วันศุกร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
"ผบ.ทหารสูงสุด"แจงตั้ง"ศูนย์รบร่วม JCC" ใช้งบ 893 ล้าน ไม่มีเพิ่มกำลังพล ใช้วิธีดึง"อัตรา"จากหน่วยอื่นมาแทน ร้อยกว่าอัตรา ชี้ลดงบกำลังพล 4 แสนบาท/ปี เพื่อ"ระเบิดคอขวด"ในการบูรณาการรบ"ไซเบอร์-อวกาศ-ระบบอัตโนมัติ-ป้องกันภัยทางอากาศ-คลื่นแท่เหล็กไฟฟ้า"
17 กรกฎาคม 2569 พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ชี้แจง กมธ.พิจารณางบประมาณ ปี 2570 สภาผู้แทนราษฎร กรณีแผนป้องกันประเทศ ว่า แต่ในปัจจุบัน 2 ปีที่ผ่านมา กองบัญชาการกองทัพไทยและเหล่าทัพ ได้ปรับปรุงแผนป้องกันประเทศ ซึ่งปลายทางของการทำแผนป้องกันประเทศใหม่นั้นเป็นปฎิบัติการข้ามมิติ หรือ Joint All-Domain Operations ที่มีเพิ่มมากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าเราเข้าไปอยู่ในสถานะนั้นโดยสมบูรณ์แล้ว ในปัจจุบันนี้อยู่ในระยะการเปลี่ยนผ่าน โดยวิกฤตที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาเป็นโอกาสที่ทำให้เราได้เรียนรู้และทำให้เกิดองค์ความรู้ในการพัฒนาแผนป้องกันประเทศ
ส่วนการจัดตั้งศูนย์บัญชาการขีดความสามารถร่วม Joint Capabilities Command (JCC) ที่ได้สอบถามว่ามีแผนการใช้งบประมาณและอัตราอย่างไร พล.อ.อุกฤษฎ์ กล่าวว่า อัตราของ JCC ร้อยกว่าอัตราในข้างต้น กองบัญชาการกองทัพไทยไม่ได้ขออัตราใหม่ แต่ใช้วิธีการไปดูอัตราตำแหน่งในทุกส่วนราชการของกองบัญชาการกองทัพไทยที่สามารถปรับลดลงเนื่องจากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปในบริบทการทำงานปัจจุบันโดยดึงอัตราเหล่านั้นมาจัดใหม่เพื่อเป็น JCC ดังนั้น ในมิติงบกำลังพลจะไม่ได้เพิ่มขึ้น อีกทั้งเมื่อรวมงบกำลังพลในหน่วยใหม่ เราสามารถลดรายจ่ายกำลังพลต่อปีประมาณ 400,000 กว่าบาท
การพัฒนาสำหรับงบประมาณด้านการพัฒนาหน่วยที่จะจัดตั้งขึ้นอยู่ในวงเงิน 893 ล้านบาท ซึ่งในปีแรกจะอยู่ที่ร้อยกว่าล้านบาท โดยจะเป็นงบพัฒนาหน่วยในภาพรวม หากถามว่าจะทำงานได้จริงหรือไม่ ขอชี้แจงว่า JCC จะมีขีดความสามารถ 4 - 5 ประเด็น ได้แก่ ไซเบอร์ , คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า , ระบบอัตโนมัติ , การป้องกันภัยทางอากาศ , ด้านกิจการอวกาศ วางแผนอำนวยการทำพิมพ์เขียว ซึ่งที่ผ่านมาเหล่าทัพจะดำเนินการจัดหายุทโธปกรณ์ แยกตามภารกิจของตัวเอง หากไม่มี JCC เกิดขึ้น ก็จะทำให้การประสานและบูรณาการเพื่อความเป็นมาตรฐานเดียวกันและเชื่อมต่อกันได้ก็จะไม่เกิดขึ้น จึงต้องจัดตั้งหน่วยขึ้นมาและมอบความรับผิดชอบให้ชัดเจน เมื่อใดหน่วยชัดเจนแล้ว ก็จะมีพิมพ์เขียวและแนวปฏิบัติที่ชัดเจนตามมา ส่วนเรื่องความเป็นเอกภาพในการจัดหา UAV และ Anti Drone ของแต่ละเหล่าทัพที่แยกกันจัดหาและซ่อมบำรุง รวมถึงการวิจัยและพัฒนาของหน่วยงานในกองทัพกับหน่วยงานเอกชน และ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.)
พล.อ.อุกฤษฎ์ ชี้แจงกรณีมาตรฐาน UAV หรือ Counter-UAV ถ้ามองในภาพของการจัดตั้ง JCC ระบบอัตโนมัติจะมีหน่วยระบบอัตโนมัติและการป้องกันภัยทางอากาศร่วม บทบาทหน้าที่ของทั้งสองหน่วย จะมีหน้าที่กำหนดหลักนิยมการแบ่งความรับผิดชอบ และกำหนดรูปแบบการจัดหาให้เข้ากันได้ทุกเหล่าทัพ ที่ผ่านมาเราแยกกันดำเนินการโดยไม่มีศูนย์กลางในการบูรณาการและจัดระเบียบข้อมูล สิ่งที่เราต้องต้องทำให้เป็น Network Centric Operlation จะต้องเชื่อมโยงเข้ากันได้ เพื่อระเบิดคอขวดให้เป็น JCC ได้
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี