542.jpg
รัฐบาลขอโทษสั่งถอย  รื้อบัตรคนจน  ชงครม.แก้เกณฑ์ใหม่

รัฐบาลขอโทษสั่งถอย รื้อบัตรคนจน ชงครม.แก้เกณฑ์ใหม่

วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

รัฐบาลขอโทษสั่งถอย

รื้อบัตรคนจน

ชงครม.แก้เกณฑ์ใหม่

รถ-จยย.คันเก่าฉลุย

คืนสิทธินักเรียน-นศ.

ยืดอุทธรณ์ถึง20ก.ย.

มท.ตั้งศูนย์ฯรับเรื่อง

“คมนาคม”ขอโทษประชาชน เรื่องความไม่สะดวกของเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ชงครม. ปรับเกณฑ์ใหม่ 21 กรกฎาคม รถยนต์อายุเกิน 20 ปี-มอเตอร์ไซค์เกิน 15 ปี-มอเตอร์ไซค์ไม่เกิน 300 ซีซี 2 คัน แต่ผ่อนอยู่-โอนลอย ได้สิทธิ นศ.นอกระบบไม่ต้องลาออก ก.คลังพิจารณาองค์ประกอบอื่นด้วย “มหาดไทย”เดินหน้าแก้ปัญหา ส่งข้อมูลให้ ก.คลังแก้ไขก่อนเสนอ ครม. พร้อมขยายเวลาอุทธรณ์ถึง20 กันยายน “อธิบดีปกครอง” เผย ตั้งศูนย์ One Stop Service ให้อุทธรณ์สิทธิบัตรคนจน ผ่าน“อำเภอพึ่งได้” พร้อมสั่งอำเภอ-อปท.ทำความเข้าใจปชช.ในพื้นที่ ส่วนบรรยากาศหลายจังหวัด ประชาชนที่ไม่ผ่านเกณฑ์แห่ยื่นอุทธรณ์จนคิวยาวเหยียด

เมื่อเวลา 11.10 น. วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม พร้อมด้วย นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.รวงมหาดไทย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครองและนายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ร่วมแถลงข่าวการอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคม และกระทรวงมหาดไทย


โดยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมต้องกราบขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น ในการดำเนินการ เนื่องจากหลักเกณฑ์ระเบียบต่างๆ นั้นออกมาเพื่อต้องการจะคัดกรองให้ผู้ที่สมควรจะได้รับการช่วยเหลือไปถึงบุคคลเหล่านั้นให้มากที่สุด แต่เมื่อพบปัญหาว่า มีข้อจำกัดบางอย่างที่อาจจะทำให้ประชาชนเกิดความไม่สะดวก กระทรวงคมนาคม โดยกรมขนส่งทางบกมีความพยายามเต็มที่ โดยได้เปิดอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในประเด็นที่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องรถยนต์

“ทั้งนี้ ในเกณฑ์ของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีเกณฑ์อยู่ 1 ข้อที่ระบุว่า ผู้รับสิทธิ์ต้องไม่มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ ยกเว้น 4 ข้อนี้ ดังนี้ 1.มีรถจักรยานยนต์ความจุไม่เกิน 300 ซีซี 2.รถสามล้อ 3.มีรถยนต์ 4 ล้อเหล็กรับจ้าง และ4.รถใช้งานเพื่อการเกษตร มีได้ไม่เกินคนละ 1 คัน โดยเราได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนว่า มีประชาชนจำนวนมากที่มีรถยนต์ลักษณะนี้ ทั้งที่เป็นรถเก่าไม่ได้ใช้งานแล้ว มีรถที่สูญหาย มีรถสิ้นสภาพการใช้งานไปแล้วแต่ยังไม่ได้ตีทะเบียนออกจากระบบ ขายไปแล้วมีการโอนลอยแต่ยังไม่มีการจดโอนกรรมสิทธิ์ และมีการนำชื่อไปสวมสิทธิ์ในการซื้อรถของคนอื่น”รมช.คมนาคม ย้ำ

คมนาคมยื่นคลังทบทวนเกณฑ์ใหม่

นายสิริพงศ์กล่าวว่ากระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือขอให้กระทรวงการคลังทบทวนแล้วซึ่งนายกฯให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ โดยหลักเกณฑ์ต่างๆ จะมีการนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 21 ก.ค.นี้ โดยหลักเกณฑ์ที่มีการเสนอ ครม.นั้น มีการขอปรับเกณฑ์ในการพิจารณารถเก่า ดังนี้ 1.รถยนต์ต้องมีอายุใช้งานเกิน 20 ปี 2.รถมอเตอร์ไซค์ที่มีอายุการใช้งานเกิน 15 ปี 3.การถือครองมอเตอร์ไซค์ จะเพิ่มเกณฑ์ว่า หากประชาชนมีมอเตอร์ไซค์ที่ขนาดไม่เกิน 300 ซีซี 2 คัน มีภาระในการผ่อนอยู่ จะถือว่า ไม่ตกเกณฑ์ของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

ส่วนข้อท้วงติงว่า อายุของรถอาจจะไม่ถึง 15 ปี แต่สิ้นสภาพไปแล้ว ขนส่งทั่วประเทศจะทำหน้าที่ในการตรวจสอบให้กับประชาชน โดยสามารถแจ้งไปที่ขนส่งได้ว่า มีรถที่อายุอาจจะยังไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด แต่สิ้นสภาพไปแล้ว รถเก่ามาก สามารถแจ้งที่ขนส่งจังหวัดให้ทำบันทึกรถได้ หรือรถบางคันจอดเอาไว้ ไม่ได้ใช้ ไม่ได้มีการต่อทะเบียน ก็สามารถแจ้งขนส่งให้ทำบันทึกให้ได้ โดยขนส่งจะส่งข้อมูลเหล่านี้มาช่วยประชาชนในเรื่องของการอุทธรณ์ด้วย หรือรถที่มีการจำหน่ายไปแล้วแต่มีการโอนลอย ยังไม่มีการจัดการเรื่องกรรมสิทธิ์ ประชาขนสามารถไปลงบันทึกที่ขนส่งได้ ถ้ามีหลักฐานการขายด้วยก็จะเป็นประโยชน์มาก แต่ถ้าไม่มีสามารถใช้การบันทึกถ้อยคำได้

ทำแบบฟอร์มช่วยคนถูกอ้างชื่อซื้อรถ

และ4.กรณีที่ไม่เคยมีการซื้อรถ แต่ถูกแอบอ้างนำชื่อไปใช้ เรื่องนี้สามารถนำเรื่องไปอุทธรณ์กับทางขนส่งได้เช่นเดียวกัน ขนส่งจะทำการบันทึกให้ แต่อย่างไรก็ดี ในการเดินทางไปขนส่งอาจจะไม่สะดวกกับประชาชนทั้งหมด ดังนั้น ขนส่งจึงได้ทำแบบฟอร์มขึ้นมาชุดหนึ่ง ซึ่งจะทำงานร่วมกันกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ให้นำแบบฟอร์มนี้ไปอำนวยความสะดวกกับประชาชนในเขตพื้นที่ และส่งกลับมาเพื่อให้กรมการขนส่งทางบกทำการตรวจสอบข้อมูล ขอให้ประชาชนสบายใจได้ว่า ทางกระทรวงคมนาคมจะแบ่งเบาภาระของประชาชนให้ได้มากที่สุด ท่านที่ควรได้รับสิทธิ์ ท่านต้องได้รับสิทธิ์จริงๆ

นักศึกษาไม่จำเป็นต้องลาออก

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีข้อร้องเรียนกรณีเป็นนักเรียนนักศึกษานอกระบบของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) และอาชีวศึกษานอกระบบ ซึ่งเป็นนักศึกษาที่ถือว่า เข้ามาเรียนรู้เพิ่มเติมเพื่อไปเสริมสร้างทักษะชีวิตในการประกอบอาชีพ รัฐบาลเข้าใจถึงความจำเป็นนี้ ดังนั้น กลุ่มบุคคลเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นในส่วน สกร. อาชีวศึกษานอกระบบ หรือนักเรียนนักศึกษาลักษณะอื่นที่มีความยากจนและเข้าข่ายได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะไม่ถูกตัดสิทธิ์ด้วยเกณฑ์ที่เป็นนักเรียนนักศึกษาแต่เพียงอย่างเดียว แต่กระทรวงการคลังจะพิจารณาองค์ประกอบอื่นประกอบด้วย ขอให้สบายใจได้ ซึ่งบางคนบอกว่า ติดตรงที่เป็นนักเรียนนักศึกษาจะลาออกจากระบบ ขอชี้แจงว่า ไม่มีความจำเป็นต้องลาออก เพราะสุดท้ายแล้ว กระทรวงการคลังจะพิจารณาเกณฑ์อื่นๆ ด้วยเพิ่มเติม

มท.เดินหน้าแก้ปัญหาบัตรคนจน

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย กล่าวว่ากระทรวงได้รับข้อร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมากภายหลังการเปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ โดยยอมรับว่าหลักเกณฑ์บางประการอาจยังไม่สะท้อนข้อเท็จจริงของชีวิตประชาชนทั้งหมด รัฐบาลจึงไม่นิ่งนอนใจ และได้หารือร่วมกับหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงคมนาคม กระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาให้เกิดความเป็นธรรมมากที่สุด โดยในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่เริ่มกระบวนการลงทะเบียน ได้มีการสำรวจข้อมูลประชาชนเพิ่มเติมร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลกับประชาชนโดยตรง เพื่อให้ข้อมูลที่รัฐมีอยู่สะท้อนสภาพความเป็นจริง และช่วยให้ผู้สมควรได้รับสิทธิเข้าถึงบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้มากขึ้น

เตรียมจัดตั้ง One Stop Service

“แม้ขณะนี้จะยังเปิดให้ประชาชนยื่นอุทธรณ์ได้ แต่รัฐบาลรับทราบว่าประชาชนจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล หรือผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและแอปพลิเคชัน ยังประสบปัญหาในการดำเนินการ กระทรวงมหาดไทยจึงเตรียมจัดตั้งศูนย์ประสานงานครบวงจร (One Stop Service) เพื่ออำนวยความสะดวกในการยื่นอุทธรณ์ให้กับประชาชนในทุกพื้นที่ โดยใช้กลไกของนายอำเภอกำนันผู้ใหญ่บ้าน เพื่อเข้าไปรับข้อมูลจากชาวบ้าน เก็บข้อมูลมาที่การปกครองอีกครั้งหนึ่ง” นายพลพีร์ กล่าว

อีกประเด็นสำคัญที่รัฐบาลเตรียมนำมาใช้ประกอบการพิจารณาอุทธรณ์ คือ กรณีที่ประชาชนจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะผู้พิการ พบว่าตนเองมีชื่อเป็นผู้รับจ้างงาน หรือมีชื่อเป็นกรรมการและผู้บริหารบริษัท ทั้งที่ไม่เคยรับรู้หรือยินยอมมาก่อน ซึ่งข้อมูลลักษณะนี้สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นอุทธรณ์ได้ โดยกระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนถูกนำชื่อไปสวมสิทธิ เปิดบริษัท เปิดบัญชีม้า หรือใช้เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจ รวมถึงอาจเชื่อมโยงกับธุรกิจสีเทา ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

นายพลพีร์ กล่าวว่า สำหรับประชาชนที่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้ว ยังคงสามารถขอรับสิทธิสนับสนุนค่าไฟฟ้าเดือนละ 315 บาท และสิทธิใช้น้ำประปาฟรีตามเงื่อนไขของโครงการได้ ขณะเดียวกัน ผู้ที่ตรวจสอบแล้วพบว่ายังไม่เข้าเกณฑ์รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก็ยังสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) เพื่อรับการช่วยเหลือตามมาตรการของรัฐบาลได้

เล็งขยายเวลาอุทธรณ์ถึง20ก.ย.

นายพลพีร์ กล่าวว่า ทุกๆ เสียงสะท้อนของประชาชนเรารับฟัง และไม่ได้มีการปรับลดจำนวนคน ส่วนที่มีการปรับเกณฑ์เนื่องจากเราใส่ใจรายละเอียดมากขึ้น สิ่งที่ตนอยากสื่อสารคืออยากขออภัยพี่น้องประชาชน ที่ประกาศเกณฑ์ออกมาอาจไม่ได้เป็นที่พอใจ สำหรับคนที่ไม่เข้าถึงสิทธิ์ และเราไม่ได้กำหนดว่าหากมีคนได้สิทธิ์แล้วจะมีข้อจำกัดเรื่องจำนวนคน ตอนนี้เราเห็นรายละเอียดแล้วว่าเป็นอย่างไร และจะดูไส้ในว่าสามารถปรับปรุงอะไรได้บ้าง เพื่อจะได้ช่วยเหลือประชาชนให้ได้มากที่สุด ส่วนเรื่องการนำเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันไหนนั้น กระทรวงการคลังจะไปประมวลข้อมูลทุกอย่าง และจะทำเรื่องเสนอต่อไป ส่วนระยะเวลาการยื่นอุทธรณ์ เดิมกำหนดสิ้นสุดภายในสิ้นเดือน ก.ค. นี้ แต่เตรียมเสนอ ครม. เพื่อขยายเวลาออกไปจนถึงวันที่ 20 ก.ย. เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนมีเวลารวบรวมเอกสารและหลักฐานประกอบการอุทธรณ์ได้อย่างครบถ้วน

ปค.สั่งอปท.ทำความเข้าใจคนในพื้นที่

นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง แถลงถึงการอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐว่า กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง ได้สนับสนุนภารกิจของรัฐบาล กับโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ซึ่งได้มีการประสานงานกับทางจังหวัด และอำเภอทั่วประเทศ เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจกับประชาชน นอกจากนี้ได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานครบวงจร (One Stop Service) เพื่อสนับสนุนโครงการของรัฐ ณ ที่ว่าการอำเภอ เพื่อให้ผู้ที่ได้รับสิทธิ์แล้ว สามารถยืนยันตัวตน ส่วนผู้ที่ไม่ผ่านการพิจารณา สามารถแจ้งทบทวนสิทธิ์ได้ ณ ที่ว่าการอำเภอทุกแห่ง และยังมีบริการ “อำเภอพึ่งได้“ โดยให้เจ้าหน้าที่อำเภอ หรือเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ลงไปรับเรื่องราวต่างๆในระดับพื้นที่ด้วย ซึ่งถือเป็นอีกบริการหนึ่งที่จะช่วยเหลืออำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชน และสำหรับประชาชนที่ไม่สะดวกในการเดินทาง ขอให้มาแจ้งยืนยันทบทวนสิทธิ์ ที่อำเภอได้ นอกจากนี้จะมีการประชาสัมพันธ์ระดับพื้นที่ ผ่านหอกระจายข่าว และเสียงตามสาย

อย่างไรก็ตามและมอบหมายให้ นายอำเภอทุกท่านและเจ้าหน้าที่ของอำเภอได้รับทราบว่า วันนี้ยังเกิดความสับสนในเรื่องของ ข้อมูลข่าวสารต่างๆในระดับพื้นที่ ก็ขอให้ ไปทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ในฐานะที่เป็นตัวแทนรัฐบาล ที่ใดในเรื่องร้องเรียนต่างๆหรือมีความเข้าใจ ไม่ถูกต้อง ตรงกัน ก็จะมีเจ้าหน้าที่ ของอำเภอลงไปรับเรื่องราวและ แก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่ทั้งหมด ส่วนหน่วยงานอื่นๆที่จำเป็นที่จะต้องใช้ การประสานงานบุคลากรหรือกลไกของกระทรวงมหาดไทย เรายินดีที่จะเป็นภาคีเครือข่ายในความร่วมมือ กับทุกหน่วยงาน อย่างไรก็ตาม กระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้ผู้ตรวจราชการกระทรวง ผู้ตรวจกรมการปกครอง และปลัดจังหวัดทุกจังหวัดได้ลงพื้นที่ไปติดตามเรื่องนี้อีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งหวังว่าการทำงานครั้งนี้จะสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

ทบทวนเกือบครึ่งติดปัญหารถยนต์

ด้าน นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังได้รับทราบถึงปัญหาและข้อร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการครอบครองรถยนต์ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการเข้าถึงสิทธิ

นายวินิจ ชี้แจงว่า ปัญหาเรื่องเกณฑ์รถยนต์เกิดจากข้อจำกัดด้านข้อมูลของกระทรวงคมนาคม ที่ไม่สามารถทราบสถานะการ “โอนลอย” หรือการขายรถที่ยังไม่ได้เปลี่ยนชื่อทางทะเบียนได้ ส่งผลให้ผู้ที่ขายรถไปแล้วแต่ชื่อยังค้างอยู่ในระบบเสียสิทธิ จากข้อมูลล่าสุดพบว่ามี ประชาชนขอทบทวนสิทธิแล้วประมาณ 2.9 ล้านราย ซึ่งกว่า 40% เป็นปัญหาเกี่ยวกับรถยนต์

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังเตรียมนำเรื่องปรับเกณฑ์เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม เพื่อกำหนดรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริง เช่น การใช้หลักฐานสัญญาซื้อขายหรือการโอนลอยมาประกอบการพิจารณา โดยมีเป้าหมาย จะเร่งเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ เพื่อให้ผู้ที่ผ่านเกณฑ์ใหม่ได้รับสิทธิสวัสดิการภายในวันที่ 1 ตุลาคมนี้

เร่งคืนสิทธิให้ผู้เดือดร้อน

นายวินิจ กล่าวถึงกรณีจากที่กระทรวงการคลังได้ใช้ข้อมูล “Dynamic Data” หรือข้อมูลการหักภาษี ณ ที่จ่าย มาใช้ตรวจสอบรายได้ของผู้ลงทะเบียน พบว่ามีประชาชนจำนวนหนึ่งเข้ามาทักท้วงเนื่องจากถูกผู้ประกอบการทุจริตนำชื่อไปแอบอ้างเป็นลูกจ้างปลอมเพื่อลดหย่อนภาษี กระทรวงการคลังยินดีรับเรื่องร้องเรียนในส่วนนี้ และจะเร่งดำเนินการในสองมิติ คือ การคืนสิทธิให้แก่ผู้ที่เดือดร้อนจริงอย่างรวดเร็ว และการติดตามดำเนินคดีกับผู้ที่นำชื่อไปแอบอ้าง ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการคืนสิทธิให้ทันภายในวันที่ 1 ตุลาคมเช่นกัน

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังได้ทำงานเชิงรุกร่วมกับกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่สำรวจผู้ที่ยังไม่เคยได้รับสิทธิเลย ซึ่งพบกลุ่มเป้าหมายใหม่ถึง 2.3 ล้านราย โดยในจำนวนนี้มีการยืนยันตัวตน (e-KYC) แล้ว 841,000 ราย และเจ้าหน้าที่จะเร่งลงพื้นที่ติดตามส่วนที่เหลือเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครตกหล่น

ชงครม.เคาะ6ล้านคนรับสิทธิ60/40

สำหรับกลุ่มผู้ถือบัตรเดิมที่ไม่ผ่านเกณฑ์ใหม่หรือไม่ได้มาลงทะเบียน ซึ่งมีประมาณ 6 ล้านราย กระทรวงการคลังได้เสนอเรื่องต่อ ครม. พิจารณาในวันพรุ่งนี้ (21 ก.ค.) เพื่อขออนุมัติงบฯ ขยายสิทธิไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ให้กลุ่มนี้เป็นเวลา 2 เดือน เพื่อเป็นการคืนโอกาสและบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงเปลี่ยนผ่าน การปรับปรุงฐานข้อมูลในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยที่จะมีข้อมูลของผู้ที่เดือดร้อนที่สุดอย่างสมบูรณ์ เพื่อให้รัฐบาลสามารถออกมาตรการช่วยเหลือที่เหมาะสมและตรงจุดในแต่ละระดับความเดือดร้อนต่อไป

‘ภราดร’อัดคลิปแจง3ทางออก

ทางด้าน นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้อัดคลิปวิดีโอเพื่ออธิบายและแนะแนวทางการอุทธรณ์ให้กับพี่น้องประชาชน โดยได้รวบรวม 3 ประเด็นหลักที่มีการร้องเรียนเข้ามามากที่สุด พร้อมชี้แจงแนวทางการแก้ไขปัญหาเพื่อให้ประชาชนนำไปประกอบการยื่นอุทธรณ์ ดังนี้

1.ประเด็นการถือครองรถมอเตอร์ไซค์เกิน 1 คัน ตามหลักเกณฑ์ ผู้ที่มีรถมอเตอร์ไซค์เกิน 1 คันจะไม่ได้รับสิทธิ์ แต่ปัญหาที่พบคือ ประชาชนหลายคนมีรถเก่าที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว แต่ชื่อในระบบของกรมการขนส่งทางบกยังระบุว่ามีรถ 2 คัน เนื่องจากยังไม่ได้ไปทำเรื่องยกเลิกทะเบียน ทางแก้ ขอให้ประชาชนเดินทางไปที่สำนักงานขนส่งเพื่อ “แจ้งยกเลิกทะเบียนรถ” คันที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว โดยขณะนี้ระดับนโยบายได้ประสานกับกรมการขนส่งทางบกเพื่ออำนวยความสะดวกในเรื่องนี้แล้ว เมื่อยกเลิกสำเร็จ ทางขนส่งจะรวบรวมตัวเลขทั่วประเทศส่งมอบให้กระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาการอุทธรณ์ต่อไป

2.ประเด็นรถยนต์เก่า 20-30 ปี และการ “โอนลอย” ประชาชนหลายรายไม่ผ่านเกณฑ์เนื่องจากมีชื่อครอบครองรถยนต์ที่เก่ามาก สภาพแทบใช้งานไม่ได้ หรือบางรายใช้วิธี “โอนลอย” ไปนานแล้วแต่ชื่อยังคงค้างอยู่ในระบบ ทางแก้ เช่นเดียวกับรถมอเตอร์ไซค์ เจ้าของชื่อต้องไปติดต่อกรมการขนส่งเพื่อแจ้งยกเลิกการใช้รถคันดังกล่าว หรือยกเลิกทะเบียน นอกจากนี้ นายภราดรยังได้เสนอว่าควรมีการทบทวนการประเมินมูลค่าทรัพย์สินสำหรับรถที่มีอายุ 15-20 ปีขึ้นไป โดยหักลบค่าเสื่อมสภาพจนเหลือเพียง “ราคาซาก” ซึ่งทางขนส่งจะทำการสรุปข้อมูลในส่วนนี้เพื่อช่วยให้กระทรวงการคลังใช้พิจารณาสิทธิ์ใหม่

3.ประเด็นผู้ที่อยู่ในระบบการศึกษานอกโรงเรียน (สกล. / กศน.) สำหรับกลุ่มผู้ที่ศึกษาอยู่ในระบบการศึกษานอกโรงเรียน แล้วพบปัญหาไม่ผ่านเกณฑ์ ขณะนี้ได้มีการหารือกับทางกระทรวงศึกษาธิการแล้ว โดยกระทรวงฯ กำลังเร่งสรุปตัวเลขและฐานข้อมูลของผู้ที่เรียนอยู่ในระบบการศึกษานอกโรงเรียนทั้งหมด เพื่อส่งให้ทางกระทรวงการคลังพิจารณาทบทวนเกณฑ์และพิจารณาการอุทธรณ์เพิ่มเติมให้อีกครั้ง

ดีเดย์เปิดลงทะเบียนรับสิทธิลดค่าน้ำ

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเปิดให้ผู้ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิลดค่าน้ำประปา ตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป พร้อมย้ำว่า ผู้มีสิทธิทั้งรายเดิมและรายใหม่ จะต้องลงทะเบียนใหม่ทุกคน เพื่อยืนยันการใช้สิทธิ โดยรัฐบาลสนับสนุนค่าน้ำประปา ไม่เกิน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน โดยกำหนดให้ 1 บ้าน (เลขที่บ้าน) ใช้สิทธิได้ 1 สิทธิ หากค่าน้ำประปาเกิน 100 บาท แต่ไม่เกิน 315 บาท ผู้มีสิทธิชำระเฉพาะส่วนที่เกินจากวงเงินสนับสนุน ส่วนกรณีที่ค่าน้ำประปาเกิน 315 บาท ผู้มีสิทธิจะเป็นผู้รับภาระค่าใช้น้ำทั้งหมด

สำหรับผู้มีสิทธิ รายเดิม ซึ่งเคยได้รับสิทธิตามโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 และผ่านการพิจารณาคุณสมบัติในโครงการปี 2569 สามารถลงทะเบียนได้ระหว่างวันที่ 20–25 ก.ค. 2569 เพื่อใช้สิทธิสำหรับรอบการใช้น้ำเดือน ส.ค. 2569 และจะได้รับการสนับสนุนในใบแจ้งค่าน้ำประปาประจำเดือน ก.ย. 2569 โดยไม่สามารถขอรับสิทธิย้อนหลังได้ ส่วนผู้มีสิทธิรายใหม่ ที่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติและยืนยันตัวตนแล้ว สามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 20 ก.ค.–25 ก.ย. 2569 เพื่อใช้สิทธิสำหรับรอบการใช้น้ำเดือนต.ค.2569 และจะได้รับการสนับสนุนในใบแจ้งค่าน้ำประปาประจำเดือนพ.ย. 2569 ทั้งนี้ ไม่สามารถขอรับสิทธิย้อนหลังได้เช่นกัน

ผู้มีสิทธิสามารถลงทะเบียนได้ด้วยตนเองผ่าน 3 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์การประปาส่วนภูมิภาค (www.pwa.co.th) แอปพลิเคชัน PWA Plus Life และ LINE Official Account : @PWAThailand หรือสามารถติดต่อขอลงทะเบียนผ่านเจ้าหน้าที่ ณ การประปาส่วนภูมิภาคสาขาทั่วประเทศ โดยในช่วงเปิดลงทะเบียนระหว่างวันที่ 20 ก.ค.–30 ก.ย. 2569 จะเปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00–18.30 น. รวมวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน

ชาวยะลายื่นอุทธรณ์คิวยาวเหยียด

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ ที่หน้าธนาคารกรุงไทย สาขาเบตง ถนนสุขยงาค์ อ.เบตง จ.ยะลา ประชาชยที่ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ต่างแห่ไปยื่นอุทธรณ์ที่ธนาคารกรุงไทยและธนาคารธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธ.ก.ส. จนคิวแน่นยาว โดยหลายคนไม่ผ่านเกณฑ์ เพราะมีข้อมูลพบว่ามีการครอบครองรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ทั้งที่จริงไม่มีรถยนต์ และรถจักรยานยนต์แล้ว ทำให้คนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ต้องไปแจ้งที่ขนส่ง เพื่อแก้ไขข้อมูล จนขนส่งเต็มไปด้วยประชาชน

นายเย้าะ ตอกอ อายุ 73 ปี บอกว่า วันนี้มายื่นอุทธรณ์เพราะที่ผ่านมาได้มายื่นรับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้ว แต่ยื่นแล้วไม่ผ่านเกณฑ์ เนื่องจากมีการตรวจพบข้อมูลในการครอบครองรถจักรยานยนต์จำนวน 2 คันซึ่งความจริงได้ขายเป็นซากรถไปนานแล้ว โดยวันนี้มายื่นเพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่ธนาคารตรวจสิทธิ์อีกครั้งเพื่อที่จะรู้ว่าเหตุใดที่ตนเองยื่นไม่ผ่านเกณฑ์ หากเป็นปัญหาเรื่องกรรมสิทธิ์ในการครอบครองรถจักรยานยนต์

อ่างทองแห่เช็คสิทธิครอบครองรถ

ส่วนที่สำนักงานขนส่งจังหวัดอ่างทอง พบประชาชนที่ตกเกณฑ์โครงการสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ เดินทางมาขอตรวจสอบและแก้ไขข้อมูลทะเบียนรถเป็นจำนวนมาก จนเกิดความวุ่นวาย เนื่องจากระบบแจ้งว่ามีกรรมสิทธิ์การถือครองรถเกินเกณฑ์ จากการตรวจสอบหลายรายตรวจสอบในระบบ พบว่ายังคงค้างชื่อผู้ลงทะเบียนเป็นผู้ครอบครองรถคันเก่าที่ขายไปนานแล้ว ซากรถ หรือรถที่ถูกยกเลิกการใช้งานไปแล้ว ประชาชนหลายรายยืนยันว่าตนเองไม่เคยมีรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์มาก่อนเลย จึงต้องเดินทางมาเพื่อขอคัดค้าน และแก้ไขข้อมูลทะเบียนรถให้ถูกต้อง ก่อนนำไปยื่นอุทธรณ์สิทธิ

ด้านเจ้าหน้าที่ขนส่งจังหวัดอ่างทอง เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้เร่งช่วยเหลือ ตรวจสอบ และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างเร่งด่วน โดยชาวบ้านที่ต้องการตรวจสอบนำบัตรประจำตัวประชาชน เดินทางมาตรวจสอบข้อมูลทางทะเบียนรถ ได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย หากตรวจสอบแล้วพบว่าข้อมูลรถในระบบไม่ตรงกับความเป็นจริง เจ้าหน้าที่จะดำเนินการปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้อง เพื่อนำเอกสารไปใช้ประกอบการอุทธรณ์ต่อไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top