วันศุกร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
รัฐบาลเผยความคืบหน้า “ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส” ประชาชนเริ่มซื้อแฟรนไชส์แล้ว 150 ราย เปิดรับถึง 31 ส.ค.นี้
วันที่ 17 ก.ค. นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าสร้างโอกาสให้ประชาชนมีอาชีพและรายได้ ผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส” ซึ่งล่าสุดหลังเปิดให้ประชาชนเลือกซื้อแพ็กเกจแฟรนไชส์ผ่านเว็บไซต์ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 และเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ที่ผ่านมา มีประชาชนเข้าร่วมซื้อแพ็กเกจแฟรนไชส์แล้ว 150 ราย และยังมีผู้สนใจจำนวนมากอยู่ระหว่างยื่นเอกสารเพื่อเข้าร่วมโครงการ โดยเปิดรับสมัครจนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ภายใต้นโยบายของรัฐบาลที่มุ่งดูแลค่าครองชีพควบคู่กับการสร้างรายได้ โดยสนับสนุนค่าแพ็กเกจแฟรนไชส์ 50% สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาทต่อราย สำหรับแฟรนไชส์ที่มีมูลค่าไม่เกิน 100,000 บาท พร้อมคัดเลือกแฟรนไชส์มาตรฐานกว่า 100 แบรนด์ ให้ประชาชนสามารถเริ่มต้นธุรกิจได้ง่ายขึ้นและลดความเสี่ยงในการลงทุน
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ธุรกิจที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในช่วงเริ่มต้นโครงการ ได้แก่ กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม โดยเฉพาะธุรกิจสตรีทฟู้ด เช่น ลูกชิ้นระเบิด ลูกชิ้นยืนกิน ไส้กรอกทอด ขนมโตเกียว ผัดไทย เย็นตาโฟ รวมถึงเครื่องดื่ม เช่น ชานม กาแฟ น้ำผลไม้ปั่น และโยเกิร์ตปั่น รองลงมาเป็นธุรกิจด้านการศึกษา และธุรกิจบริการ เช่น ร้านซักอบรีด สะท้อนว่าประชาชนให้ความสนใจธุรกิจที่สามารถเริ่มต้นได้เร็ว ใช้เงินลงทุนไม่สูง และสร้างรายได้ในชีวิตประจำวัน
.jpg)
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
นอกจากนี้ รัฐบาลยังสนับสนุนผู้ประกอบการใหม่อย่างครบวงจร ทั้งการประสานความร่วมมือกับ SME D Bank ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เพื่อให้เข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษและการค้ำประกันสินเชื่อ รวมถึงได้รับความร่วมมือจากบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) เปิดพื้นที่จำหน่ายสินค้าในห้างโลตัสและแม็คโครกว่า 2,000 สาขา รวมกว่า 10,000 จุดทั่วประเทศ โดยยกเว้นค่าเช่าเป็นเวลา 6 เดือน พร้อมเชื่อมต่อร้านค้าเข้าสู่แอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” เพื่อเข้าร่วมมาตรการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เพิ่มโอกาสเข้าถึงลูกค้าและสร้างยอดขายได้ตั้งแต่เริ่มประกอบกิจการ
“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างอาชีพควบคู่กับการสร้างรายได้อย่างยั่งยืน โดยช่วยลดภาระต้นทุนตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจ ทั้งเงินสนับสนุน แหล่งเงินทุน พื้นที่จำหน่ายสินค้า และการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ เพื่อให้ประชาชนสามารถเริ่มต้นธุรกิจได้จริง มีรายได้ที่มั่นคง และเป็นอีกแรงสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ” นางสาวลลิดา กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี