตนจะทำให้ผลการตรวจสอบผิดเพี้ยน ซึ่งที่ผ่านมา ก็มีการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมาอยู่แล้ว มิฉะนั้นผลคงไม่ออกมาเช่นนี้ก่อนจะตั้งคำถามถึง น.ส.ภคมน ว่า “เห็นท่านคอยติดตามผมตลอด ก็ขอบคุณนะครับ ไปไล่หานายกฯ จริง ๆ ทำงานอยู่ ขอบคุณที่ให้ความสนใจ เอาเวลาไปดูเรื่องเฟคนิวส์ในเพจพรรคประชาชนบ้าง”

ไม่แทรกแซงการตรวจสอบ

นายวรศิษฎ์ ยังย้ำว่า การตรวจสอบเป็นหน้าที่ของบุคคลอื่น ตนอยู่ในฐานะผู้มอบนโยบาย ไม่มีสิทธิ์เข้าไปแทรกแซง และไม่คิดจะเข้าไปแทรกแซงอยู่แล้ว จริง ๆ แล้ว เรื่องที่ฝ่ายค้านตรวจสอบเป็นเรื่องที่ดี ก็ขอให้ช่วยกันตรวจสอบ โดยขอให้อยู่บนหลักความเป็นจริงด้วย ว่าข้อเท็จจริงควรเป็นอย่างไร และสิ่งที่ปฏิบัติมาควรเป็นอย่างไร

นายวรศิษฎ์ ยังกล่าวย้ำด้วยว่า ตนพร้อมที่จะเข้าไปตอบกระทู้ หากมีเพื่อนสมาชิกตั้งกระทู้ ซึ่งปกติก็มีการตั้งกระทู้ถามอยู่แล้ว และตนก็ตอบทุกครั้งอยู่แล้ว

นายวรศิษฎ์ ยังกล่าวอีกว่า ที่ฝ่ายค้านพยายามจับจ้องมาที่ตนเองเป็นพิเศษ ก็ขอให้ไปถามเขา เพราะตนไม่มีเวลาไปรู้สึกว่าถูกจับผิดอยู่หรือไม่ เนื่องจากงานที่รับผิดชอบก็มากอยู่แล้ว

เมื่อถามย้ำว่า ขอแสดงความมั่นใจกับประชาชนหรือไม่ว่า หากวันหนึ่งบุคคลในครอบครัวมีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้อง จะไม่เข้าไปช่วยเหลือ และจะตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมาใช่หรือไม่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า “ไม่มีใครปกป้องใครได้ ถ้าผมปกป้อง ผมก็ตาย ใครเข้ามาปกป้องใครก็ตาย ท่านนายกฯ ชัดเจนที่สุดอยู่แล้วเรื่องนี้ ว่าเกี่ยวกับใคร คนนั้นต้องรับผิดชอบ หากจะปกป้อง และมีกระบวนการที่ทำแบบนั้นได้จริง แล้วทำไมผลจึงออกมาเป็นแบบนี้ เห็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ออกมา ทุกคนก็เห็นว่าตรงไปตรงมา”

เมื่อถามว่ายืนยันใช่หรือไม่ว่า ไม่ต้องแสดงสปิริตในการถอนตัวออกจากคณะกรรมการสอบสวนครั้งนี้ นายวรศิษฎ์ กล่าวถามกลับว่า “เมื่อช่วงต้นปี ที่คนในพรรคประชาชนโดนจับเรื่องเว็บพนัน แล้วทำไมท่านถึงไม่ลาออกบ้าง หัวหน้าพรรคถึงไม่ลาออกบ้าง กรณีนี้ไม่ต้องรับผิดชอบหรืออย่างไร”

นายวรศิษฎ์ ย้ำอีกครั้งว่า เป็นเรื่องส่วนบุคคล ต้องแยกให้ออก อย่าเอาการเมืองมาผสมจนเละเทะ เพราะไม่เป็นผลดีกับใคร

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top