542.jpg
ก๊วนแก้คำตอบอ่วม เชือด11ขรก. หมายเรียกโกงสอบ

ก๊วนแก้คำตอบอ่วม เชือด11ขรก. หมายเรียกโกงสอบ

วันพุธ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ก๊วนแก้คำตอบอ่วม

เชือด11ขรก.

หมายเรียกโกงสอบ

วิน-พิชิตปฏิเสธข้อหา

รมต.โต้ปากสั่นไม่รู้จัก

ผบ.ตร.เห็นชื่อหมดแล้ว

นัดแถลงใหญ่15ก.ค.นี้

ผบช.ก. ชี้ 3 ผู้ต้องหาหลักคดีโกงสอบท้องถิ่น ที่รวบได้ยกแก๊ง หลักฐานชัดทำหน้าที่ระดม จนท.รัฐ แก้ไขข้อมูลในไฟล์กระดาษคำตอบ จ่อออกหมายเรียก 11 ข้าราชการท้องถิ่น มือแก้ข้อสอบ แจ้งข้อหาดำเนินคดีด้วยสัปดาห์หน้า เผย “วิน-น้องสาว-ผอ.พิชิต” ปฏิเสธข้อกล่าวหา แต่ตร.มีหลักฐานแน่น ด้านนายฯอนุทิน ขึงขังขู่ฟันไม่เลี้ยงถ้า’แกนนำภูมิใจไทยเข้ารไปมีเอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น

เมื่อบ่าย 13.00 น. วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. เปิดเผยกรณีจับกุม 3 ผู้ต้องหาคดีโกงข้อสอบ ว่า จากการรวบรวมหลักฐานของชุดสืบสวนสอบสวนกองบังคับการปราบปราม พบว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 คนที่จับกุมตัวได้เมื่อวานนี้ กระทำความผิดอย่างชัดเจนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขไฟล์กระดาษคำตอบ โดยเป็นผู้ที่วางแผนและรวบรวมข้าราชการท้องถิ่นมาแก้ไขไฟล์ที่บริษัทของ จ่าสิบตรี ดร.พิชิต ทั้งพรม หรือ จ่าพิชิต ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ที่ ป.ป.ช. เข้าตรวจค้นพบในที่เกิดเหตุ จากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งสามยังคงไม่ให้ความร่วมมือ แต่ตำรวจมีหลักฐานชัดเจนที่จะเอาผิดกลุ่มผู้ต้องหานี้ได้


ส่วนกรณีจะต้องส่งสำนวนการสอบสวนครั้งนี้ไปให้ ป.ป.ช. รวมสำนวนหรือไม่นั้น พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่า จะต้องดูคำให้การของผู้ต้องหาเป็นหลัก ว่าการกระทำความผิดไปเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ของตัวเองในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ หากมีความเกี่ยวข้องจะต้องส่งสำนวนไปยัง ป.ป.ช. ในประเด็นนี้ จะต้องสอบสวนให้ชัดเจนว่า จ่าพิชิต เอาไฟล์ข้อมูลมาจากไหน หากเป็นการกระทำความผิดร่วมกันกับเจ้าหน้าที่รัฐที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการสอบท้องถิ่นครั้งนี้ จะต้องส่งสำนวนให้กับ ป.ป.ช. ต่อไป

หมายเรียก11ขรก.แก้คำตอบ

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวต่อว่า ภายในสัปดาห์หน้า จะให้พนักงานสอบสวนกองปราบฯ ออกหมายเรียก ข้าราชการท้องถิ่นทั้ง 11 คน ที่เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. และตำรวจ บก.ปปป. ตรวจค้นพบขณะกำลังแก้ไฟล์กระดาษคำตอบในบริษัทของ จ่าพิชิต ที่จังหวัดนนทบุรี มารับทราบข้อกล่าวหา รวม 3 ข้อหา เช่นเดียวกับผู้ต้องหาหลัก 3 คน ที่จับกุมได้เมื่อวานนี้ ประกอบด้วย ความผิดเกี่ยวกับอั้งยี่และซ่องโจร, ความผิดเกี่ยวกับการนำไปซึ่งเอกสารและปลอมแปลงเอกสาร และ ความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ ฐานนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบฯ

“ในส่วนนี้แม้ว่าทั้ง 11 คนเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ แต่เบื้องต้นพบว่าเป็นการกระทำนอกเวลาราชการ ในบริษัทเอกชน และไม่ได้ใช้อำนาจหน้าที่ที่ตัวเองมีในการกระทำความผิด ในส่วนนี้พนักงานสอบสวนกองปราบฯ สามารถดำเนินคดีได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องส่ง ป.ป.ช.” พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าว.

ผู้ต้องหาให้การปฎเสธ

ก่อนหน้านี้ พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามขออำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางออกหมายจับผู้ต้องหา 3 คน ประกอบด้วย จ่าสิบตรีพิชิต ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์, นายอัศวิน หรือ “ดร.วิน” ที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง และนางสาวศตพร ในข้อหาร่วมกันเป็นอั้งยี่ ร่วมกันเป็นซ่องโจร ร่วมกันเอาไปเสีย ซ่อนเร้น หรือทำให้สูญหายซึ่งเอกสาร ร่วมกันปลอมแปลงเอกสารราชการ และร่วมกันนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

จากข้อมูลการสืบสวน ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและยังไม่ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อคดี ขณะที่พนักงานสอบสวนพบพยานหลักฐาน ทั้งเส้นทางการเงิน ข้อมูลการติดต่อสื่อสาร และหลักฐานอื่น เชื่อมโยงผู้ต้องหากับขบวนการทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเชื่อว่าผู้ต้องหาทั้งหมดมีบทบาทเป็นผู้ประสานงานของเครือข่าย

จ่าพิชิตมีบทบาทสำคัญ

จากข้อมูลการสืบสวน จ่าสิบตรีพิชิตถูกมองว่ามีบทบาทในระดับปฏิบัติการของเครือข่าย ขณะที่ผู้ต้องหาอีก 2 คน มีบทบาทประสานงานกับหน่วยงานและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการจัดสอบ ทั้งกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ บริษัทที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อสอบ และบุคคลอื่นที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ โดยทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการประสานงานในแต่ละพื้นที่ เบื้องต้น จากข้อมูลการสืบสวน ยังไม่พบพยานหลักฐานเชื่อมโยงเครือญาติของผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ว่าเข้าไปร่วมกระทำความผิด การขยายผลคดี ป.ป.ช. อยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเงินและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อพิสูจน์บทบาทของบุคคลที่อาจเกี่ยวข้องเพิ่มเติม ขณะที่กองบังคับการปราบปรามจะรวบรวมข้อมูลส่งให้ ป.ป.ช.หากพบเจ้าหน้าที่รัฐหรือบุคคลอื่นเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่

นายกฯขู่ฟันคนภท.ถ้ามีเอี่ยว

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ ว่าได้รับทราบเรื่องที่ตำรวจจับผู้ต้องหาคดีกองสอบล็อตแรกได้แล้ว 3 คน

เมื่อถามว่าจะต้องมีการคัดกรองทีมงานของรัฐมนตรีหรือไม่ หลังพบว่าหนึ่งในผู้ต้องหาเคยเป็นคณะทำงานของรัฐมนตรี นายกฯ กล่าวว่า ได้กำชับว่าเวลาจะแต่งตั้งใคร ให้เป็นตำแหน่งหลัก เป็นตำแหน่งรอง หรือตำแหน่งที่ปรึกษา จากนี้ไปต้องคัดกรองให้เต็มที่ โดยตนจะให้ผู้ใหญ่ในคณะรัฐมนตรี(ครม.)ตรวจสอบทั้งหมด ซึ่งขณะนั้นยังไม่มีปัญหาสักคน ต้องยึดข้อมูลในขณะนั้น

เมื่อถามถึงกรณีชื่อคนที่อยู่ในกระบวนการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น เกี่ยวข้องกับแกนนำในพรรคภูมิใจไทย(ภท.) นายกฯกล่าวว่า หากเกี่ยวข้องกับใคร ก็โดนหมด

เมื่อถามต่อว่า หากเป็นคนระดับแกนนำก็โดนด้วยใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า แน่นอน ยิ่งถ้าเป็นคนของพรรคก็ไม่มีเว้น หากโดนตนหรือโดนใคร ก็ต้องจัดการตามกฎหมาย และถูกดำเนินคดี“

บ้าแล้วตั้งที่ปรึกษา20คน

เมื่อถามต่อว่าจะต้องพิจารณาหรือสกรีนเรื่องการแต่งตั้งที่ปรึกษา หรือทีมงานของรัฐมนตรีหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า สกรีนความประพฤติอยู่ตลอดเวลา แต่ตอนนี้คนในพรรคก็โดนไปหลายยกแล้ว ก็ต้องเพิ่มความระมัดระวัง

“ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่จะไปตอบแทนบุญคุณใคร ทุกคนเข้ามาเป็นรัฐมนตรีได้ มีตำแหน่งทางการเมืองได้ เพราะประชาชนเลือกมา ฉะนั้นเจ้าบุญคุณทั้งหลายในอดีต ก็ถือว่ากองไว้ตรงนั้น ไม่ต้องเอามาเป็นบุญคุณตรงนี้ เพราะว่าผมเป็นคนตั้ง ไม่ต้องติดหนี้บุญคุณใคร รัฐมนตรีก็ไม่สามารถที่จะแต่งตั้งใคร ด้วยความเกรงใจ หรือเป็นหนี้บุญคุณ ก้าวหน้าจนมาเป็นถึงรัฐมนตรีแล้ว ยังมาตั้งทีมคณะทำงานที 20-30 คน บ้าแล้ว“นายกฯ กล่าว เมื่อถามย้ำว่าไม่กังวลใช่หรือไม่ว่าแรงเหวี่ยงจะมาถึงนายกฯ นายกฯ กล่าวว่า ตนก็กังวล พวกรัฐมนตรีทั้งหลาย มาเป็นรัฐมนตรีแล้ว ทำไมจะต้องมีคณะทำงาน และที่ปรึกษาอะไรเยอะแยะ ถ้าอย่างนี้ ก็ไม่ต้องเป็น

มท.ย้ำมีกรอบทำงาน120วัน

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง กรณีการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบว่า เป็นเรื่องของกระบวนการทางราชการก็ว่ากันไป

เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายกรอบการทำงานไว้อย่างไรบ้าง นายธีรพัฒน์ กล่าวว่า การทำงานเป็นเรื่องของระเบียบกฎหมายอยู่แล้ว ว่า ต้องทำภายใน 120วัน เมื่อถามว่า ขณะนี้ความคืบหน้าถึงไหนแล้ว นายธีรพัฒน์ กล่าวว่า ขณะนี้เพิ่งเริ่มตั้ง ต้องไปดูว่าผลสอบของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เมื่อถามว่าได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจากหน่วยงานอื่นอีกหรือไม่ นายธีรพัฒน์ กล่าวว่า ยังไม่มีเลย เมื่อถามอีกว่า จะมีรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีกหรือไม่ นายธีรพัฒน์ กล่าวว่า เป็นคนละกระบวนการ เป็นข้อกฎหมายของแต่ละที่ คนละเรื่องกัน

ในคดีดังกล่าว พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าว ขณะนี้อยู่แค่ในชั้นสืบสวน ซึ่งเป็นคนละกรณีกับตำรวจสอบสวนกลาง ในส่วนของตนรับสืบสวนในกรณีที่มีลักษณะฉ้อโกง ส่วนเรื่องเส้นทางการเงิน หากรับเป็นคดีพิเศษ ทางดีเอสไอก็ต้องทำด้วย

พันพันถึงใครเชือดหมด

นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นว่า วันที่ 15 ก.ค.ทางคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) มีการนัดประชุมและเมื่อมีผลอย่างไร ก็จะส่งไปยังกองกลาง ซึ่งเป็นคนตัดสินสุดท้าย อำนาจอยู่ที่กองกลาง ซึ่งหากกองกลางมองว่า เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง หรือมีการทุจริตต้องมีมติเพิกถอนการบรรจุ

เมื่อถามว่า จะไม่มีปัญหาการถูกฟ้องกลับใช่หรือไม่ หากผู้ที่ถูกเพิกถอนบริสุทธิ์ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า เรื่องนี้มีหลักฐานเชิงประจักษ์อยู่แล้ว เป็นหน้าที่ของเรา การทำหน้าที่ก็ต้องมีปัญหาตลอด แต่เราเชื่อมั่นว่าสิ่งที่เราทำถูกต้อง อย่างที่ท่านพระพุทธทาสภิกขุบอกว่า “ถ้าวันนี้ถูกต้อง ก็ไม่ต้องกลัวพรุ่งนี้”

รอลุ้นเชือด5พันคน

เมื่อถามว่า จะมีการเปิดเผยรายชื่อข้าราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติมหรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า การสอบวินัยร้ายแรงไม่ได้ทำเฉพาะคนที่ถูกตั้งคณะกรรมการสอบเบื้องต้นเท่านั้น แต่ต้องดูพยานแวดล้อมทั้งหมดด้วย ใครที่เกี่ยวข้องพัวพันต้องดำเนินการทั้งหมด ส่วนมีการเชื่อมโยงไปยังบุคคลอื่นอีกหรือไม่นั้น อยู่ที่คณะกรรมการสอบสวน ซึ่งเขามีการกำหนดกรอบตามข้อมูลหมดแล้ว

เมื่อถามว่า ขณะนี้มีการโยงไปยังการเมืองในพื้นที่ภาคใต้ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า เราทำหน้าที่ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย หากนอกเหนือจากนี้มีเรื่องของบุคคลภายนอกทางป.ป.ช.ก็จะดำเนินการ ทางตำรวจก็จะออกหมายจับไปเรื่อยๆ หากมีข้อมูลพยานหลักฐาน

เมื่อถามว่า จำนวนข้าราชการที่บรรจุไปแล้วและพบความผิดปกติเรื่องของคะแนน ที่จะส่งให้คณะกรรมการกลางเพิกถอนมีจำนวนเท่าไหร่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ก็อย่างที่บอก 5,000 กว่าคน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top