542.jpg
ชาวบ้านผิดหวังร้องไห้โฮ บัตรคนจนวุ่น แห่ยื่นอุทธรณ์ถึง31ก.ค. เอกนิติชี้ระบบรัดกุมขึ้น

ชาวบ้านผิดหวังร้องไห้โฮ บัตรคนจนวุ่น แห่ยื่นอุทธรณ์ถึง31ก.ค. เอกนิติชี้ระบบรัดกุมขึ้น

วันเสาร์ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ชาวบ้านผิดหวังร้องไห้โฮ

บัตรคนจนวุ่น

แห่ยื่นอุทธรณ์ถึง31ก.ค.

เอกนิติชี้ระบบรัดกุมขึ้น

 

คลังประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติโครงการบัตรคนจนที่มีผู้ลงทะเบียน 18.82 ล้านราย ผ่านเกณฑ์แค่ 9.51 ล้านราย อีก 9.31 ล้านราย
ผิดหวังแต่เปิดให้ยื่นอุทธรณ์สิทธิได้จนถึง 31 กรกฎาคมนี้ “เอกนิติ”ย้ำ ตั้งใจดูแลกลุ่มเปราะบางแท้จริง แจงสาเหตุที่มีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์จำนวนมากมาจากการปรับปรุงระบบคัดกรองให้รัดกุมขึ้น โดยตรวจสอบข้อมูลกับฐานข้อมูลของรัฐ เช่น รายได้ การถือครองที่ดิน-รถยนต์ ด้าน“ศิริกัญญา” ติง เข้มงวด-แข็งตัวเกินไป ตั้งใจคัดกรองคนออกทำให้คนจนที่เดือดร้อนจริงต้องหลุดออกไปด้วย ส่วนบรรยากาศในหลายจังหวัดชาวบ้านแห่ยื่นอุทธรณ์ขอทบทวนสิทธิอีกรอบ ป้าวัย 65 ชาวบุรีรัมย์ ร้องไห้หน้าธนาคาร หวังได้บัตรคนจนช่วยต่อลมหายใจ


เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากกระทรวงการคลังประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ภายหลังเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนและยืนยันสิทธิระหว่างวันที่ 4-21 มิ.ย. 2569 ปรากฏว่า มีผู้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ จำนวน 9.51 ล้านราย มีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์และถูกตัดสิทธิ 9.31 ล้านราย จากผู้ลงทะเบียนทั้งหมด 18.82 ล้านราย

ทั้งนี้ ผู้ที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ ประกอบด้วย 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม จำนวน 12.70 ล้านราย กลุ่มผู้ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่อยู่ในฐานข้อมูลความจำเป็นพื้นฐานของกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย และระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ (MSO-LOGBOOK) ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จำนวน 0.74 ล้านราย และ กลุ่มผู้ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่กระทรวงมหาดไทยสำรวจเพิ่มเติมในช่วงเปิดลงทะเบียน จำนวน 5.38 ล้านราย

โดยผู้ที่ผ่านการพิจารณา สามารถเริ่มใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.2569 เป็นต้นไป

เปิดให้ยื่นอุทธรณ์ได้ถึง31ก.ค.

ส่วนผู้ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ สามารถดำเนินการยื่นอุทธรณ์ได้ตั้งแต่วันที่ 17-31 ก.ค. 2569 ผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ https://welfare.mof.go.th, แอปพลิเคชัน ทางรัฐ, แอปพลิเคชัน เป๋าตัง, และหน่วยรับลงทะเบียนของธนาคารของรัฐ 5 แห่ง คือ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ตามวันและเวลาทำการของแต่ละสาขา โดยแจ้งความประสงค์ต่อเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการยื่นอุทธรณ์ผ่านระบบ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะคอยให้คำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนและเอกสารที่จำเป็นอย่างละเอียด เพื่อให้ประชาชนได้รับสิทธิอย่างถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่รัฐบาลกำหนดไว้ในโครงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยต่อไป

ประกาศผลทบทวนสิทธิ21ก.ย.

ทั้งนี้ ผู้ยื่นอุทธรณ์จะต้องแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องภายในวันที่ 16 ส.ค. 2569 จากนั้น กระทรวงการคลังจะประกาศผลการทบทวนสิทธิในวันที่ 21 ก.ย. 2569 ผ่านทั้ง 4 ช่องทางดังกล่าว หากผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติในรอบอุทธรณ์ จะสามารถเริ่มใช้สิทธิสวัสดิการแห่งรัฐได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2569 เป็นต้นไปอย่างไรก็ตาม ผู้ที่เคยได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐอยู่แล้ว ไม่ต้องดำเนินการยืนยันตัวตน (e-KYC) ใหม่ เนื่องจากระบบมีข้อมูลเดิมอยู่แล้ว ส่วนผู้ได้รับสิทธิรายใหม่ที่ไม่เคยถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะต้องยืนยันตัวตนผ่านหน่วยรับลงทะเบียนทั้ง 5 ธนาคาร หรือแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ก่อน จึงจะสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ โดยหากยืนยันตัวตนล่าช้า จะได้รับสิทธิหลังจากดำเนินการยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้ว

แจงตั้งใจดูแลกลุ่มเปราะบางจริง

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การคลัง ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นการพิจารณาและสรุปผลการตรวจสอบคุณสมบัติผู้มีสิทธิรับสวัสดิการแห่งรัฐ ประจำปี 2569 ที่ตัวเลขผู้ได้รับสิทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญว่า สาเหตุที่ตัวเลขผู้ไม่ผ่านเกณฑ์มีจำนวนมาก เป็นผลมาจากการที่รัฐบาลได้ปรับปรุงระบบการคัดกรองให้มีความจริงจังและรัดกุมมากยิ่งขึ้น โดยนำข้อมูลผู้ลงทะเบียนไปตรวจสอบไขว้กับฐานข้อมูลต่างๆ ของรัฐอย่างละเอียด เพื่อให้ผู้ที่ผ่าน ต้องเป็นไปตามเกณฑ์คุณสมบัติที่ตั้งไว้ เช่น ฐานข้อมูลการเสียภาษี การถือครองที่ดิน รายได้ และการถือครองรถยนต์ ทำให้สามารถคัดกรองผู้ที่ไม่ได้มีฐานะยากจนจริงออกไปได้

“เจตนารมณ์ในการดำเนินนโยบายครั้งนี้ที่เข้ามาสกรีนอย่างจริงจัง ก็เพื่อที่จะเอาคนจนจริงๆ เข้ามาสู่ระบบ ผมพูดจากใจเลยว่ารัฐบาลอยากจะช่วยคนที่ลำบากจริงๆ งบประมาณด้านสวัสดิการของรัฐบาลมีจำกัด จึงอยากให้บัตรใบนี้เป็นของคนที่ไม่มีอะไรเลยจริงๆ เช่น ผู้สูงอายุที่ป่วยติดเตียงและไม่มีรายได้ เพื่อให้ความช่วยเหลือลงไปถึงคนที่สมควรได้รับสวัสดิการและลำบากที่สุดอย่างแท้จริง”นายเอกนิติ กล่าว

ทั้งนี้ ประชาชนจะสามารถเข้าไปตรวจสอบสิทธิของตนเองได้ในระบบ ซึ่งหากพบว่าเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ ระบบจะมีการแสดงรายละเอียดชี้แจงอย่างชัดเจนว่าถูกตัดสิทธิเนื่องจากไม่ผ่านเงื่อนไขในข้อใด เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและตรวจสอบได้ และสามารถอุทธรณ์ได้ด้วย

ช่วยเกษตรกรให้ได้รับความเป็นธรรม

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าดูแลผู้มีรายได้น้อยและเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง โดยคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบการปรับปรุงหลักเกณฑ์โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ไม่นำวงเงินสินเชื่อเพื่อการเกษตรมารวมในการพิจารณาเพดานวงเงินสินเชื่อ 100,000 บาท เพื่อให้การพิจารณาสิทธิสะท้อนฐานะทางเศรษฐกิจของประชาชนได้อย่างเหมาะสมและเป็นธรรมยิ่งขึ้น โดยสินเชื่อเพื่อการเกษตรมีลักษณะแตกต่างจากสินเชื่อทั่วไป เนื่องจากเป็นเงินทุนที่เกษตรกรใช้ในการประกอบอาชีพ เช่น การซื้อเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย วัตถุดิบ การดูแลผลผลิต และบริหารสภาพคล่องตามรอบการเพาะปลูก รวมทั้งสินเชื่อที่เกี่ยวข้องกับมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง อุทกภัย และภัยธรรมชาติ ดังนั้น การนำวงเงินสินเชื่อดังกล่าวมารวมกับสินเชื่อประเภทอื่น อาจทำให้เกษตรกรรายได้น้อยบางส่วนถูกประเมินว่ามีศักยภาพทางการเงินสูงกว่าความเป็นจริง และพลาดโอกาสได้รับสวัสดิการของรัฐ

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำว่า การปรับหลักเกณฑ์ครั้งนี้ ไม่ใช่การยกเลิกหนี้หรือยกเว้นการตรวจสอบคุณสมบัติ แต่เป็นการปรับวิธีการพิจารณาให้สอดคล้องกับลักษณะของสินเชื่อเพื่อการประกอบอาชีพ โดยผู้ลงทะเบียนยังคงต้องผ่านเกณฑ์ด้านรายได้ ทรัพย์สิน และคุณสมบัติอื่น ๆ ตามที่โครงการกำหนดเช่นเดิม

“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการออกแบบมาตรการสวัสดิการที่สะท้อนสภาพความเป็นจริงของประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกรที่จำเป็นต้องใช้สินเชื่อเป็นเงินทุนในการประกอบอาชีพ ไม่ใช่เครื่องบ่งชี้ความมั่งคั่ง การปรับหลักเกณฑ์ครั้งนี้จะช่วยให้การคัดกรองผู้มีสิทธิได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมีความเหมาะสม เป็นธรรม และเข้าถึงผู้ที่ควรได้รับความช่วยเหลือได้มากยิ่งขึ้น” นางสาวลลิดา กล่าว

‘ไหม’ซัด ทำคนจนตัวจริงตกหล่น

ที่รัฐสภา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงดราม่าเกณฑ์รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน ที่ประกาศผลผู้ลงทะเบียนในวันนี้ ทำให้มีหลายคนถูกตัดสิทธิ์ว่า รัฐบาลโดยกระทรวงการคลัง มีการวางแผนพยายามที่จะลดจำนวนผู้ที่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เราสังเกตจากตัวงบประมาณที่ปีนี้ตั้งไว้เพียงแค่ 42,000 ล้านบาท จากที่ปกติใช้อยู่ที่ 50,000 กว่าล้านบาท ดังนั้นทางรัฐบาลคิดเอาไว้แล้วตั้งแต่ต้นว่าจำเป็นที่จะต้องลดจำนวนผู้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ได้ให้เหลือประมาณ 9-10ล้านคน จึงกลายเป็นว่ามีการปรับเกณฑ์ให้เข้มข้นและเข้มงวดมากขึ้น เพื่อลดจำนวนของคนที่จะได้รับบัตร แต่วิธีการลดจำนวนทำให้หลายคนที่เป็นคนจนจริง และเดือดร้อนจริงกับต้องตกหล่น

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า วันนี้เป็นวันที่ต้องประกาศผล เราก็จะได้ข่าวตั้งแต่เช้าว่าคนที่ตกหล่นคุณสมบัติทั้งที่เป็นคนที่เดือดร้อนจริงไม่ว่าจะเป็นในเรื่องบางเกณฑ์เป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้องคุณสมบัติกลายเป็นว่าไม่ถูก จากที่ไม่มีรถ ก็กลายเป็นว่ามีรถ ไม่ใช่ของตัวเองแต่อาจจะมีคนเอาชื่อไปสวมสิทธิ์หรือบางกรณี ที่ดินที่ตัวเองมีที่ที่คิดว่าไม่มี ก็กลายเป็นมีที่ดินเกิน 10 ไร่ รถมอเตอร์ไซต์ที่มีเกินหนึ่งคัน แต่ถ้าลูกเอาชื่อไปใส่ ก็ทำให้ตัวเองหลุด จากการที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเช่นเดียวกัน

จี้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาโดยเร็ว

จึงเป็นคำถามตัวโตๆว่าความพยายามของรัฐบาลที่ต้องการจะกรองคนออกไปให้ได้มากที่สุดวันนี้กลับกลายเป็นกรองคนที่เดือดร้อนจริงออกไปด้วยหรือไม่ กลายเป็นว่าคนที่มีรายได้น้อยส่วนหนึ่งจึงตกหล่นก็ต้องรอดูว่ากระบวนการอุทธรณ์จะมีผลรวดเร็วแค่ไหน ซึ่งที่ผ่านมาคนที่ลงทะเบียนทางไหนไปก็ต้องไปอุทธรณ์ทางนั้น และไปที่ธนาคารกันเต็มไปหมด

“ส่วนที่เราระบุไว้บนเว็บไซต์ว่าข้อมูลจากหน่วยไหนผิดก็ให้ติดต่อไปที่หน่วยงานนั้นตอนนี้ กรมการขนส่งทางบกที่เป็นเจ้าของข้อมูลเกี่ยวกับการถือครอง ถือครองรถยนต์ก็สายไหม้ไปแล้วโทรไม่ติดกี่เบอร์ที่ให้ไว้ก็ติดต่อไม่ได้เป็นการสะท้อนถึงการทำงานของทางกระทรวงการคลังโดยสำนักงานปลัดกระทรวงการคลังที่ยังไม่ได้เตรียมความพร้อมในกลไกของการอุทธรณ์ให้เรียบร้อย จำเป็นที่จะต้องมีการประสานงานกับหน่วยงานอื่นแต่หน่วยงานอื่นยังไม่ได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการอุทธรณ์ ในวันนี้จึงกลายเป็นความสับสนอลหม่านโกลาหลอยู่ในตอนนี้ก็อยากให้ทางรัฐบาลรีบเร่งในการแก้ไขปัญหานี้ให้ได้สมกับความตั้งใจว่าไหนๆ ก็อยากจะหาตัวคนที่เดือดร้อนจริงให้เจอ ก็อย่าให้เขาต้องมาหลุดตาข่ายการกรองที่มันถี่เกินไป เข้มงวดเกินไป จนทำให้คนที่เดือดร้อนจริงไม่ได้รับประโยชน์” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว

ชี้อยากแก้ไขความผิดพลาดในอดีต

เมื่อถามว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะรัฐบาลมีปัญหางบประมาณหรือไม่ทำให้ลดงบฯส่วนนี้ลง และกรองคนให้เหลือน้อยที่สุด โดยการเพิ่มเงื่อนไขต่างๆ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า เรื่องงบฯก็เป็นส่วนหนึ่ง มีปัญหาตั้งแต่ปี 69 เป็นปีแรกที่ตั้งใจจะให้มีการลงทะเบียนใหม่ และวันนั้นตอนปี 69 ได้รับงบฯเพียง 30,000 ล้านบาท เท่ากับว่าผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐต้องหายไปอีกครึ่ง แต่ขณะนี้เพิ่มขึ้นมา 42,000 ล้านบาท อาจทำให้ได้ผู้ถือบัตรฯเกือบ 10 ล้านคน รัฐบาลก็พยายามคัดกรองคนให้ได้มากที่สุดโดยการใช้เกณฑ์ที่ค่อนข้างแข็งตัว คือต้องผ่านทุกคุณสมบัติ ถึงจะได้รับบัตร แต่ในความเป็นจริง ความเดือดร้อนมีน้ำหนัก มีดีกรีหนักไม่เท่ากัน เช่น คนที่รายได้ไม่สูง แต่มีที่ดินเกิน10ไร่ แต่ที่ดิน10ไร่หาประโยชน์และทำรายได้ไม่ได้เลย มันก็จะโชว์ในรายได้ของเขาอยู่แล้วว่าทำมาหากินได้รายได้ปีละไม่กี่หมื่น หรือมีที่ดินมากกว่า10ไร่ ก็ไม่ใช่เขาจะไม่เดือดร้อน หรือเรื่องหนี้สิน ผู้ประกอบการรายเล็กรายย่อย กู้หนี้ยืมสินได้เกิน 100,000 บาท กลับกลายเป็นต้องหลุดจากเกณฑ์นี้ไปด้วย ทั้งที่ความเป็นจริง อาจจะหารายได้จากการลงทุนไปได้ไม่พอจ่าย

“มันสะท้อนว่ารัฐบาลเองอยากแก้ไข ความผิดพลาดในอดีตที่ปล่อยให้มีคนได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเยอะเกินไป และมีคนที่ไม่ได้จนจริง แต่พอประกอบกับปัญหางบประมาณไปด้วย ทำให้การคัดกรองเข้มงวด แข็งตัว กลายเป็นว่าคนที่เดือดร้อนจริงไม่ได้รับสิทธิประโยชน์จากสวัสดิการนี้” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว

ชาวบ้านแห่ยื่นอุทธรณ์ทบทวนสิทธิ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่มีการประกาศผลผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งมีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติเป็นจำนวนมากถึง 9.31 ล้านรายนั้น ได้ทำให้ประชาชนเกิดความผิดหวังเป็นจำนวนมาก โดยในหลายจังหวัดได้มีประชาชนเดินทางมายังที่ทำการธนาคารของรัฐเพื่อสอบถามถึงเหตุผลที่ไม่ผ่านเกณฑ์ และยื่นคำร้องขอให้มีการตรวจสอบใหม่อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งตั้งความหวังว่ารัฐบาลจะเปิดโอกาสให้ชี้แจงข้อเท็จจริงตามสภาพความเป็นอยู่จริงแทนการพิจารณาจากข้อมูลในระบบเพียงอย่างเดียว

ที่ธนาคารกรุงไทย สาขาหัวทะเล จังหวัดนครราชสีมา นายวิวัฒน์ไชย อายุ 62 ปี หนึ่งในผู้ที่เดินทางมายื่นอุทธรณ์ เปิดเผยว่า ตนเองไม่ผ่านเกณฑ์เนื่องจากระบบระบุว่ามีทรัพย์สินประเภทรถยนต์ แม้ตนจะเข้าใจถึงความจำเป็นของรัฐบาลในการคัดกรองที่เข้มงวด แต่การมีทรัพย์สินบางประเภทไม่ได้สะท้อนว่ามีฐานะดีหรือมีรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีวิต พร้อมสะท้อนว่าบางครั้งการที่บุตรหลานโอนเงินมาให้ใช้จ่ายครั้งละไม่กี่ร้อยบาทอาจทำให้ระบบประเมินว่ามีรายได้เกินเกณฑ์ ทั้งที่เป็นเพียงเงินสำหรับประทังชีวิตในแต่ละวัน

ด้านนางดาด อายุ 75 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ในบ้านเช่าและดูแลสามีผู้พิการ กล่าวว่าตนรู้สึกเสียใจและไม่เข้าใจเหตุผลที่ไม่ผ่านเกณฑ์ ทั้งที่ไม่มีทรัพย์สินหรือที่ดินเป็นของตนเอง โดยก่อนหน้านี้เคยได้รับสิทธิมาโดยตลอด เงินช่วยเหลือดังกล่าวมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการซื้อผ้าอ้อมสำเร็จรูปและของใช้จำเป็นสำหรับสามี จึงต้องการความชัดเจนในการพิจารณาและอยากให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพความเป็นจริงร่วมกับผู้นำชุมชนเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม

งงบางคนลูกทำงานเมืองนอกได้สิทธิ

นอกจากนี้ ประชาชนหลายรายยังตั้งข้อสังเกตถึงเกณฑ์การพิจารณาที่อาจมีความเหลื่อมล้ำ บางรายมีเงินเก็บ มีลูกทำงานเมืองนอกส่งเงินมาให้ใช้ กลับผ่านการพิจารณา พร้อมฝากถึงรัฐบาลให้เร่งพิจารณาช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนจริง โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ที่ต้องดูแลสมาชิกในครอบครัวที่พิการ ซึ่งทุกคนต่างหวังว่าการยื่นอุทธรณ์ครั้งนี้จะช่วยให้ได้รับสิทธิเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพที่ปัจจุบันเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากในขณะนี้

. ในส่วนของการดำเนินการ เจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทย สาขาหัวทะเล ได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่เพื่อรองรับประชาชน โดยแนะนำให้ผู้ที่ต้องการยื่นอุทธรณ์ตรวจสอบผลการคัดกรองผ่านช่องทางที่ภาครัฐกำหนด และเตรียมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องมาให้ครบถ้วนเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการยื่นคำร้อง ซึ่งจะช่วยลดความล่าช้าในการให้บริการในช่วงที่มีประชาชนมาติดต่อจำนวนมาก

ชาวลำปลายมาศเข้าตรวจสอบสิทธิ

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) สาขาลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ได้มีประชาชน เกษตร และผู้สูงอายุ เดินทางมารอให้เจ้าหน้าที่ช่วยตรวจสอบสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจนทั้งรายเดิมและรายใหม่ ภายหลังจากลงทะเบียนเข้าระบบคัดกรองผู้มีสิทธิ์รอบใหม่ โดยผู้ที่เดินทางมาตรวจสอบสิทธิ์ที่ ธกส.วันนี้ ส่วนใหญ่จะตรวจสอบสิทธิ์ผ่านช่องทางออนไลน์ด้วยตัวเองไม่เป็น

อย่างไรก็ตาม คนที่เดินทางมาตรวจสอบสิทธิ์วันนี้ ก็มีทั้งดีใจที่ผ่านการคัดกรองได้รับสิทธิ์ แต่บางคนก็ผิดหวังเพราะไม่ผ่านการคัดกรองเนื่องจากคุณสมบัติไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่กำหนด ส่วนมากผู้ที่ไม่ผ่านจะเป็นผู้ที่มีรถยนต์ส่วนตัว มีที่ดิน หรือมีหนี้สินเกินวงเงินที่กำหนด จึงเรียกร้องให้ภาครัฐปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์เงื่อนไข เพราะบางคนที่มีรถยนต์ ก็เป็นรถมือสองที่ผ่อนมาเพื่อใช้ประกอบอาชีพ ไม่ได้มีฐานะร่ำรวย

ป้าวัย65ผิดหวังร้องไห้โฮ

ขณะที่ นางนิภาวรรณ อายุ 65 ปี ชาวตำบลหินโคน อ.ลำปลายมาศ ทันทีที่เจ้าหน้าที่แจ้งว่า ตรวจสอบสิทธิแล้วคุณสมบัติไม่ผ่าน ทำให้ไม่ได้รับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ก็ถึงกับปล่อยโฮร้องไห้ที่หน้า ธกส. เพราะเจ้าตัวคาดหวังว่าจะได้เงินส่วนนี้ไปซื้อสิ่งของอุปโภคบริโภคสำหรับตัวเอง และหลาน เพราะไม่มีรายได้อื่นมีเพียงเบี้ยผู้สูงอายุ และเงินที่ลูกส่งมาให้ใช้จ่ายบ้างเท่านั้น หากได้รับสิทธิ์บัตรคนจนรอบนี้ ก็จะช่วยต่อลมหายใจให้กับตนและหลานได้ ก็เสียใจมากที่ไม่ได้รับสิทธิ์ทั้งที่ฐานะยากจน ไม่มีรถยนต์ มีที่ดินแค่พออยู่อาศัย ก็อยากให้ภาครัฐตรวจสอบสิทธิ์ใหม่อีกรอบ

ถูกตัดเพราะลูกหลานใช้ชื่อซื้อจยย.

. ที่ธนาคารกรุงไทย สาขา ศาลากลางจังหวัดมหาสารคาม มีประชาชนทยอยเดินทางมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าเป็นผู้ผ่านการพิจารณาได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 หรือไม่ โดยคนที่สมหวังก็ได้ยืนยันสิทธิและกลับบ้านได้ทันที ส่วนคนที่ผิดหวัง ส่วนใหญ่ก็จะสับสนว่าจะต้องไปยื่นอุทธรณ์ที่หน่วยงานไหนได้บ้าง เท่าที่ผู้สื่อข่าวสังเกตดู ก็ปรากฏว่ามีผู้ที่ผิดหวังในหลากหลายเงื่อนไข อาทิ ถือครองกรรมสิทธิ์รถ, มีรายจ่ายให้ผู้อื่นมากกว่า 100,000 บาทต่อปี เป็นต้น

โดย นางอรพิน ชาวบ้าน ต.เขวา อ.เมือง จ.มหาสารคาม กล่าวว่า ตนเป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่ก่อนแล้ว วันนี้มายืนยันตัวตน แต่ปรากฏว่าถูกตัดสิทธิ์ เพราะว่าตนมีกรรมสิทธิ์รถจักรยานยนต์ แต่จริงๆ แล้วตนไม่มีรถสักคัน แต่ก่อนหน้านั้นเมื่อนานมาแล้ว ลูกหลานเคยใช้ชื่อไปออกรถจักรยานยนต์ แต่ก็ถูกยึดไปนานแล้ว ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป เจ้าหน้าที่แนะนำให้ไปติดต่อที่ขนส่ง ก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top