วันศุกร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
542.jpg
‘ป้อม ภาวุธ’ลองเอง AI Pass ตอบโจทย์กลุ่มเริ่มต้น แนะร่วมผลักดัน เป็นโครงสร้างพื้นฐาน

‘ป้อม ภาวุธ’ลองเอง AI Pass ตอบโจทย์กลุ่มเริ่มต้น แนะร่วมผลักดัน เป็นโครงสร้างพื้นฐาน

วันศุกร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 07.45 น.

วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า  เมื่อวานนี้ผมมีโอกาสได้เข้าร่วมรีวิวแอปพลิเคชัน AI Pass (หรือชื่อเดิม TH-AI Passport) ที่ร้าน Open Craft ที่เปิดให้คนภายนอกมาทดลองเล่น โดยผมไปกับ อ.อ้อ (ดร.การดี เลียวไพโรจน์) เพื่อติดตามความคืบหน้าของโครงการนี้อย่างใกล้ชิดครับ

#ผลลัพธ์จากการตรวจสอบและการปรับโมเดลธุรกิจ


จากที่ผมเคยตั้งข้อสังเกตและอภิปรายในรัฐสภาเกี่ยวกับที่มาที่ไปและงบประมาณก้อนโตของโครงการนี้ วันนี้พลังจากกระแสสังคมและการตรวจสอบร่วมกันได้ส่งผลให้โครงการมีการปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจครั้งสำคัญ

จุดที่เปลี่ยนไปและสมเหตุสมผลมากขึ้นคือ จากเดิมที่ “เป็นการตั้งงบจ่ายเงินระดับ 1,600 ล้านบาท" ถูกปรับมาเป็นโมเดล “การจ่ายตามจำนวนผู้ใช้งานจริง” หรือ Pay-per-Active User ในราคาประมาณ 25 บาท/คน/เดือน พูดง่ายๆ คือ “ใช้เท่าไหร่ จ่ายเท่านั้น” ถ้าคนใช้น้อย เงินที่เหลือก็ต้องคืนคลังรัฐ วิธีนี้ช่วยอุดรอยรั่วและเซฟงบประมาณแผ่นดินไปได้มาก ถือเป็นทิศทางที่ดีขึ้นจากการการันตีจ่ายเงินทั้งก้อนในอดีต

#รีวิวจากการใช้งานเหมาะกับใคร?

จากการที่ผมได้ทดลองใช้ระบบ AI Pass ปัจจุบันทำหน้าที่เหมือนศูนย์รวมโมเดล AI หลายค่ายไว้ในที่เดียว ทั้ง AI ข้อความ, วาดภาพ, สร้างวิดีโอ, ทำเพลง และวิเคราะห์ข้อมูล  

- สำหรับสาย Tech หรือคนใช้ AI ประจำ: แพลตฟอร์มนี้อาจยังไม่ตอบโจทย์เท่าไหร่ครับ เพราะฟีเจอร์ฟรีของค่ายใหญ่ๆ ข้างนอกยังมีความสามารถและยืดหยุ่นสูงกว่า
- สำหรับผู้เริ่มต้น: ถือว่าตอบโจทย์กลุ่มนี้ เพราะมีกลไกแบบ "Learn to Earn" คือต้องเข้ามาเรียนรู้ทำภารกิจก่อน ถึงจะได้แต้ม (Credit) ไปใช้ AI ถือเป็นการบังคับให้เกิดการเรียนรู้และกระจายโอกาสให้คนที่ยังไม่เคยเข้าถึง

ข้อสังเกตเพิ่มเติม: ปัจจุบันยังมีโมเดลที่เป็นของคนไทยน้อยเกินไป ข้อเสนอของผมคือควรผลักดันให้มีโมเดลภาษาไทยมากกว่านี้ และเปิดให้ใช้ฟรีแบบไม่จำกัด โดยติดตั้งระบบในประเทศเพื่อควบคุมต้นทุน ซึ่งจะช่วยพัฒนา Ecosystem ของเทคโนโลยีไทยไปพร้อมกัน

**ส่วนการใช้เชิงเทคนิคลึกๆ แนะนำให้ติดตามจาก อ.ธนชาติ, อ.การดี, 9arm หรือ พี่โดมครับ

#ถ้างบเดินหน้าแล้วต้องใช้ให้คุ้มที่สุด 

ในเมื่อโครงการนี้ถูกอนุมัติและเดินหน้าไปแล้ว หน้าที่ของพวกเราคือการช่วยคิดว่าจะ "ทำอย่างไรให้ประเทศได้ประโยชน์สูงสุด" เพราะลำพังแค่การเดินสาย Roadshow หรือจัดแข่งขันทักษะทั่วไป ผมประเมินว่ายอดผู้ใช้อาจไม่ถึง 5 ล้านคนด้วยซ้ำ

เราจึงต้องมอง AI Pass ให้เป็น "โครงสร้างพื้นฐาน AI (AI Infrastructure) ของประเทศ" โดยแบ่งเป็นกลุ่มผู้ใช้ และโดยดึงหน่วยงานหลักเข้ามาขับเคลื่อนร่วมกัน.

- กลุ่มนักเรียน-นักศึกษา: ร่วมมือกับกระทรวง อว. และกระทรวงศึกษาธิการ บรรจุแพลตฟอร์มนี้เป็นเครื่องมือเรียนรู้และฝึกทักษะ AI ขั้นพื้นฐานในสถานศึกษา

- กลุ่มผู้ประกอบการ SME: จับมือกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD), สสว. และสภา/สมาพันธ์ SME เพื่อออกแบบหลักสูตร AI สำหรับธุรกิจโดยเฉพาะ ช่วยยกระดับการแข่งขันของเอสเอ็มอีไทย

- กลุ่มข้าราชการ: ร่วมมือกับสำนักงาน ก.พ.ร. พัฒนาหลักสูตรสำหรับงานราชการที่ทำซ้ำๆ เช่น AI สำหรับงานบริการประชาชน หรือการจัดการเอกสารในชีวิตประจำวันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐ

จากประสบการณ์ตอนที่บริหารธุรกิจส่วนตัว ผมเคยผลักดันให้พนักงานทุกคนเรียนรู้และนำ AI มาใช้ พร้อมจัดทำ Dashboard เพื่อติดตามการใช้งานจริงของแต่ละทีม ผมยินดีนำแนวทางและบทเรียนเหล่านี้มาแบ่งปันกับรัฐบาล เพื่อนำไปต่อยอดในระดับประเทศ เพราะการผลักดัน AI ไม่ควรจบแค่การแจกสิทธิหรือเปิดให้ลงทะเบียน แต่ต้องวัดการใช้งานจริง เห็นผลลัพธ์ และปรับปรุงโครงการได้อย่างต่อเนื่องครับ

#ข้อเสนอแนะมาตรการตรวจสอบทางเทคนิค

สิ่งสำคัญที่สุดที่ขาดไม่ได้คือเรื่อง ความโปร่งใส เนื่องจากคณะกรรมการตรวจรับของรัฐส่วนใหญ่อาจไม่ได้มีความเชี่ยวชาญเชิงลึกด้านสถาปัตยกรรมไอทีขั้นสูง

ผมจึงเสนอให้เปิดช่องทางเชิญ สมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AI Association) หรือผู้เชี่ยวชาญอิสระภายนอกเข้ามาเป็น ผู้ตรวจสอบร่วม (Co-auditor) ทางเทคนิคควบคู่ไปกับการตรวจรับงาน เพื่อคอย Re-check ปริมาณ Token ที่วิ่งจริง, สเปกของโมเดล  รวมถึงตรวจสอบระบบความปลอดภัยของข้อมูลประชาชน

#บทสรุปของผมในตอนนี้

เป้าหมายหลัก ณ ตอนนี้คือการผลักดันให้เงินภาษีที่ลงทุนไปแล้ว ถูกกระจายไปสร้างประโยชน์ให้ครอบคลุมกลุ่มคนมากที่สุด และเกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริงครับ

สำหรับผม นี่คือตัวอย่างของการเมืองที่ควรจะเป็นครับ ไม่ใช่การโต้เถียงกันไปมาเพื่อเอาชนะทางการเมือง แต่คือรัฐบาลริเริ่ม ฝ่ายค้านตรวจสอบและเสนอแนะ ก่อนนำข้อทักท้วงไปปรับปรุง เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์มากที่สุดครับ ส่วนที่ปรับปรุงดีขึ้น เราก็พูดตามข้อเท็จจริง ส่วนที่ยังมีความเสี่ยงก็ต้องติดตามและตรวจสอบกันต่อไป

เพราะสุดท้ายแล้วต้องดูว่าประเทศและพี่น้องประชาชนได้รับประโยชน์อะไร เงินภาษีทุกบาททุกสตางค์ต้องถูกใช้อย่างคุ้มค่า และความร่วมมือของทุกฝ่ายจะช่วยพาประเทศไทยเดินไปข้างหน้าครับ

ทุกท่านมีความเห็นอย่างไรกับการปรับโมเดลและการผลักดันโครงการนี้? มาแลกเปลี่ยนมุมมองกันได้นะครับ.! หรืออยากไปลองทดสอบ AI Pass ก็ไปลองเล่นที่ร้าน Open Craft ได้ครับ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top