542.jpg
รัฐบาล เผย ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส เปิดรับสมัครถึงสิ้นเดือน ส.ค. นี้

รัฐบาล เผย ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส เปิดรับสมัครถึงสิ้นเดือน ส.ค. นี้

วันศุกร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 08.26 น.

รัฐบาลเผยความคืบหน้า “ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส” ประชาชนเริ่มซื้อแฟรนไชส์แล้ว 150 ราย เปิดรับถึง 31 ส.ค.นี้

วันที่ 17 ก.ค. นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าสร้างโอกาสให้ประชาชนมีอาชีพและรายได้ ผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส” ซึ่งล่าสุดหลังเปิดให้ประชาชนเลือกซื้อแพ็กเกจแฟรนไชส์ผ่านเว็บไซต์ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 และเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ที่ผ่านมา มีประชาชนเข้าร่วมซื้อแพ็กเกจแฟรนไชส์แล้ว 150 ราย และยังมีผู้สนใจจำนวนมากอยู่ระหว่างยื่นเอกสารเพื่อเข้าร่วมโครงการ โดยเปิดรับสมัครจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569


ลลิดา เพริศวิวัฒนา

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ภายใต้นโยบายของรัฐบาลที่มุ่งดูแลค่าครองชีพควบคู่กับการสร้างรายได้ โดยสนับสนุนค่าแพ็กเกจแฟรนไชส์ 50% สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาทต่อราย สำหรับแฟรนไชส์ที่มีมูลค่าไม่เกิน 100,000 บาท พร้อมคัดเลือกแฟรนไชส์มาตรฐานกว่า 100 แบรนด์ ให้ประชาชนสามารถเริ่มต้นธุรกิจได้ง่ายขึ้นและลดความเสี่ยงในการลงทุน

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ธุรกิจที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในช่วงเริ่มต้นโครงการ ได้แก่ กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม โดยเฉพาะธุรกิจสตรีทฟู้ด เช่น ลูกชิ้นระเบิด ลูกชิ้นยืนกิน ไส้กรอกทอด ขนมโตเกียว ผัดไทย เย็นตาโฟ รวมถึงเครื่องดื่ม เช่น ชานม กาแฟ น้ำผลไม้ปั่น และโยเกิร์ตปั่น รองลงมาเป็นธุรกิจด้านการศึกษา และธุรกิจบริการ เช่น ร้านซักอบรีด สะท้อนว่าประชาชนให้ความสนใจธุรกิจที่สามารถเริ่มต้นได้เร็ว ใช้เงินลงทุนไม่สูง และสร้างรายได้ในชีวิตประจำวัน

 ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

นอกจากนี้ รัฐบาลยังสนับสนุนผู้ประกอบการใหม่อย่างครบวงจร ทั้งการประสานความร่วมมือกับ SME D Bank ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เพื่อให้เข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษและการค้ำประกันสินเชื่อ รวมถึงได้รับความร่วมมือจากบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) เปิดพื้นที่จำหน่ายสินค้าในห้างโลตัสและแม็คโครกว่า 2,000 สาขา รวมกว่า 10,000 จุดทั่วประเทศ โดยยกเว้นค่าเช่าเป็นเวลา 6 เดือน พร้อมเชื่อมต่อร้านค้าเข้าสู่แอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” เพื่อเข้าร่วมมาตรการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เพิ่มโอกาสเข้าถึงลูกค้าและสร้างยอดขายได้ตั้งแต่เริ่มประกอบกิจการ

“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างอาชีพควบคู่กับการสร้างรายได้อย่างยั่งยืน โดยช่วยลดภาระต้นทุนตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจ ทั้งเงินสนับสนุน แหล่งเงินทุน พื้นที่จำหน่ายสินค้า และการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ เพื่อให้ประชาชนสามารถเริ่มต้นธุรกิจได้จริง มีรายได้ที่มั่นคง และเป็นอีกแรงสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ” นางสาวลลิดา กล่าว

ลลิดา เพริศวิวัฒนา

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top