วันศุกร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ภคมน จี้ หมอสรณ รับผิดชอบมติสำคัญ ควบรวมค่ายมือถือ-กองทุน USO หลัง คกก.สรรหา ชี้ มีลักษณะต้องห้าม บอกแม้ไม่ใช่นักการเมือง แต่ต้องรับผิดชอบต่อสาธารณะ มองเป็นสิทธิ์ หากร้องศาลปกครอง แต่เปลี่ยนข้อเท็จจริงไม่ได้ ขอ อนุทิน เร่งนำความขึ้นทูลเกล้าฯ ถอดถอนพ้นตำแหน่งด่วน
เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 17 ก.ค.2569 ที่รัฐสภา น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ภายหลังคณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีมติเอกฉันท์ ว่านพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. มีลักษณะต้องห้าม ว่า กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ได้มีการพิจารณาเรื่องคุณสมบัติของประธาน กสทช. 3 ครั้ง ซึ่งจริงๆ แล้วเราออกวาระไป 4 ครั้ง แต่ได้ประชุมจริงแค่ 3 ครั้ง ที่ผ่านมาตลอดการประชุมทั้ง 3 ครั้งนั้น เราค่อนข้างที่จะพบอุปสรรคมากมายคือไม่ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานที่ควรจะเข้ามาให้ข้อมูลกับทางกมธ. เท่าที่ควร และเราก็ได้ใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อำนาจเรียก ในการขอเอกสารต่างๆ
ซึ่งใจความสำคัญในการพิจารณาทั้ง 3 ครั้งคือ เราได้ทำความเห็นและเอกสารทั้งหมดส่งให้กับคณะกรรมการสรรหา และล่าสุดได้มีการนำเอกสารเพิ่มเติมเข้าไปในรายละเอียดสำคัญของเอกสารที่นายอนุสรณ์ แก้ววิเชียร สส.นนทบุรี พรรคประชาชน ในฐานะรองประธานกมธ.พัฒนาการเมืองฯ เข้าไปยื่นเพิ่มเติมกับคณะกรรมการสรรหาเมื่อช่วงเช้าวันที่ 17 ก.ค. เนื่องจากมีหนังสือตีลับ โดยสาระสำคัญของหนังสือของสำนักงานวุฒิสภายืนยันว่านพ.สรณ ได้ลาออกตั้งแต่วันที่ 8 เม.ย. แต่เอกสารอีกตัวของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และมหาวิทยาลัยมหิดล ยืนยันว่าวันที่ 8-12 เม.ย. นพ.สรณ ยังคงประกอบวิชาชีพอยู่ ซึ่งเท่ากับว่าเอกสารทั้ง 2 ฉบับนี้ อาจจะขัดแย้งกัน ซึ่งเราได้นำส่งไปที่กรรมการสรรหาและหากพิจารณาตามเอกสารของกระทรวงอว. ที่ส่งมา เท่ากับว่านพ.สรณ ขาดคุณสมบัติตั้งแต่ต้น เพราะยังคงประกอบวิชาชีพและได้รับค่าตอบแทนอยู่
เมื่อถามว่า เมื่อคุณสมบัตินพ.สรณ ขาดตั้งแต่ต้น มองว่าต้องมีคนรับผิดชอบหรือไม่ว่า น.ส.ภคมน กล่าวว่า ตำแหน่งประธานกสทช. เป็นตำแหน่งโปรดเกล้าฯ หลังจากนี้ไปเมื่อกรรมการสรรหาได้พิจารณาแล้วว่า นพ.สรณ มีคุณสมบัติที่ไม่ครบถ้วนในการเป็นประธานกสทช. ตนคิดว่าหน้าที่ต่อไปคือนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ต้องนำเรื่องนี้ทูลเกล้าฯ เพื่อให้มีการโปรดเกล้าฯ ถอดถอนประธานกสทช. ลงมาอย่างเร็วที่สุด ตามพ.ร.บ.กสทช. มาตรา 20 ที่ได้ระบุไว้ว่า หากมีกรรมการกสทช.คนใดขาดคุณสมบัติจะต้องมีการโปรดเกล้าฯ ถอดถอนทันที และทางสำนักงาน กสทช. ต้องทำหนังสือเข้ามาภายใน 15 วัน ไปยังวุฒิสภาให้มีการสรรหาใหม่โดยเร็วที่สุด หวังว่าหลังจากนี้ประธานกสทช. ซึ่งประชาชนเริ่มรับรู้แล้วว่ามีความสำคัญกับประโยชน์สาธารณะอย่างไร ตนคิดว่าหลังจากนี้ประธานกสทช.คนใหม่ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่ง ก็น่าจะได้รับการตรวจสอบจากสาธารณะมากขึ้น
เมื่อถามว่า ในส่วนของกมธ. จะดำเนินการอย่างไร น.ส.ภคมน กล่าวว่า ทางกมธ. รอดูเป็นวันที่ 20 ก.ค. ให้นายกรัฐมนตรีกลับมาจากการเยือนประเทศจีนว่ามีแอคชั่นต่อเรื่องนี้อย่างไร หากยังนิ่งอยู่ทางกมธ.จะทำหนังสือเข้าไปตามความเห็นส่งนายกรัฐมนตรี และในเมื่อกรรมการสรรหามีมติออกมาแบบนี้แล้ว นายกรัฐมนตรีจำเป็นต้องทูลเกล้าฯ เพื่อให้มีการถอดถอนออกมาเร็วที่สุด
เมื่อถามว่า มองว่านพ.สรณ ต้องรับผิดชอบย้อนหลังหรือไม่ น.ส.ภคมน กล่าววา ต้องดูว่ารับผิดชอบย้อนหลังต่อเรื่องอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเดินทางไปต่างประเทศ หรือการประกอบวิชาชีพ และในขณะที่ดำรงตำแหน่ง ตนคิดว่าต้องไปดูกฎหมายของพ.ร.บ.กสทช. แต่ความรับผิดชอบต่อสาธารณะ ตนต้องคิดว่านพ.สรณ จะต้องรับผิดชอบต่อสาธารณะ ทั้งเรื่องที่มีมติในการนั่งหัวโต๊ะในการควบรวมค่ายมือถือ และพี่น้องประชาชนต้องแบกรับผลกระทบที่เกิดขึ้นในขณะนี้ รวมถึงหลายเรื่องในกองทุน USO ที่คุณอนุมัติไปทั้งหมดเป็นเงินทรัพยากรของประเทศหลักหลายพันบาท ซึ่งตนคิดว่านพ.สรณ แม้ไม่ได้เป็นนักการเมือง แต่อยู่ในตำแหน่งดูแลผลประโยชน์ของชาติ เป็นคลื่นความถี่ที่มีเงินมหาศาล ตนคิดว่าคุณควรจะมีความรับผิดชอบต่อสาธารณะไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
เมื่อถามว่า เป็นห่วงหรือไม่นพ.สรณ จะใช้กระบวนการศาลปกครอง หรือกระบวนการกฎหมายอื่น เพื่อค้านมติในวันนี้ และกระบวนการทอดยาวไปจนหมดวาระกสทช. น.ส.ภคมน กล่าวว่า ตนคิดว่าต้องแยกเป็น 2 ส่วน คือในเรื่องที่ปกป้องตัวเอง หรือแย้งอะไรเป็นสิทธิ์ของเขา แต่ในวันนี้เมื่อเรื่องกว่าที่จะมาถึงมติของกรรมการสรรหาของนพ.สรณ ทอดยาวมาถึง 4 ปี และวันนี้อย่างน้อยกรรมการสรรหามีมติแล้ว 4 ต่อ 0 ซึ่งตนทราบมาว่ากรรมการสรรหาเองก็พยายามรวบรวมหลักฐานมาตลอด และในกมธ.พัฒนาการเมืองฯ ทำงานทั้งหน้าฉากและหลังฉากในการประสานต่างๆ เพื่อส่งข้อมูล และเข้าใจว่าในวันนี้ต่อให้จะไปยื่นเพื่อปกป้องตัวเองโดยใช้กลไกทางกฎหมาย แต่สิ่งที่จะต้องทำให้สาธารณะรับรู้และรับทราบ คือมีเหตุผลอะไรให้คนที่ขาดคุณสมบัติมาตั้งแต่เริ่มต้น ทอดยาวมาถึง 4 ปี และมีเหตุผลอะไรอีกที่ทุกคนจะช่วยปกป้องนพ.สรณ เพื่ออยู่ในตำแหน่งได้อีก ตนคิดว่าไม่มีน้ำหนักและไม่มีความจำเป็นอะไรที่ทั้งกระบวนการยุติธรรม หรือใครก็ตามต้องช่วยกันปกป้องนพ.สรณ อีกแล้ว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี