วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
‘กมธ.งบฯปี70’ ฮึ่มชงแขวน ‘งบกองทุนฟื้นฟูเกษตรกร’ พันล้าน ด้าน ‘ชัยวัฒน์’ เปิดข้อมูล ‘สตง.’ พบความไม่โปร่งใสทางบัญชีจำนวนลูกหนี้เกษตรกร ขณะที่ ‘ชาดา’ จวกต้องต้องหาคนรับผิด ซัดกองทุนไม่ช่วยแก้หนี้เกษตรกร แต่เอาเงินไปอุดหนุน ‘ม็อบ’ ขณะที่ ‘เลขากองทุนฟื้นฟู’ รับมีปัญหาการทำบัญชี แต่ไม่มีเรื่องทุจริต ย้ำเร่งสะสางให้เสร็จในเดือนก.ย.นี้
วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายอนุรักษ์ จุรีมาศ สส.ร้อยเอ็ด พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองประธานกมธ.ฯ คนที่2 เป็นประธานการประชุม เข้าสู่การพิจารณางบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานในกำกับ ทั้งนี้กมธ.มีข้อซักถามถึงรายละเอียดดำเนินการ โดยเฉพาะในส่วนของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ที่พบว่ามีปัญหาต่อการตรวจสอบบัญชี
โดยนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร กมธ.ฯ อภิปรายตอนหนึ่ง ส่วนของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ที่เสนอของบประมาณ ปี2570 จำนวน 1,089 ล้านบาท มีข้อพิจารณาว่าสมควรได้รับหรือไม่ จากข้อมูลของผู้สอบบัญชีไม่สามารให้ความเห็นได้ เพราะมีปัญหาหลายกรณี เช่น รายการเงินสด เทียบเท่าเงินสด 613 ล้านบาท จากการตรวจสอบพบบันทึกรายรับ-รายจ่าย หลายประเภทในบัญชีเงินฝากในธนาคารเดียวกัน โดยนำส่งทะเบียนคุมรายรับรายจ่ายแต่ละประเภทไม่ถูกต้อง ทำให้ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ายอดเงินฝากธนาคารคงเหลือนั้นถูกต้อง และไม่มีวิธีการตรวจสอบอื่นเพื่อให้ตรวจสอบได้ ทำให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินจึงไม่สามารถสรุปได้ว่ายอดเงินฝากถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ นอกจากนั้นในส่วนของลูกหนี้เกษตรกร จำนวน 8,482 ล้านบาท ตรวจสอบเอกสารหลักฐานได้แค่ 708 ล้านบาท อีก 7,773 ล้านบาท ไม่สามารถตรวจสอบหลักฐานได้ และกองทุนไม่สามารถหาหลักฐานมาให้ตรวจสอบได้ เพราะกองทุนไม่ได้จัดทำยอดลูกหนี้คงเหลือ ในวันสิ้นงวดให้ตรวจสอบ

นายชัยวัฒน์ อภิปรายต่อว่า สตง. ได้ตรวจสอบพบว่าข้อมูลที่ส่งมาอีกหลายรายการ เช่น รายงานมูลหนี้คงค้าง มีข้อผิดพลาดและไม่สัมพันธ์กับการบันทึกทางบัญชีหลายรายการ นอกจากนั้นกองทุนไม่ได้กำหนดหลักเกณฑ์ทำธุรกรรม จัดส่งข้อมูลรายละเอียอของธุรกรรม และบางกรณีตามรายงานของการสอบข้อเท็จจริง พบว่าลูกหนี้เกษตรกรไม่มีอยู่จริง ทำให้สตง. ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าลูกหนี้นั้นเป็นลูกหนี้ที่แท้จริง ได้รับการอนุมัติถูกต้อง การบันทึกบัญชีลูกหนี้และค่าใช้จ่ายถูกต้องครบถ้วนหรือไม่
“กรณีที่ลูกหนี้เกษตรกรที่ไม่มีอยู่จริง เป็นอาการหนักมาก และยังมีอีกหลายรายการที่พบการแก้ไขบัญชีย้อนหลังรวมเป็น 10 ปี รวม 12 เรื่อง เงินที่โอนเข้ามา 1,262 ล้านบาท พบหมายเหตุประกอบงบการเงินพบว่า ไม่ทราบผู้โอน อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูล รายงานตรวจเงินแผ่นดินบ่งบอกให้เห็นว่ามีปัญหาหนักต่อการบริหารจัดการ ยิ่งกว่าเล่นขายของ เงินเข้าไม่รู้มาจากไหน เงินออกไปไหนไม่รู้ เกษตรกรบางรายไม่มีตัวตนจริง ผมขอตั้งคำถามว่าเกิดอะไรกับการบริหารกองทุน ที่พบข้อผิดพลาด นอกจากนั้นแล้วจะปรับปรุงแก้ปัญหาอย่างไร” นายชัยวัฒน์ อภิปราย

นายชัยวัฒน์ ซักถามต่อว่า การแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร มี 2 แบบโครงการ คือ โครงการแก้ปัญหาฟื้นฟูหนี้สินที่เป็นองค์กร และ โครงการแก้ปัญหาฟื้นฟูหนี้สินลูกหนี้ที่เป็นเกษตรกร โดยในปี2570 มีตัวชี้วัดว่าจะแก้หนี้เกษตรกร ให้ได้ 621 ราย ใช้งบ 288 ล้านบาท เมื่อดูตัวเลขงบฯ ตั้งแต่เริ่มจัดตั้งกองทุน ปี2542 ใช้เงินไปแล้ว 1.6 หมื่นล้านบาท แต่ปัญหาหนี้สินเกษตรกรไม่ลดลง แสดงว่ากองทุนฟื้นฟูทำไม่ได้เป้าหมาย ดังนั้นต้องพิจารณาว่าองค์กรจะอยู่ต่อไปหรือไม่ ขณะที่ยอดคงเหลือของเงิน ปี2569 มียอดคงเหลือ 613 ล้านบาท และปี 2570 ประมาณว่าจะมียอดเงินคงเหลือ 346 ล้านบาท และปี2571 เหลือ 514 ล้านบาท และปี2572 คาดว่าจะเหลือเงิน 11.6 ล้านบาท ยอดเงินคงเหลือที่หายไปจำนวนมากเป็นเพราะอะไร
ด้านนายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกมธ. อภิปรายสนับสนุนนายชัยวัฒน์ พร้อมเสนอกมธ.ให้แขวนการพิจารณางบของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไว้ก่อน เพราะจากข้อมูลของสตง. พบว่ามีการกระทำผิด แต่ทำไมถึงไม่แจ้งความดำเนินคดี
“ผมขอแขวนเพื่อช่วยรัฐมนตรีด้วย นักการเมืองไม่มีใครกล้า แต่ กมธ.ทำได้ ถ้าไม่ทำถือว่ากมธ.บกพร่อง เพราะ สตง.ชี้แล้ว ดังนั้นต้องแขวนไว้ หากให้เท่ากับว่า กมธ.ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ที่ถูกต้อง เอาเกษตรกรเป็นตัวประกัน ตอนตั้งใหม่ๆ ใช้เงินไม่กี่หมื่นล้านบาท แต่ยังไม่จบ เท่าไรก็ไม่จบ ไม่มีตัวเลข ตัดตอน หาประโยชน์ เพราะไม่ได้ฟื้นฟูเกษตรกร แต่กลับเป็นกลุ่มผลประโยชน์ ต่อรองอำนาจรัฐ ใช้การเดินนขบวนต่อรอง ดังนั้นที่แล้วมาปล่อยเฉย แต่วันนี้ ตามที่ สตง. รายงาน ยอมไม่ได้ต้องหาคนผิด” นายชาดา กล่าว

ขณะที่นายบุญลือ ประเสริฐโสภา สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกมธ.ฯ อภิปรายสนับสนุนนายชาดา พร้อมกล่าวว่า “ผมเห็นด้วยกับท่านชาดา ต้องปล่อย ต้องเลิกม็อบเกษตรไม่มีอาชีพเดินขบวน เพื่อนำเงินกองทุนฟื้นฟูไปช่วย ขอให้แขวน”
นางวรรณี มหานีรานนท์ เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ชี้แจงว่า ยอมรับว่าตามการรายงานบัญชีของ สตง. นั้นยอมรับว่าเป็นปัญหาจริง แต่เป็นความบกพร่องทางข้อมูล บกพร่องทางการบริหารจัดการ ไม่ใช่การทุจริต ทั้งนี้ยอมรับว่าตั้งแต่ตั้งกองทุนฟื้นฟู สามารถเริ่มแก้ปัญหาหนี้สินเกษตรก ได้ในปี2549 คือ ซื้อหนี้เข้ากองทุน และให้เงินกู้ยืมกับกลุ่มองค์กร ทั้งนี้มีเกษตรกรเข้ากองทุน 4 หมื่นคน มีโครงการมากกว่า 1.3หมื่นโครงการ มีสาขาจังหวัด 81 แห่ง และมีสำนักงานใหญ่อีก 1 แห่ง โดยระยะเริ่มต้นกองทุนไม่มีระบบการเงิน การบัญชีที่ออกแบบครอบคลุมทุกสาขา ทำให้มีปัญหา แต่ได้แก้ไขปรับปรุงในปี2564 ซึ่งเริ่มใช้ได้ในปี2565 ซึ่งมีรายละเอียด ความเคลื่อนไหวข้อมูล ทั้งนี้มีรายการรับ-จ่าย รวมกว่า 2 แสนรายการ
“ตั้งแต่ปี 65 ถึงปัจจุบันมีข้อมูลที่ตรวจสอบได้ แต่ยังมีข้อมูลที่สะสางอีกว่า 2แสนรายการ จึงเป็นภารกิจหลักที่สำนักงานต้องสะสาง ซึ่งขณะนี้มี สตง.เป็นพี่เลี้ยง ให้คำปรึกษา โดยภายใน ก.ย. นี้จะมีความคืบหน้า สะสางหลายรายการ ซึ่งยอมรับว่าการบริหารจัดการมีปัญหา แต่ไม่ใช่การทุจริต” นางวรรณี กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี